ทางเลือกสุดท้าย! จะกดเงินจาก บัตรเครดิต หรือ บัตรกดเงินสด ดีนะ?

posted: 2 years ago
ทางเลือกสุดท้าย! จะกดเงินจาก บัตรเครดิต หรือ บัตรกดเงินสด ดีนะ?

comments

เชื่อว่าต้องมีใครหลายๆ คน ที่เคยพบเจอกับสภาวะไม่เอื้ออำนวย หรือสะดุดลงกลางทางแน่ และแน่นอนว่า เมื่อถึงคราวที่จำเป็นต้องใช้เงินด่วน ฉุกเฉินนั้น การหยิบยืมผู้อื่นก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใครหลายๆ คนนิยมทำ

แต่ในบางครั้ง วิธีการดังกล่าวก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป คุณอาจจะต้องเจอกับเจ้าหนี้นอกระบบ หรือผู้ที่คุณไปยืมเงินก็อาจจะมีกำลังทรัพย์ไม่พอก็ได้ แล้วเราจะหาทางออกได้อย่างไรกันนะ? ถ้าไม่ใช่การขอยืมเงินจากสถาบันทางการเงินต่างๆ…

ก็บัตรกดเงินสดและบัตรเครดิตไงล่ะ ช่วยคุณได้ ไปดูกัน!

ทำความเข้าใจ ระหว่าง บัตรกดเงินสด และ บัตรเครดิต

มาลองเทียบกันอีกสักครั้ง และย้อนทำความเข้าใจกันอีกรอบ แม้ว่าจะเป็นสินเชื่อทางการเงินเช่นเดียวกัน แต่ตัว บัตรกดเงินสด และ บัตรเครดิต นั้น แตกต่างกันอย่างมาก

บัตรเครดิต คือ การกู้ยืมเงินในอนาคตของตัวเอง โดยให้ทางธนาคาร หรือสถาบันทางการเงินออกให้ก่อน มีระยะปลอดดอกเบี้ย สามารถรูดซื้อสินค้าต่างๆ ได้ตามร้านค้าที่เปิดรับการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต

ส่วน บัตรกดเงินสด คือ สินเชื่อทางการเงิน ที่ให้ผู้ถือบัตรสามารถกดเงินสดออกมาได้แต่เพียงอย่างเดียว ถือเป็นการใช้เงินในอนาคต ด้วยการหยิบเงินจากธนาคาร หรือสถาบันทางการเงิน ไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ย ไม่สามารถรูดซื้อสินค้าต่างๆ ได้ ทำได้เพียงกดเงินสดเท่านั้น

Young serious woman looking and counting dollars and thinking how little money she have earned and how she will pay to mortgage. It is economical crisis.
หากฉุกเฉิน ต้องการเงินก้อนไวๆ แต่ไม่อยากเดือดร้อนคนรอบข้าง ลองคิดถึงการยืมเงินจากสถาบันการเงินอื่นๆ ดูสิ

แม้ว่าดูแล้วจะใกล้เคียงกัน แต่เราขอบอกว่า ที่ไม่ใกล้เคียงกันเลยนั้น คือเรื่องของการคิดคำนวณดอกเบี้ย และอัตราดอกเบี้ยที่คุณจะต้องจ่าย! โดยบัตรกดเงินสดนั้น จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ 24% – 28% แต่จะไม่มีค่าธรรมเนียมเมื่อคุณต้องกด รวมถึงคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน หรือตามการใช้จ่ายจริงๆ จนกว่าจะคิดเงินหมด

แต่ในทางกลับกัน เจ้าบัตรเครดิตนี่ แม้จะมีดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 20% ซึ่งดูแล้วจะถูกกว่านั้น เมื่อคุณเลือกที่จะกดเงินจากบัตรเครดิต จะมีค่าธรรมเนียม 3% จากเงินที่คุณกด ว่ากันง่ายๆ หากคุณต้องการกดเงินสัก 10,000 บาท คุณต้องเสียเงินเพิ่มอีก 300 บาท เป็นค่าธรรมเนียมในการกดเงินออกมานั่นเอง

 

คำนวณกันให้ดี ดอกเบี้ยเท่าไหร่

ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้หลายคนเลือกว่าจะกดเงินสด ควรเป็นบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด ดีนั้น ก็คือดอกเบี้ย แน่นอนว่าหลักการคิดดอกเบี้ยในส่วนของสินเชื่อทางการเงินที่ถูกต้องนั้น อาจจะยังมีใครหลายคนเข้าใจผิด และยังไม่รู้วิธีการคิดดอกเบี้ย โดยการลองคิดดอกเบี้ยเหล่านี้ นอกจากจะช่วยให้คุณสามารถเปรียบเทียบดอกเบี้ยได้แล้ว ยังช่วยให้สามารถวางแผนการเงินล่วงหน้าได้อีกด้วย  ว่าแต่ดอกเบี้ยเหล่านี้จะคิดยังไงกันนะ ตามมาดูเลยดีกว่า

สมมติว่า มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินสดทั้งหมด 10,000 บาท เมื่อนับจากวันที่กดจนถึงวันที่สรุปยอด คุณจะจ่ายคืนเงินในอีก 30 วัน หากให้คิดแล้ว บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด จะมีวิธีการคิดดังนี้

โดยรวมแล้ว เรามีวิธีการคิดดอกเบี้ย คือ ยอดเงินที่ยืมสถาบันทางการเงินมา x ดอกเบี้ย x (จำนวนวันที่กดเงินออกมาจนถึงวันสรุปยอด / 365) = ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย

และเนื่องจาก บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต มีการคิดดอกเบี้ยที่ไม่เหมือนกัน ก็จะแยกได้เป็น

  • บัตรเครดิต

10,000 บาท x  ดอกเบี้ย 20% x ( 30 วัน / 365) = เสียดอกเบี้ย 164.38 บาท

แต่! อย่าลืมว่า บัตรเครดิตนั้น เมื่อแรกกดเงิน จะมีค่าธรรมเนียมในการกดเงินสด อยู่ที่ 3% ซึ่งก็เท่ากับว่า ต้องเสียเพิ่มอีก 300 บาท และมี vat 7% ของค่าธรรมเนียม ซึ่งคิดได้ดังนี้

300 บาท + 21 บาท (vat 7%)  = 321 บาท

รวมแล้ว คุณต้องจ่ายเงินคืนให้แก่ทางธนาคารทั้งหมด  

เงินที่กดออกมา 10,000 บาท + ดอกเบี้ย 164.38 บาท + ค่าธรรมเนียมพร้อมvat 321 บาท = 10,485.38 บาท หรือ 10,486 บาท นั่นเอง

 

  • บัตรกดเงินสด

10,000 บาท x  ดอกเบี้ย 28% x ( 30 วัน / 365) = เสียดอกเบี้ย 230.13 บาท

ฟังดูเป็นดอกเบี้ยที่แพงไม่น้อย แต่เนื่องจากบัตรกดเงินสดนั้น ไม่มีค่าธรรมเนียม ทำให้การคิดดอกเบี้ย หรือรายจ่ายอื่นๆ จบลงแต่เพียงเท่านี้ ดังนั้น เงินที่คุณจะต้องจ่ายทางทาธนาคารทั้งหมดเพียง

เงินที่กดออกมา 10,000 บาท + ดอกเบี้ย 230.13 บาท = 10,230.13 หรือ 10,231 บาท

 

สิ่งที่ต้องคำนึง ว่าจะกดบัตรอะไรดีนั้น คือเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งทั้งบัตรกดเงินสด และบัตรเครดิต ให้ดอกเบี้ยไม่เหมือนกัน
สิ่งที่ต้องคำนึง ว่าจะกดบัตรอะไรดีนั้น คือเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งทั้งบัตรกดเงินสด และบัตรเครดิต ให้ดอกเบี้ยไม่เหมือนกัน

แต่ในทางกลับกัน เมื่อลองๆ นับรวมระยะเวลาที่กด รวมใช้เงินล่วงหน้า 45 วัน ให้เทียบเท่ากับการตัดรอบบิลของบัตรเครดิต ( เช่น กดเงินวันที่ 20 ก.ค. แต่จะจ่ายคืนในวันที่ 4 ก.ย.)  

แม้ว่า บัตรเครดิต คุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ย 10,000 x 20% x ( 45 / 365) = 246.57 บาท แต่ก็ต้องบวกเพิ่มเรื่องค่าธรรมเนียมพร้อม vat 321 บาท อยู่ดี  ทำให้เดือน ก.ย. คุณก็ต้องจ่ายเงินทั้งหมด 10,567.57 บาท

ส่วนบัตรกดเงินสดนั้น คิดดอกเบี้ยแล้วจะได้ 10,000 x 28% x ( 45 / 365) = 345.21 บาท รวมแล้วในเดือน ก.ย. คุณจะจ่ายแค่เพียง 10,345.21 บาท เท่านั้น

จะเห็นได้ว่า หากไม่ใช่การซื้อของ ซื้อสินค้า แต่จำเป็นต้องใช้เงินสดจริงๆ การเลือกบัตรกดเงินสดนั้น จะเป็นทางเลือกที่เหมาะ และช่วยเซฟเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยได้ดีกว่าบัตรเครดิต

 

ทางเลือกสุดท้าย กฏการใช้บัตรกดเงินสด

หลังจากที่เราได้เทียบกันไปแล้วในเรื่องของดอกเบี้ยระหว่างบัตรกดเงินสด และบัตรเครดิตนั้น เราจะพบว่า แม้ดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะสูง แต่เมื่อคำนวณออกมาจริงๆ แล้ว เหมาะสมที่จะกดเงินสดมาใช้ฉุกเฉินมากกว่า แต่ในส่วนของบัตรเครดิตนั้น กลับเหมาะสำหรับการรูดซื้อสินค้าที่มีโปรโมชั่นต่างๆ หรือส่วนลด มากกว่า และไม่ค่อยเหมาะกับการกดเงินสดเท่าไหร่นัก

และแน่นอน เมื่อถึงคราวจำเป็นที่ต้องกดเงินแล้ว เราก็มีกฏเหล็กดีๆ นำมาฝากไว้ เพื่อให้บัตรกดเงินสดนั้น ช่วยอำนวยความสะดวก มากกว่าเป็นเครื่องมือสร้างหนี้สร้างสิน!

การมีวินัยทางการเงิน ไม่ใช่แค่เรื่องออมเงินเท่านั้น เรื่องจ่ายหนี้สินก็ควรมีเช่นกัน
การมีวินัยทางการเงิน ไม่ใช่แค่เรื่องออมเงินเท่านั้น เรื่องจ่ายหนี้สินก็ควรมีเช่นกัน
  • พิจารณาให้ดีเสียก่อนว่า การกดเงินสดจากบัตรในครั้งนี้ จำเป็นมากน้อยแค่ไหน หากไม่จำเป็น ลองหาหนทางอื่น หรือหาเงินด้วยตัวเองจะดีกว่า

  • วางแผนการเงินให้ดี จำไว้ว่า ‘ยิ่งจ่ายคืนมากและเร็วเท่าไหร่ ดอกเบี้ยจะยิ่งน้อยเท่านั้น’ เนื่องจากบัตรกดเงินสดคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน หากคุณใช้เวลาในการปลดหนี้น้อย ดอกเบี้ยก็จะน้อยตามลงไปด้วย
  • ไม่กดเงินสดเกินตัว และต้องอยู่ในวงเงินที่ไม่ทำให้ชีวิตประจำวันของตัวเองเดือดร้อน เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอื่นๆ เงินคุณอาจจะไม่พอจ่ายได้
  • เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้แล้ว ก็ต้องมีวินัยในการใช้จ่ายหนี้ จ่ายเงิน ห้ามผลัดเด็ดขาด
  • หากไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ ให้เข้ามาพูดคุยกับเจ้าหนี้ หรือสถาบันทางการเงินที่เรากดเงินจากบัตรเงินสดไป เพื่อหาทางออกร่วมกัน

ที่สำคัญที่สุดคือ การไม่ใช้จ่ายเกินตัว มีวินัยในการเงิน และกดใช้เฉพาะยามฉุกเฉินจริงๆ รับรองได้เลยว่าบัตรกดเงินสดจะเป็นมิตรกับคุณมากกว่าเป็นศัตรูอย่างแน่นอน

และถ้าหากวันนี้ คุณยังหาผู้ช่วยฉุกเฉินยังไม่ได้ ลองเข้ามาทำความรู้กับ บัตร AEON นี่สิ! เพราะนอกจากดอกเบี้ย 0% แล้ว หากสมัครเป็นสมาชิกผ่าน Rabbit Finance วันนี้ รับกันเลยเต็มๆ กับสิทธิพิเศษกับส่วนลด BTS ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ซึ่งให้คุณมากถึง 13% และ 50% ในเครือเมเจอร์ฯ

อนุมัติปุ๊บ รับปั๊บ 300 คะแนนสะสม และเงินเติมแรบบิทการ์ด 100 บาท ยัง ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เรายังแถมฟรี! กับบัตรชมภาพยนตร์ 2 ที่นั่ง พร้อมกระเป๋าเดินทาง Caggioni 20 นิ้ว และอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 5,000 บาท  สิทธิพิเศษเหนือระดับแบบนี้ ไว้ใจให้เราเป็นมิตรแท้ ที่ช่วยคุณในยามฉุกเฉินสิ รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon