กระดูกสันหลังคดในเด็ก ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

posted: 11 months ago
กระดูกสันหลังคดในเด็ก ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

comments

กระดูกสันหลังคดในเด็ก เป็นภาวะที่ผู้ปกครองไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกันมากนัก เนื่องจากถ้าเป็นไม่มากจะไม่แสดงอาการให้เห็น แตกต่างกับเมื่อเด็กไม่สบาย ตัวร้อน เป็นไข้ ผู้ปกครองจะรีบพาเด็กมาพบแพทย์ทันที ซึ่งเมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ กว่าผู้ปกครองจะตรวจพบอีกที กระดูกสันหลังก็อาจมีการคดเอียงมากขึ้นแล้ว



กระดูกสันหลังคด (scoliosis) หมายถึง ภาวะที่กระดูกสันหลังผิดรูป เอียงไปทางซ้ายหรือขวา เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่เกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้กระดูกสันหลังคด ได้แก่ โรคกระดูกสันหลังคดตั้งแต่กำเนิด, โรคกระดูกสันหลังคดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อระบบประสาท
องศาความคดมีได้ตั้งแต่เป็นน้อยๆ (10 -30 องศา), ปานกลาง (30-60 องศา) และรุนแรง (>60 องศา) อย่างไรก็ตาม องศาการคดหากมีไม่ถึง 30 องศา มักไม่ก่อให้เกิดปัญหากับเด็ก จะไม่มีอาการปวดหลัง ไม่ตัวเอียง

ผู้ปกครองจะสังเกตได้อย่างไร ว่าเด็กอาจเป็นกระดูกสันหลังคด

• แนวกระดูกสันหลังไม่ตรง
• ระดับหัวไหล่หรือบ่าทั้ง 2 ข้างไม่เท่ากัน สะบักหรือกระดูกที่เป็นคล้ายๆ ปีกมีการนูนตัวมากกว่า อีกด้านหนึ่ง
• ศีรษะไม่อยู่กึ่งกลางในระหว่างแนวกระดูกเชิงกรานทั้ง 2 ข้าง
• สะโพกด้านใดด้านหนึ่งยกขึ้น สูงกว่าอีกด้าน
• กระดูกซี่โครงมีระดับความสูงไม่เท่ากัน
• ระดับเอวไม่เท่ากัน
• สภาพผิวมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างจากอีกด้าน เช่น มีรอยบุ๋ม, มีขนขึ้น, สีผิวเปลี่ยนไปจากเดิม
• มีการเอียงของลำตัวไปด้านใดด้านหนึ่ง
นอกจากอาการที่กล่าวมาแล้ว ถ้าผู้ปกครองยังไม่แน่ใจ อาจใช้วิธีการให้เด็กถอดเสื้อทำท่า ยืนเท้า ชิดกัน และก้มไปด้านหน้า ใช้มือ 2 ข้างพยายามแตะพื้น  ผู้ปกครองมองจากทางด้านหลังก็จะพบความนูน ของหลังที่ไม่เท่ากัน ซึ่งผู้ปกครองควรเริ่มสังเกตเด็กตั้งแต่อายุ 2-3 ขวบ แม้อาจจะยังไม่เห็น หรือเห็นไม่ชัด แต่การสังเกตตั้งแต่ระยะแรกๆ จะช่วยป้องกันและรักษาได้ง่ายกว่า



กระดูกสันหลังคด…มีโอกาสคดเพิ่มขึ้นหรือไม่

องศาการคดมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละปี เด็กบางคนเร็ว บางคนคดเพิ่มขึ้นช้าๆ ซึ่งองศาการคด จะเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในช่วงที่เด็กมีความสูงเพิ่มเร็วๆ คือ ช่วงเข้าสู่ “วัยรุ่น” หรืออายุประมาณ 12-14 ปี หลังจากนั้นจะหยุดคดหรือคดช้าลงเมื่อเข้าสู่ช่วง “โตเต็มวัย” (18-20 ปี) ซึ่งโอกาสการคดขึ้นกับปัจจัยหลายประการดังต่อไปนี้
• บริเวณของการคด หากคดที่กระดูกระดับหน้าอก มีโอกาสคดสูงกว่าที่ระดับเอว
• อายุครั้งแรกที่เห็นการคด หากพบก่อนอายุ 10 ขวบ มีโอกาสคดเพิ่มมากกว่ารายที่เริ่มเห็นการคดตอนโต
• มุมของการคด ยิ่งมาก ยิ่งมีโอกาสคดเพิ่มมากขึ้น เช่น 30 องศา มีโอกาสการคดเพิ่มมากกว่า 20 องศา
• ภาวะการเติบโตของกระดูกในร่างกายเมื่อเริ่มคด หากกระดูกยัง ไม่ปิดก็ยังมีโอกาสคดเพิ่มมากกว่า เมื่อเทียบกับเด็กที่กระดูกปิดแล้ว (เด็กหญิงกระดูกปิดเมื่ออายุ 14-18 ปี หรือหลังมีประจำเดือนอย่างสม่ำเสมอแล้ว 3 ปี/เด็กชาย 16-20 ปี หรือมีเสียงแตกมาแล้ว 4 ปี)
• การมีประจำเดือนครั้งแรก หากการคดเกิดขึ้นก่อนการมีประจำเดือนครั้งแรก จะมีโอกาสคดเพิ่มมากกว่าเด็กที่มีประจำเดือนแล้ว
• เมื่อเด็กโตเต็มวัย หากการคดสุดท้ายไม่เกิน 50 องศา เด็กจะไม่มีการคดเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
การวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังคดทำอย่างไร
นอกจากการดูลักษณะที่ผิดปกติแล้ว แพทย์จะตรวจการทำงานของระบบประสาท และอาจส่งตรวจทางรังสี เพื่อการวินิจฉัย และประเมินระดับความรุนแรงของโรค รวมถึงการประเมินอายุกระดูกผู้ป่วย
ทางเลือกการรักษา
• การรักษาด้วยการไม่ผ่าตัด ใช้ในกรณีที่เด็กมีมุมองศาที่คดไม่มาก โดยใช้การสังเกตอาการ รักษาทางกายภาพบำบัด หรืออาจใช้เสื้อเกราะในบางราย
• การรักษาด้วยการผ่าตัด ใช้ในกรณีที่เด็กมีมุมองศาที่คดมาก หรือมีการเพิ่มของมุมองศาที่คดมากขึ้นขณะติดตามการรักษา


อย่างไรก็ดี  กายภาพบำบัดรักษากระดูกสันหลังคดสามารถทำได้ โดยจะทำการรักษาโดยการสอนการจัดท่าขณะนอน การทรงท่า และการออกกำลังกายต่างๆ ที่เหมาะสมเพื่อช่วยรักษาให้กระดูกสันหลังกลับเข้าสู่แนวเดิม หรือให้ใกล้เคียงแนวปกติให้มากที่สุด ซึ่งขั้นตอนการรักษาทางกายภาพบำบัดนั้น จะเริ่มต้น ที่การซักประวัติ ตรวจประเมิน และให้โปรแกรมการรักษา โดยโปรแกรมที่ให้ในการรักษาจะจำเพาะแตกต่าง กันไปขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคน และการให้การรักษานี้ควรเป็นนักกายภาพบำบัดที่ได้รับการอบรมเฉพาะทางเกี่ยวกับโรคกระดูกสันหลังคด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด

สำหรับผู้ใหญ่อย่างเรา สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากกว่าโรคกระดูกสันหลังคด คือ หมอนรองกระดูกทับเส้น ค่ะ ลองอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับโรคได้ที่ โรคยอดฮิตที่ดาราชอบเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”


ขอบคุณข้อมูลจาก  มหาวิทยาลัยมหิดล


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon