สุดยอด กลศึกสามก๊ก : กลยุทธ์ร่วมรบ

posted: 2 years ago
1,320 views
สุดยอด กลศึกสามก๊ก : กลยุทธ์ร่วมรบ

comments

กลศึกสามก๊ก_กลยุทธ์ร่วมรบ

กลศึกสามก๊ก คือ กลยุทธ์ต่างๆ ที่ใช้ในการทำศึกสงครามที่ปรากฏในวรรณกรรมจีนต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจและคู่ควรต่อการศึกษา เพราะในสงครามสามก๊กนั้น บ่อยครั้งที่กำลังทหารที่มีกำลังไพร่พลน้อยกว่ากลับเอาชนะกำลังทหารที่มีกำลังไพร่พลมากกว่าได้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือกลยุทธ์ด้านยุทธศาสตร์ และความชำนาญทางภูมิศาสตร์ในการทำศึกสงคราม

ในสามก๊กมีการใช้กลศึกจำนวนมากมายเพื่อหลอกล่อศัตรูให้ได้มาซึ่งชัยชนะ มีทั้งการต่อสู้ทางสติปัญญา และเต็มไปด้วยสุดยอดกุศโลบายในการแสดงศักยภาพของกองทัพ นอกจากฝีมือในการรบที่สูงส่งแล้ว แม่ทัพที่นำทัพในสนามรบจะต้องรู้หลักและเชี่ยวชาญตำราพิชัยสงคราม และมีเสนาธิการที่ปรึกษาทัพจะต้องรอบรู้ในทุกๆ ด้าน รู้แจ้งในกลศึกต่างๆ ของศัตรู รู้ถึงจิตใจของทหารภายใต้บังคับบัญชา และรู้จักฉกฉวยจังหวะสำคัญในการโจมตีจึงจะสามารถเอาชนะศัตรูได้ ซึ่ง กลศึกสามก๊ก ที่สำคัญในการทำสงครามสามก๊กแต่ละครั้งมี คือ กลยุทธ์ชนะศึก, กลยุทธ์เผชิญศึก, กลยุทธ์เข้าตี, กลยุทธ์ชนะศึก, กลยุทธ์ติดพัน, กลยุทธ์ร่วมรบ, กลยุทธ์ยามพ่าย โดยในครั้งนี้เป็น กลยุทธ์ร่วมรบ

คุณอาจสนใจกลยุทธ์อื่นๆ: กลยุทธ์ชนะศึกกลยุทธ์เผชิญศึกกลยุทธ์เข้าตีกลยุทธ์ติดพันกลยุทธ์ยามพ่าย

Viriyah Insurance

1. ลักขื่อเปลี่ยนเสา

กลยุทธ์ลักขื่อเปลี่ยนเสา หรือ โทวเหลียงห้วนจวู้  คือ กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการต่อกำลังที่ร่วมทำศึกด้วยหรือต่อศัตรู จักต้องหาหนทางเปลี่ยนแปลงการจัดเตรียมแนวรบของศัตรูอยู่เสมอ การถอดถอนเคลื่อนย้ายจุดยุทศาสตร์และกองกำลังสำคัญของศัตรูไป รอให้ศัตรูเกิดความอ่อนแอเสียขวัญและกำลังใจ ประสบกับความพ่ายแพ้ จึงฉกฉวยโอกาสพลิกสถานการณ์ที่ศัตรูเกิดความย่ำแย่ให้เป็นประโยชน์แก่ตน นำกำลังบุกเข้าโจมตียึดครองและควบคุมกองทัพของศัตรูไว้ภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อประโยชน์ต่อไปในภายหน้า

ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ลักขื่อเปลี่ยนเสาไปใช้ เช่น เทียหยกที่วางกลอุบายหลอกเอาตัวตันฮกมาจากเล่าปี่เพื่อให้เป็นที่ปรึกษาแก่โจโฉ ภายหลังที่ตันฮกวางกลอุบายซุ่มโจมตีกองทัพของโจหยินจนแตกพ่ายยับเยิน

2. ชี้ต้นหม่อนด่าต้นไหว

กลยุทธ์ชี้ต้นหม่อนด่าต้นไหว หรือ จวื่อซ่างม่าไหว หมายถึง เมื่อฝ่ายที่มีความเข้มแข็งมากกว่า หรือแคว้นที่มีกองกำลังทหารภายใต้สังกัดมาก ข่มเหงรังแกแคว้นเล็ก หรือผู้ที่มีกำลังทหารน้อยกว่า ควรใช้วิธีการตักเตือนให้เกิดความเกรงกลัวและยำเกรง เมื่อแสดงความเข้มแข็งออกมา ก็ย่อมได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่อ่อนแอกว่า ถ้ากล้าใช้ความรุนแรง ก็ย่อมได้รับความยอมรับนับถือจากผู้ที่อ่อนแอกว่า

ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ชี้ต้นหม่อนด่าต้นไหวไปใช้ คือ สุมาอี้ที่บุกเข้าควบคุมตัวของครอบครัวโจซอง หลังจากที่ลิดรอนอำนาจของสุมาอี้เพียงเพราะหวังในตำแหน่งอุปราช

กลศึกสามก๊ก_กลยุทธ์ร่วมรบ2
เมื่อฝ่ายที่มีความเข้มแข็งมากกว่าข่มเหงรังแกผู้ที่มีกำลังน้อยกว่า ควรที่จะใช้วิธีการตักเตือนให้เกิดความเกรงกลัวและยำเกรง

3. แสร้งทำบอแต่ไม่บ้า

กลยุทธ์แสร้งทำบอแต่ไม่บ้า หรือ เจี่ยชือปู้เตียน หมายถึง การแกล้งยอมทำเป็นโง่ ไม่เคลื่อนไหว ไม่อวดทำเป็นสู่รู้ทำบุ่มบ่าม การอวดรู้ย่อมกลายเป็นผลเสียแก่ตนเองได้ในภายหน้า คัมภีร์อี้จิงกล่าวว่า “ดุจดั่งอสนีบาตหยุดฟาดฟัน” โดยคำว่า “หยุด” หมายถึง ผู้ที่มีสติปัญญามิพึงแสดงตัว แต่พึงเตรียมการทั้งปวงอย่างลับๆ มิให้ผู้ใดล่วงรู้ ประหนึ่งคมดาบที่แอบซ่อนอยู่ภายในฝัก ไม่ปรากฏให้ผู้ใดได้เห็น เมื่อถึงเวลาอันสมควร ก็กู่คำรามราวกับสายฟ้าที่จะกระหน่ำพสุธาให้แตกสลายไป

ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์แสร้งทำบอแต่ไม่บ้าไปใช้ ได้แก่ เล่าปี่ที่แสร้งทำเป็นหวาดกลัวเสียงฟ้าร้องจนตะเกียบหลุดจากมือ เพื่อให้โจโฉตายใจและไม่คิดระแวงเล่าปี่ที่อ่านคิดการใหญ่ในภายหน้า

Bangkok Insurance

4. ขึ้นบ้านชักบันได

กลยุทธ์ขึ้นบ้านชักบันได หรือ ซ่างอูโชวที เป็นกลยุทธ์ที่หมายถึงการจงใจปกปิดซ่อนเร้นจุดอ่อนเพื่อมิให้ศัตรูมองเห็น สร้างเงื่อนไขและหลอกล่อให้ศัตรูเป็นฝ่ายบุกเข้าโจมตี แล้วตัดขาดส่วนหน้าที่คอยวางกำลังสมทบและส่วนหลังที่วางกองกำลังไว้เป็นกองหนุน ตีโอบศัตรูให้หลบหนีเข้าไปภายในกองทัพ เสมือนถุงที่อ้าปากไว้รับหรือวงล้อมหลุมพรางที่วางดักไว้ การขบ เทียบได้กับการบดเคี้ยวกระดูกหรือเนื้อที่มีความเหนียว รังแต่จะทำให้ฟันชำรุดเสียหาย หรือเสมือนดั่งมักได้ในสิ่งที่มิควรได้ฉันใด ย่อมจักนำมาซึ่งความวิบัติฉันนั้น

ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ชักบ้านขึ้นบันไดไปใช้ ได้แก่ จูกัดเหลียงที่วางกลอุบายให้ม้าต้ายนำเกวียนที่บรรทุกประทัดและดินดำไปซุ่ม เพื่อช่วยเหลืออุยเอี๋ยนในคราวทำศึกกับลุดตัดกุด

กลศึกสามก๊ก_กลยุทธ์ร่วมรบ3
ใช้แนวรบของพันธมิตร มาสร้างแนวรบป้องกันที่จะกลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ตนเอง

5. ต้นไม้ผลิดอก

กลยุทธ์ต้นไม้ผลิดอก หรือ ซู่ซ่างไคฮวา หมายถึง การใช้แนวรบของพันธมิตรมาสร้างแนวรบป้องกันที่จะกลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ตนเอง แม้กองกำลังทหารจะเล็กน้อยก็สามารถทำให้แลดูเสมือนกองกำลังทหารที่ใหญ่โตได้ ดุจนกอินทรีที่ผกผินบินอยู่ในอากาศ เมื่อกางปีกทั้งสองข้างออกก็ช่วยทำให้นกอินทรีแลดูมีท่วงท่าที่สง่าและน่าเกรงขราม เฉกเช่นเดียวกับต้นไม้ที่ไร้ซึ่งดอกแลผล เมื่อนำดอกไม้มาเสียบติดไว้ทำให้ดูสวยงามขึ้น ผู้ที่ไม่ทันสังเกตก็จะไม่รู้ว่าดอกไม้ไม่ใช่ของจริง เป็นเพียงการสร้างสิ่งบังหน้าเพื่อสบโอกาสในการเคลื่อนไหว

ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ต้นไม้ผลิดอกไปใช้ เช่น โจโฉที่ฉวยจังหวะและโอกาสอาศัยพระนามของพระเจ้าหองจูเปียนบังหน้าในการนำกองกำลังทหารปราบปรามแคว้นต่างๆ ที่ไม่ยอมขึ้นแก่ตนเอง

6. สลับแขกเป็นเจ้าบ้าน

กลยุทธ์สลับแขกเป็นเจ้าบ้าน หรือ ฝ่านเค่อเหวยจวู่ หมายถึงเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเปิดช่องสบโอกาสให้สอดแทรก ควรสอดแทรกเพื่อกุมจุดสำคัญหรือหัวใจของอีกฝ่ายไว้ ซึ่งคัมภีร์อี้จิงกล่าวว่า “ค่อยผันสู่ชัยชนะ” หมายความถึง การตอกลิ่มเข้าไปในฝ่ายตรงข้ามเพื่อยึดครองอำนาจการบังคับบัญชานั้น จะต้องค่อยเป็นค่อยไปจึงบรรลุซึ่งชัยชนะ การใช้อารมณ์วู่ว่ามบุ่มบามทำการใหญ่ไม่เป็นผลดีในการทำศึกสงคราม เพราะนอกจากจะเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ศัตรูแล้ว ยังเสี่ยงต่อการพ่ายแพ้ในการศึกอีกด้วย

ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์สลับแขกเป็นเจ้าบ้านไปใช้ ได้แก่ เตียวสิ้วที่วางกลอุบาลลอบฆ่าโจโฉ และเตียนอุยโดยใช้อาสะใภ้ตนเองเป็นเหยื่อล่อให้โจโฉหลงกล

ที่มา: Wikipedia

avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon