กองทุนรวมผสม กองทุนดีดีที่ไม่ควรมองข้าม

posted: 1 year ago
1,724 views
กองทุนรวมผสม กองทุนดีดีที่ไม่ควรมองข้าม

comments

ในแง่มุมของการลงทุน ถ้าถามว่าเราอยากลงทุนแล้วประสบความสำเร็จอะไรเป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุด ส่วนตัวจะตอบว่าการทำ “Asset Allocation” หรือการกระจายทรัพย์สินการลงทุน เหตุผลเพราะว่าโลกของการลงทุนไม่มีคำว่าถูกต้อง 100% เราไม่สามารถรู้ได้ว่าสินทรัพย์การลงทุนของเราไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุนรวม ตราสารหนี้ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ทิศทางของราคาจะเป็นอย่างไร ราคาจะขยับตัวเมื่อไหร่ แล้วความรุนแรงในการปรับตัวเป็นอย่างไร

เพราะว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ “สินทรัพย์การลงทุน” แต่ละประเภทมีเยอะมาก ดังนั้นต่อให้เราคิดรอบคอบขนาดไหนสุดท้ายก็อาจจะมีบางมุมที่เรานึกไม่ถึงหรือถ้าเราคิดดีแล้วก็อาจจะมีเรื่อง “วิกฤต” เกิดขึ้นกับสินทรัพย์เราได้ เช่น หุ้นที่เราลงทุนเกิดเหตุไฟไหม้หรือน้ำท่วม ถึงแม้จะมีการทำประกันภัยได้รับชดเชยในบางกรณี ยังไงก็ยังต้องใช้เวลาในการปรับปรุงโรงงานเพื่อกลับมาดำเนินการต่อ



การทำ Asset Allocation ไม่ใช่การที่เราลงหุ้นหลายๆ ตัวแบบนั้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท โดยหลักแบบพื้นฐานที่เริ่มต้นได้ง่ายก็คือการจัดพอร์ตระหว่าง หุ้น (ตราสารทุน) ตราสารหนี้ และเงินฝาก เช่น ถ้าเราเป็นคนรับความเสี่ยงได้กลางๆ ไม่สูงมาก การเลือกลงทุนในหุ้น 50% แล้วตราสารหนี้ 50% ก็จะตรงกับความเสี่ยงของเรามากกว่า

แล้วทีเนี้ยหลายๆ ก็อาจจะบอกว่าวุ่นวาย ถ้าจะซื้อ “กองทุนรวม” ก็ต้องซื้อทีละ 2-3 กองทุนอีก แต่รู้หรือไม่ว่า “กองทุนรวม” ยังมีกองทุนอีกประเภทนึงที่ชื่อว่า “กองทุนผสม (Flexible Fund)” กองทุนประเภทนี้จะเป็นกองทุนที่เลือกลงทุนใน “ตราสารหนี้” และ “ตราสารทุน” เป็นหลักเนี่ยแหละ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนว่าไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ บ้างหรือเปล่า กองทุนประเภทนี้ก็จะเหมาะกับคนที่อยากลงทุนในหุ้นแต่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก ผู้จัดการกองทุนก็จะจัดสรรเงินบางส่วนไปลงทุนใน “ตราสารหนี้” ให้ ก็จะช่วยลดความผันผวนของกองทุนได้เป็นอย่างไรดี


แต่ว่ามีสิ่งที่เราต้องเลือกให้ดีถ้าเราอยากลงทุนใน “กองทุนรวมผสม” คือเราต้องไปดูว่ากองทุนรวมผสมนั้นบริหารแบบ Active ขนาดไหน เพราะบางกองทุนประเภทนี้ สามารถลงทุนให้หุ้นได้สูงสุด 100% หรือถ้าผู้จัดการกองทุนมองว่าตลาดหุ้นไม่ดีก็อาจจะเลือกลงทุนตราสารหนี้ 100% ก็เป็นไปได้

Allocating golden eggs into more than one basket

แต่ก็มีกองทุนผสมบางประเภทที่จะมีการกำหนดสัดส่วนที่แคบลง เช่นลงทุนหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 50% แบบนี้ก็จะมีความเสี่ยงน้อยลงมาหน่อย เหตุผลก็เพราะว่าถ้าเราเลือกลงกองทุนผสมที่มีการกำหนดสัดส่วนหุ้นได้ตั้งแต่ 0 – 100% อย่างที่รู้กันว่าการลงทุนความเสี่ยง ถ้ามีการ Active มากเกินไปแล้วเกิดผู้จัดการกองทุนมองผิดทาง สมมติว่าผู้จัดการมองว่าหุ้นจะดี ทำให้กองทุนรวมขยับสัดส่วนเป็นที่ 100% แล้วเกิดตลาดไม่ดีดังคาด เราในสถานะ “ผู้ถือหน่วยลงทุน” ก็จะขาดทุนหนักไม่ด้วย

ดังนั้นถ้าจะลงทุนใน “กองทุนรวมผสม” อย่าลืมดูนโยบายการลงทุนที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด แล้วที่สำคัญอย่าลืมดูผลการดำเนินงานย้อนหลังของทีมบริการกองทุนด้วยว่าทำผลตอบแทนเป็นอย่างไรได้บ้าง แล้วก็จริงๆ แล้ว LTF ที่เราซื้อลดหย่อนภาษีกันก็มีแบบ “กองทุนรวมผสม” ให้เราเลือกลงทุนเช่นกัน

avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon