‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ กองทุนดีๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือน

posted: 1 year ago
‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ กองทุนดีๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือน

comments

อาชีพที่ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศประกอบอาชีพกันต้องยอมรับว่าก็คือ “มนุษย์เงินเดือน” เนี่ยแหละ แต่ไม่รู้ว่ากระแสเรื่องการเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ดี เป็นมนุษย์เงินเดือนไม่เท่ มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกัน อาจจะเพราะชื่อว่า “มนุษย์เงินเดือน” ล่ะมั้งเลยกลายเป็นภาพลักษณ์ว่า มนุษย์เงินเดือนต้องใช้เงินชนเดือนแน่ๆ เพราะถ้าเราท่องโลกโซเซียลบ่อยๆ จะเห็นปัญหานี้บ่อยๆ ส่วนตัวที่พบเจอคนหลากหลายประเภทมาก็ยอมรับจริงๆ ว่ามนุษย์เงินเดือนก็มีปัญหาแบบนี้โดยส่วนใหญ่จริงๆ เพราะ “รายรับ” กับ “รายจ่าย” ไม่สัมพันธ์กันสักเท่าไหร่



ทั้งๆ ที่ถ้ามองตามเหตุและผลแล้ว ถ้ามนุษย์เงินเดือนมีการวางแผนการเงินดีดี ไม่ใช่จ่ายเกินตัว น่าจะบริหารเงินได้ง่ายกว่าเจ้าของกิจการด้วยซ้ำ เพราะเรารู้ว่า “รายรับ” ได้เท่าไหร่ในแต่ละเดือน แต่ถ้าเป็นเจ้าของกิจการรายรับไม่แน่นอน ยิ่งหนักเข้าไปอีกบางเดือนขาดทุนด้วยซ้ำไป ก็เลยเป็นเรื่องที่น่าแปลกว่าทำไมมนุษย์เงินเดือนถึงไม่มีเงินเก็บกันซะส่วนใหญ่ (แต่ก็เคยเจอมนุษย์เงินเดือนหลายๆ คนมีเงินเก็บเยอะก็มี ทั้งนี้ก็ขึ้นแล้วแต่ละบุคคล)

HiRes-15-11-new

เลยลองมานั่งคิดต่อว่าทำไมถึงเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นได้ล่ะ? เหตุผลนึงถ้าคิดเร็วๆ แล้วจะคิดออกทันทีเลยก็คือ เราถูกกระตุ้นให้ใช้จ่ายตลอดเวลา เดินไปทางไหนก็เจอโฆษณา เล่น Facebook ร้านค้าก็มาทำเพจขายของ แล้วยิ่งเดี๋ยวนี้ Facebook ฉลาดหนักเข้าไปอีกรู้ว่าเรากำลังอยากได้อะไรจาก เพจที่เรากด like ไว้หรือแม้แต่ที่เรา search หาข้อมูลจาก google ก็ตาม ก็จะขึ้นมาใน New Feed ให้เราช้อปปิ้งกัน

วิธีแก้ที่ได้ผลและดีมากๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนเลยก็คือ “การออมภาคบังคับ” อย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) นั่นเองหลายๆ คนอาจจะบอกว่าไม่เอาดีกว่าไม่อยากหักเงินไปเก็บออมนานๆไม่ดี แต่รู้หรือไม่ว่าการหักเงินเก็บเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีประโยชน์หลายเด้งมากๆ

1. เราออม นายจ้างช่วยออม

ธรรมชาติของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็คือ เราจะหักออมเข้ากองทุนส่วนนึง แล้วนายจ้างจะช่วยเราออมอีกส่วนนึง เรียกได้ว่ากำไร 100% ตั้งแต่วันแรกที่หักออมเลยก็ได้ยังไม่นับผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวที่เราจะได้อีกนะ แต่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ละบริษัทจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันอยู่ว่าต้องทำงานกี่ปีถึงได้ส่วนที่นายจ้างส่วนออมเต็มจำนวนหรือทำกี่ปีจะได้รับเท่าไหร่ รวมไปถึงว่านายจ้างจะช่วยเราออมกี่% ด้วยนะ

HiRes-11-15-2-edit

2. ได้สิทธิผลประโยชน์ทางภาษี

รู้กันหรือไม่ว่า เงินที่เราหักเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเหมือน LTF RMF เลยล่ะ เงื่อนไขก็คือหักไม่เกิน 15% ของเงินได้หรือรวมกับ RMF กับประกันชีวิตแบบบำนาญแล้วไม่เกิน 500,000 บาท

3. แหล่งลงทุนมีความหลากหลาย

ถ้าไปเทียบกับการลงทุนสำหรับลดหย่อนภาษียอดนิยมอย่าง LTF แล้วเรียกได้ว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีความหลากหลายกว่ามากเพราะสัดส่วนการลงทุนค่อนข้างหลากหลายกว่าตามระดับความเสี่ยงของตัวเราด้วย แต่ LTF จะเน้นลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลักเลย ซึ่งความเสี่ยงของกองทุนเราจะมีให้เลือกไม่มาก



พอเห็นข้อดีของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขนาดแล้วจะไม่หักออมกันก็คงไม่ได้แล้ว ถ้าจะให้แนะนำก็คือหักอย่างน้อย 10% ไปเลยทุกๆ เดือน แต่ถ้าจะให้ดีจัดเต็ม 15% ไปเลยทุกเดือนเพราะจะได้เป็นการออมเงินไปในตัวด้วย สำหรับที่มองว่าการออมเงิน 20-30% ของรายได้เป็นไปไม่ได้หรอก ลองหักออมในกองทุนสำรองเลี้ยง 15% แล้วรวมกับส่วนของนายจ้างสมมติว่า 10% เราก็ออมเดือนละ 25% ของรายได้แล้วล่ะ


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon