การทำ สินเชื่อรถยนต์

posted: 4 years ago
การทำ สินเชื่อรถยนต์

comments

สินเชื่อรถยนต์

ข้อควรรู้เมื่อทำ สินเชื่อรถยนต์  ในการทำ สินเชื่อรถยนต์ ถือได้ว่าเป็นธุรกรรมอย่างหนึ่ง ควรตัดสินใจให้ถี่ถ้วนเสียก่อน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาได้ในภายหลัง

1. ระยะเวลา

ควรเลือกระยะเวลาที่เราคิดว่าสามารถผ่อนชำระได้ตามวันเวลาที่ทางฝ่าย สินเชื่อรถยนต์ กำหนดไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี  กรณีแรก คือ งการเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อสามารถเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 12 – 48 เดือน ส่วนในกรณีที่สอง คือ การเช่าแบบลีสซิ่ง ผู้เช่าจะสามารถเลือกระยะเวลาการเช่าได้ตั้งแต่ 36 ถึง 48 เดือน

2. การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้เช่าซื้อหรือผู้เช่า

ในกรณีของการเช่าซื้อ กฎหมายระบุไว้ว่ากรรมสิทธิ์ จะโอนเป็นของผู้เช่าซื้อทันที เมื่อผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วน ส่วนในกรณีของการเช่าแบบลีสซิ่งเมื่อการเช่าจบสิ้นแล้ว ผู้เช่ามีสิทธิที่จะเลือกซื้อทรัพย์สินที่ตนเองเช่า โดยสามารถซื้อได้จากผู้ให้เช่าในราคาที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่วันทำสัญญาเช่าเมื่อผู้เช่าได้ชำระเงินค่าซื้อซากแล้วกรรมสิทธิ์จะโอนเป็นของผู้เช่าทันที

3. การบันทึกบัญชีค่างวดจ่ายรายเดือน

ในกรณีของการเช่าซื้อนั้น ค่างวดที่ผู้เช่าซื้อชำระรายเดือนถือเป็นการชำระราคาของทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ดังนั้นให้บันทึกบัญชีเป็นการชำระหนี้เช่าซื้อ ส่วนในกรณีของการเช่าแบบลีสซิ่งนั้น เงินที่จ่ายรายเดือนถือเป็นเงินชำระค่าเช่าทรัพย์สิน ดังนั้นให้บันทึก บัญชีเป็นค่าใช้จ่าย ค่าเช่า แต่ในการบันทึกบัญชีค่าเช่านั้นให้บันทึกเต็มตามจำนวนที่ได้จ่ายจริงแต่ค่าเช่าที่จะนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีรายได้นั้น จะบันทึกได้ไม่เกินจำนวน 36,000 บาทต่อเดือนในกรณีที่เป็นค่าเช่า ที่เกิดจากการเช่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่งเท่านั้นส่วนค่าเช่าที่เกิดจากการ เช่าทรัพย์สินประเภทอื่นๆสามารถนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายได้ในการคำนวณภาษีรายได้เต็มตามจำนวน

4. การบันทึกทรัพย์สินทางบัญชี

ในกรณีของการเช่าซื้อ ถือว่าผู้ซื้อได้ซื้อทรัพย์สินนั้น ดังนั้นจึงให้ผู้เช่าซื้อบันทึกทรัพย์สินเป็นของผู้เช่าซื้อ ส่วนกรณีการเช่าแบบลีสซิ่ง เนื่องจากผู้เช่าเพียงแต่ทำการเช่าทรัพย์สินโดยทรัพย์สินเป็นของผู้ให้เช่าดังนั้นผู้ให้เช่าจะเห็นผู้บันทึกบัญชีทรัพย์สินโดยผู้เช่าจะ  บันทึกเป็นทรัพย์สินของผู้เช่าได้ต่อเมื่อได้ชำระค่าเช่าครบถ้วนและได้ใช้สิทธิที่จะเลือกซื้อทรัพย์สิน  นั้นเพื่อเป็นของตนแล้วเท่านั้นการบันทึกค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินเพื่อให้สอดคล้องกับการบันทึกบัญชีทรัพย์สินผู้ที่บันทึกบัญชีทรัพย์สิน จะเป็นผู้บันทึกการตัดค่าเสื่อมราคา จากทรัพย์สินที่ตัวเองบันทึกไว้ในงบดุล  แต่ในการบันทึกการตัดค่าเสื่อมราคานั้น ให้บันทึกเต็มตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริงแต่ค่าเสื่อมราคาที่เกิดจากทรัพย์สินรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่งนั้น จะนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีรายได้ โดยไม่เกินจำนวน 1,000,000 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือปีละ 200,000 บาทต่อปี ในกรณีที่การตัดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon