การวางแผนประกันภัย เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจัดการ

posted: 4 years ago
2,361 views
การวางแผนประกันภัย เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจัดการ

comments

insurance-health

การประกันภัย เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเมื่อเกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินต่างๆ ที่ได้ทำประกันภัยไว้  โดยการเฉลี่ยหรือการกระจายความเสียหายไปยังสมาชิกที่ทำประกันภัย  โดยมีบริษัทประกันภัยเป็นผู้ทำหน้าที่เก็บเบี้ยประกันและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา

การวางแผนการประกัน หมายถึง การวางแผนเพื่อเตรียมรับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเรา  ครอบครัวของเรา  ทรัพย์สินของเรา  หรือธุรกิจของเรา  การวางแผนที่ดีจะช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

Viriyah Insurance

การประกันภัยสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. การประกันชีวิต

เป็นการคุ้มครองความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชีวิตผู้เอาประกันภัยโดยกำหนดเป็น วงเงินชดเชยที่แน่นอนตาม ทุนประกันที่ระบุไว้ นอกจากนี้ ยังสามารถให้คุ้มครองครอบคลุมถึงการทุพพลภาพ การเจ็บป่วย โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ หรือเงินชดเชย รายได้จากการหยุดงาน

2. การประกันวินาศภัย

เป็นการคุ้มครองความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินผู้เอาประกันภัย โดยกำหนดในรูปทุนประกันตามมูลค่าทรัพย์สิน หากมีความสูญเสียเกิดขึ้นจะมีการชดเชยตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินทุนประกัน ได้แก่ การประกันไฟ ประกันรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันการเดินทางประกันภัยขนส่ง ทางทะเล และการประกันภัยเบ็ดเตล็ด

Dhiphaya Insurance

หลักใน การวางแผนประกันภัย

1. ต้องรู้วัตถุประสงค์ของการประกันภัย
2. ต้องรู้ความจำเป็นหรือวงเงินที่ต้องการประกัน
3. ต้องรู้ขอบข่ายที่ต้องการประกัน
4. ต้องรู้ช่วงระยะเวลาที่ต้องการให้มีการคุ้มครอง
5. ต้องรู้รูปแบบการประกันที่สามารถตอบสนองความต้องการของเรา

personal insurance

แนวทางในการพิจารณา เมื่อตัดสินใจจะซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต

1. เลือกซื้อกับบริษัทที่มีชื่อเสียง หรือน่าเชื่อถือ
2. ซื้อให้เหมาะกับวงเงินที่ต้องการ
3. ซื้อให้เหมาะกับความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย
4. ทำความเข้าใจในเงื่อนไขของกรมธรรม์ก่อนซื้อ
5. เปรียบเทียบกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท

ความแตกต่างระหว่างการประกันชีวิตกับการประกันวินาศภัย

1. ภัยจากการประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องเกิดแน่นอน แต่ภัยจากวินาศภัย อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้
2. ประกันชีวิตจะชดเชยตามทุนประกัน ประกันวินาศภัยจะชดเชยตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินประกัน
3. ทุนประกันชีวิตมักจะได้คืนเมื่อครบสัญญา ขณะที่เบี้ยประกันวินาศภัยมักจะเป็นแบบกินเปล่า
4. การสมัครประกันชีวิตในวงเงินสูง อาจต้องถูกเรียกตรวจสุขภาพ ส่วนประกันวินาศภัยจะไม่มีการเรียกตรวจสุขภาพแต่อาจมีการไปตรวจสภาพ สินทรัพย์ที่จะเอาประกันว่าความเสี่ยงภัยและมูลค่าที่แท้จริงเป็นอย่างไร ตรงกับที่แจ้งไว้หรือไม่
5. เนื่องจากเบี้ยประกันชีวิตจะต้องส่งมอบคืนผู้เอาประกันในวันหนึ่งข้างหน้า ดังนั้น เงินออมส่วนนี้ จะมีกฎหมายควบคุม       การลงทุนที่ค่อนข้างเข้มงวด ขณะที่เบี้ยประกันวินาศภัย มักเป็นแบบกินเปล่า จึงไม่ได้เข้มงวดในเรื่องการลงทุนเทียบเท่าเบี้ยประกันชีวิต

ประกันทรัพย์สิน วงเงินเท่าไรถึงพอ

การพิจารณาวงเงินหรือทุนประกันของทรัพย์สินต่างๆ เช่น รถยนต์ บ้านอาศัย หรือโรงงาน มักไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะส่วนใหญ่บริษัทประกันภัยจะเป็นผู้กำหนดวงเงินให้ตามราคาตลาดของ ทรัพย์สินชิ้นนั้น ๆ โดยทั่วไปเราไม่อาจขอทำวงเงินสูงกว่าหรือต่ำกว่านั้น
ดังนั้น สำหรับประชาชนทั่วไปเราแนะนำให้ท่านทำประกันเต็มวงเงินของสินทรัพย์ที่ ท่านอยากปกป้องตามที่บริษัทประกันภัยเสนอ วงเงินคุ้มครองมา ส่วนจะให้คุ้มครองภัยอะไรบ้าง เช่น อัคคีภัย ภัยระเบิด น้ำท่วม หรือโจรกรรม ก็คงขึ้นกับความกังวลหรือความพร้อมทางการเงินแต่ละคน

ประกันชีวิต เท่าไรถึงพอ

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า การประกันชีวิตเป็นการประกันความคงอยู่ของชีวิต คือหากสิ้นลมหายใจ ก็จะได้รับสินไหมทดแทน แต่ในทางวิชาการ การประกันชีวิต เป็นการประกันคุณค่าทางเศรษฐกิจของบุคคล โดยดูที่ความสามารถในการสร้างรายได้ ว่าถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ต่อไป จะสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว หรือองค์กรได้อีกเท่าไรแล้วจึงนำมูลค่าตรงนั้นมากำหนดเป็นวงเงินคุ้มครอง

อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นการมองในแง่อุดมคติ ยังมีการมองในแง่มุมอื่น เช่น ถ้าเขาจากไป ทำอย่างไรให้ครอบครัว ของเขาเดือดร้อนน้อยที่สุด โดยนำทุนประกันชีวิตที่ได้ไปชดเชยหรือรองรับภาระที่จะเกิดขึ้น ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต


avatar
by เก่ง ทองเจือ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon