4 นิสัยที่ทำให้การเงินแย่ ลองกลับมาสำรวจตัวเองกันเถอะ!

posted: 1 year ago
4 นิสัยที่ทำให้การเงินแย่ ลองกลับมาสำรวจตัวเองกันเถอะ!

comments

ปัญหาเรื่องเงินถือว่าเป็นปัญหาของคนส่วนใหญ่ที่กำลังเจอกันอยู่ในปัจจุบันก็ว่าได้ ปัญหารากฐานจริงๆ ต้องยอมรับเลยมาจากที่เราไม่รู้จักคำว่า “พอเพียง” พอเพียงไม่ใช่การที่เราอยู่แบบอดๆ อยากๆ แต่ต้องใช้คำว่าไม่เกินตัวน่าจะเหมาะสมมากกว่า ถ้าเราไม่รู้ประมาณตนใช้จ่ายเกินตัวก็ไม่น่าแปลกที่เราจะเกิดปัญหาด้านการเงิน เรามาดูกันดีกว่าพฤติกรรมและนิสัยแบบไหนบ้างที่ส่งผลทำให้เกิด “ปัญหาด้านการเงิน”



1. ใช้จ่ายแบบไม่สนใจรายรับตัวเอง

ปัญหาอันดับหนึ่งเลยก็คือ “จ่ายเงิน” มากกว่าที่หามาได้ อันนี้ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อนถ้าเราหาได้ 20,000 บาทแล้วใช้ 25,000 บาท แน่นอนว่าสุดท้ายก็เป็น “หนี้” การเป็นหนี้นอกจากจะเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ เรายังต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินที่เรายืมมาด้วย อย่าลืมว่า “อะไรที่เรายืมมา สุดท้ายเราก็ต้องคืน” แล้วที่สำคัญเมื่อเราเป็นหนี้ไม่ควรผิดนัดชำระเด็ดขาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามเพราะ “ค่าปรับ” จะสูงมากๆ การลงทุนที่มีดอกเบี้ยทบต้นทำให้เรารวยขึ้นได้ การเป็นหนี้ที่มีดอกเบี้ยทบต้นก็ทำให้เราจนลงได้เช่นกัน

2. สนใจสายตาคนอื่นมากกว่าตัวเอง

ยุคนี้เป็นโลกที่ข้อมูลเข้าถึงกันอย่างง่ายดายและรวดเร็วมาก แล้วในอนาคตน่าจะเร็วยิ่งกว่านี้เข้าไปอีก ข้อเสียของการที่ข้อมูลรับรู้กันอย่างรวดเร็วเพราะ “Social Media” เป็นตัวผลักดัน ถ้าพูดในเรื่องของสื่อออนไลน์แล้วข้อดีมีมหาศาลแต่ข้อเสียหลักๆ ที่ถ้าใครไม่ระวังตัวจะโดนกันไปเต็มๆ ก็คือ เราจะพยายาม “สร้างภาพ” ให้ตัวเองดูดีอย่างต่อเนื่องและแน่นอนว่าการสร้างภาพนั้น ใช้เงินจำนวนไม่น้อยทีเดียว ทั้งอาหารมื้อหรูๆ การท่องเที่ยวแบบที่ทุกคนใฝ่ฝัน ฯลฯ เพื่อที่ให้ภาพลักษณ์เราดูดี แล้วให้กดมากดไลค์กัน ซึ่งตอนนี้การทำแบบนี้ถึงว่าเป็นกับดักสังคมมากๆ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าใช้ประหยัดไม่ใช่จ่ายอะไรเลย เราเป็นมนุษย์ย่อมต้องมีการใช้จ่ายเพื่อความสุขบ้างอยู่แล้ว แต่ควรอยู่ในขอบเขตของ “ตัวเรา” ไม่ใช่ “ตัวคนอื่น”

Four worried friends watching smart phone

คนที่เราควรจ่ายเงินให้ก่อนก็คือตัวเราไม่ใช่คนอื่น ควรจ่ายให้กับตัวเองรวยในอีก  30 ปีข้างหน้าก็คือการออมเงินและการลงทุน แต่ตอนนี้หลายๆ คนกลับเลือกที่จะจ่ายเงินให้กับคนอื่นก่อนตัวเองทั้งการช้อปปิ้งและเที่ยว ก็เป็นการใช่จ่ายเพื่อให้คนอื่นรวยทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องรถเชื่อว่าหลายๆ คนซื้อโดยยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจำเป็นหรือเปล่า เห็นแต่เพื่อนเค้าซื้อกัน เพื่อนเค้ามีกัน ทั้งๆ ที่รายจ่ายเรื่องรถยนต์สูงกว่าที่หลายๆ คนประเมินไว้มาก

3. ไม่มีแผนการเงินที่ชัดเจน

การล่องเรือแบบไม่มีจุดหมาย เราจะไม่มีวันถึงจุดหมาย แล้วพอพายไปนานๆ เราก็จะหยุดพายฉันใด การเก็บเงิน การออม การลงทุน ที่ไม่มี “เป้าหมาย” เราก็จะไม่มีทางถึงเป้าหมายเช่นกัน การที่เรามีแผนการเงิน 1 ฉบับที่เป็นของตัวเราเอง จะช่วยทำให้เรามีทิศทางในการดำเนินชีวิตไม่หลงทาง รู้ว่าควรเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่ เพื่ออะไร แล้วนำไปลงทุนที่ไหน หรือแม้แต่เราจะรู้ว่าเดือนๆ หนึ่งเรามีรายรับเท่าไหร่ มีรายจ่ายเท่าไหร่ แล้วเรามีรายจ่ายสิ้นเปลืองอะไรตรงไหนบ้าง เพื่อที่จะสามารถปรับลดได้

Confusion

4. เลิกเรียนรู้ไปทั้งแต่จบมหาวิทยาลัย

หลายๆ คนเชื่อว่าการที่เรียนจบมหาวิทยาลัย 4 ปี จะเป็นตัวกำหนดชีวิตเราตลอด 60 ปีที่เหลือ ซึ่งเป็นความคิดที่น่าตกใจมากๆ เพราะงานวิจัยหลายๆ งานบอกว่า คนจะเลิกเรียนรู้ไปหลังที่เราเรียนจบมหาวิทยาลัยและเชื่อว่าเราจะไม่เป็นอะไรหลังจากนั้น ทำให้พอเราพูดถึงเรื่อง “การเงิน” ก็จะมีแนวคิดประมาณว่าเรื่องการก็ให้คนจบการเงินจัดการสิ! ทั้งที่จริงแล้วเรื่องการเงินเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญไม่แพ้วิชาเลขหรือภาษาอังกฤษเลยด้วยซ้ำ



เพราะถ้าเรารู้เรื่อง “ภาษี” มากขึ้นการวางแผนภาษีที่ดีก็ช่วยทำให้เรามีเงินออมที่เพิ่มขึ้นด้วย เผลอๆ ทำให้เรามีเงินเก็บมากขึ้น 10% เลยก็มีเป็นเรื่องปกติหรือแม้แต่เรื่องที่อยู่อาศัยจากเช่าก่อนหรือมั้ย? ถ้างานเรายังไม่มั่นคง เพราะการเช่ากับการซื้อก็มีรายจ่ายที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่สภาพคล่องดีกว่ามาก เราย้ายไปไหนมาไหนก็สะดวก แต่ถ้าเราไม่คิดจะศึกษาเรื่องบ้านเราก็จะคิดว่าบ้านต้องซื้อเท่านั้น! ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมากๆ

สุดท้ายความรู้ดีดี แนวคิดดีดี จะดีได้ต้องอาศัย “การลงมือปฏิบัติ” ถ้าใครรู้ว่ายังมีพฤติกรรม 1 ใน 4 ข้ออยู่แนะนำว่าให้รีบจัดการมันออกไปอย่างทันทีเพราะเป็นมะเร็งทางการด้านการเงินอย่างแท้จริง

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon