จะ บริจาคอวัยวะ ได้ ต้องอยู่ในภาวะสมองตาย และไม่ติดเชื้อเท่านั้น

posted: 2 years ago
3,399 views
จะ บริจาคอวัยวะ ได้ ต้องอยู่ในภาวะสมองตาย และไม่ติดเชื้อเท่านั้น

comments

feature (2)

จากข่าวการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการบันเทิงไทย เมื่อพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เนื่องจากไข้เลือดออก และภาวะโรคแทรกซ้อน ทิ้งไว้เพียงความดีที่น่าเป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นหลัง อย่างเช่น การ บริจาคอวัยวะ !

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: 12+1 ละคร ที่ฉายให้เห็นผลงาน 11 ปี ของ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผู้ชายชื่อ ปอ ทฤษฎีวงการบันเทิงสุดเศร้า ปอ ทฤษฎี เสียชีวิตแล้ว

Viriyah Insurance

 

แต่ทางศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ออกมาชี้แจ้งว่า อวัยวะของพระเอกหนุ่มนั้น ไม่สามารถนำอวัยวะไปใช้ในการปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยตามเจตนารมณ์ของปอได้ เนื่องจากพระเอกหนุ่มไม่ได้เสียชีวิตจากภาวะสมองตาย ซึ่งเป็นภาวะเดียวที่จะสามารถบริจาคอวัยวะให้ผู้อื่นได้ และยังมีอาการติดเชื้อร่วมด้วย

ซึ่งตามหลักเกณฑ์สากลในการรับบริจาคอวัยวะทั่วโลกนั้น ต้องอยู่ในภาวะสมองตายเท่านั้น จึงจะสามารถบริจาคอวัยวะได้ เพราะร่างกายและอวัยวะต่างๆ ยังมีเลือดหล่อเลี้ยงอยู่ อวัยวะจะยังมีสภาพสมบูรณ์และพร้อมสำหรับการปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วย และผู้ป่วยต้องปราศจากการติดเชื้อ และปราศจากโรคมะเร็ง เพราะหากผู้บริจาคมีภาวะติดเชื้อ จะมีโอกาสนำเชื้อนั้นไปสู่ผู้รับบริจาค

การบริจาคอวัยวะ หรือร่างกายนั้น ทำได้ไม่ยาก
การบริจาคอวัยวะ หรือร่างกายนั้น ทำได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าจุดประสงค์ของพระเอกหนุ่มนั้นเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง ซึ่งทางสภากาชาดไทย ยังคงต้องการผู้ร่วมบริจาคอีกมาก! ทั้งนี้ปัจจุบันมียอดผู้บริจาคอวัยวะและดวงตาลดลง แต่ยอดบริจาคสะสมยังเยอะอยู่ ซึ่งขณะนี้มีผู้ป่วยรอรับบริจาคดวงตาประมาณ 8,000 คน

 

ภาวะสมองตายคืออะไร?

หากต้องการบริจาคอวัยวะให้แก่ผู้อื่นนั้น ไม่ใช่ว่าผู้บริจาคทุกคนจะสามารถบริจาคอวัยวะได้ทั้งหมด เพราะอวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยได้ จะต้องมาจากการเสียชีวิตด้วยภาวะสมองตายเท่านั้น ภาวะสมองตายเป็นภาวะที่ร่างกายผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาแล้ว อวัยวะต่างๆ ในร่างกายจะค่อยๆ ลดการทำงานลง แต่ผู้ป่วยจะยังสามารถมีชีวิตยู่ได้ ด้วยเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น หากนำเครื่องช่วยหายใจออก ก็จะเสียชีวิตทันที

ผู้เบริจาคต้องไม่เป็นผู้เป็นโณคติดต่อ แทรกซ้อน ติดเชื้อ และต้องมีสภาวะสมองตายเท่านั้น
ผู้บริจาคต้องไม่เป็นโรคติดต่อ แทรกซ้อน ติดเชื้อ และต้องมีสภาวะสมองตายเท่านั้น

 

และการนำอวัยวะออกจากร่างผู้บริจาคที่อยู่ในภาวะสมองตาย จะกระทำการในขณะที่ผู้บริจาคยังสวมเครื่องช่วยหายใจอยู่ เพื่อให้มีเลือดหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ช่วยให้เนื้อเยื่อ และเซลล์ต่างๆ ไม่เสื่อมสภาพ และการนำอวัยวะไปปลูกถ่ายให้ผู้รับบริจาค ต้องรีบดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 6 ชม.เท่านั้น มิฉะนั้นอวัยวะนั้นจะไม่สามารนำไปปลูกถ่ายได้

ทั้งนี้ก่อนจะมีนำอวัยวะไปจากร่างผู้บริจาค จะต้องมีการยินยอมจากญาติผู้บริจาคก่อน หากญาติไม่ยินยอม แพทย์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่หากญาติยินยอม ก็จะต้องมีการตรวจอวัยวะที่จะบริจาคอย่างละเอียดด้วยแพทย์อย่างน้อย 3 คน ซึ่งจะตรวจให้แน่ชัดถึง 2 ครั้ง เพื่อยืนยันว่าอวัยวะของผู้บริจาคสามารถนำไปบริจาคให้ผู้อื่นได้

ผู้ที่แสดงความจำนงค์ขอบริจาคอวัยวะจึงต้องแจ้งให้ญาติพี่น้องของตนทราบ ว่าได้บริจาคอวัยวะกับสภากาชาดไทยไว้ เพราะญาติจะได้ติดต่อกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทยได้ทันท่วงที

 

การบริจาคร่างกายและการบริจาคอวัยวะต่างกันอย่างไร

การบริจาคร่างกายและการบริจาคอวัยวะนั้นแตกต่างกัน การบริจาคร่างกาย คือ การแจ้งความประสงค์ให้นำร่างของตน หลังเสียชีวิต สามารถนำไปใช้เพื่อการศึกษา กับสถาบันการแพทย์, โรงพยาบาล, มหาวิทยาลัยต่างๆ ส่วนการบริจาคอวัยวะเป็นการบริจาคอวัยวะบางส่วนของร่างกาย เช่น หัวใจ หรือกระจกตา ให้แก่ผู้ป่วยที่รอคอยการปลูกถ่ายอวัยวะ

 

Dhiphaya Insurance

 

คัมภีร์บริจาคร่างกาย

รู้หรือไม่ ? โรงพยาบาลแต่ละแห่ง จะมีรายละเอียดการบริจาคร่างกายแตกต่างกันไป เราขอหยิบยกของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลศิริราช มาเป็นตัวอย่าง ซึ่งการบริจาคร่างกาย แยกออกเป็น 3 แบบ โดยการบริจาคร่างกายนั้น สามารถเลือกได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

  • บริจาคเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษา ระยะที่ใช้ในการเรียน 3 ปี
  • บริจาคเพื่อให้แพทย์เฉพาะทางฝึกผ่าตัด
  • บริจาคเพื่อให้ภาควิชาฯ เก็บโครงกระดูกเพื่อการศึกษาตลอดไป

ขั้นตอนการบริจาคร่างกาย

  1. กรอกแบบฟอร์ม ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านด้วยตัวบรรจง
  2. ระบุ ชื่อ-นามสกุล ผู้แจ้งการถึงแก่กรรม (ผู้แจ้งการถึงแก่กรรมหมายความถึง ผู้ที่เต็มใจจะรับเป็นธุระในการแจ้งให้ภาควิชาฯ ไปรับศพของผู้บริจาคร่างกายเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับมรดกอื่นใดของผู้บริจาคร่างกาย)
  3. ส่งแบบฟอร์มที่กรอกแล้วพร้อมรูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ ทางไปรษณีย์มาที่ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 เขียนที่มุมซองว่า “บริจาคร่างกาย”
  4. รับบัตรประจำตัวผู้บริจาคได้ภายใน 1 เดือน โดยให้ระบุว่าต้องการรับด้วยวิธีใด
  • รับทางไปรษณีย์เป็นจดหมายลงทะเบียน (ต้องมีคนอยู่บ้านเพื่อลงชื่อรับ)
  • มารับบัตรด้วยตัวเอง ติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-419-7036, 02-419-7588

     5. หากทำบัตรหายกรุณาโทรศัพท์แจ้งภาควิชาฯ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-419-7036, 02-419-7588

6. หากผู้บริจาคเปลี่ยนแปลงที่อยู่กรุณาแจ้งภาควิชาฯ ทราบด้วย

7. ท่านที่ต้องการยกเลิกพินัยกรรมฉบับนี้ ไม่ต้องแจ้งให้ภาควิชาฯ ทราบ จะไม่ถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมายแต่ประการใด

ข้อปฏิบัติเมื่อผู้บริจาคร่างกายเสียชีวิต

  • ห้ามฉีดยากันศพเน่า เจ้าหน้าที่ของภาควิชาฯ จะไปฉีดให้
  • โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ภาควิชาฯ ภายใน 24 ชั่วโมง ให้ไปตรวจสภาพศพ และฉีดยารักษาสภาพศพ
  • ญาติเป็นผู้ดำเนินการเรื่องใบมรณบัตร และจัดหาหีบศพเอง

คัมภีร์บริจาคอวัยวะ

ปัจจุบันมีผู้ป่วยในระยะสุดท้ายอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ทุกข์ทรมานจากการที่อวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ, ตับ, ไต, ปอด ฯลฯ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ วิธีรักษาทางการแพทย์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ คือ การปลูกถ่ายอวัยวะใหม่ ด้วยอวัยวะของผู้มีจิตศรัทธา

ขั้นตอนการบริจาค

  1. กรอกรายละเอียดในใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะให้ชัดเจน ที่อยู่ควรจะตรงกับทะเบียนบ้าน (หากต้องการให้ส่งบัตรประจำตัวไปยังสถานที่อื่น กรุณาระบุ)
  2. พิมพ์ใบแสดงความจำนงบริจาค ส่งเอกสารมายังศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ตามที่อยู่ด้านล่าง และเมื่อศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ ได้รับใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะของท่านแล้ว ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ จะส่งบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะให้ตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้
  3. หลังจากที่ท่านได้รับบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะจากศูนย์รับ บริจาคอวัยวะฯ แล้ว อย่าลืมกรอกชื่อ และรายละเอียดการบริจาคลงในบัตร
  4. กรุณาเก็บบัตรประจำตัวผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้กับตัวท่าน หากสูญหายกรุณาติดต่อกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย

 

  1. ภาพใน IG ของ ปอ ทฤษฎี เมื่อครั้งบริจาคอวัยวะดวงตาให้กับทางสภากาชาดไทย
    ภาพใน IG ของ ปอ ทฤษฎี เมื่อครั้งบริจาคอวัยวะดวงตาให้กับทางสภากาชาดไทย

     

คุณสมบัติของผู้บริจาคอวัยวะ

  • ผู้บริจาคอวัยวะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี
  • เสียชีวิตจากสภาวะสมองตายด้วยสาเหตุต่างๆ
  • ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง
  • ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ความดันโลหิตสูง, โรคตับ และไม่ติดสุรา
  • อวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายต้องทำงานได้ดี
  • ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ
  • แจ้งเรื่องการบริจาคอวัยวะแก่บุคคลในครอบครัว หรือญาติให้รับทราบด้วย

ทั้งนี้ การบริจาคร่างกาย และบริจาคอวัยวะนั้น ผู้บริจาคสามารถทำร่วมกันได้ทั้งสองแบบ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องบริจาคจริงๆ เจ้าหน้าที่ ญาติ และแพทย์ จะเป็นผู้ตัดสินใจอีกครั้ง ว่าต้องเลือกบริจาคในส่วนไหน

นอกเหนือจาก ปอ ทฤษฎี แล้ว ยังมีคนดังอีกหลายคนที่สร้างความดีด้วยการบริจาคร่างกาย เช่น หลวงพ่อคูณ, ตั๊ก บงกช, ป๋อ ญัฐวุฒิ, ผู้พันเบิร์ด พันโทวันชนะ, ษา วรรณษา, ยิปโซ รมิตา, แก้ม เดอะสตาร์, พลอย เฌอมาลย์ เป็นต้น

มาทำความดีกันเถอะ!


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon