กินจุแต่ไม่อ้วน ระวัง!เสี่ยงเป็น 5 โรคร้าย

posted: 3 months ago
กินจุแต่ไม่อ้วน ระวัง!เสี่ยงเป็น 5 โรคร้าย

comments

เชื่อว่าหลายๆ คนคงต้องแอบอิจฉาคน กินจุแต่ไม่อ้วน กันใช่มั้ยล่ะคะ แต่อย่าเพิ่งไปอิจฉาเขากันค่ะ เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณร้ายที่บ่งบอกว่า คุณกำลังเป็นโรคใดโรคหนึ่งอยู่ เรามาลองดูกันว่า มีโรคอะไรกันบ้าง เพื่อที่จะได้คอยสังเกตตัวเองกัน



กินจุแต่ไม่อ้วน มีโรคอะไรกันบ้าง

1. พยาธิในลำไส้ เบื้องต้นควรสังเกตตัวเองก่อนว่า ถ้ารับประทานอาหารเยอะแต่น้ำหนักไม่ขึ้น รวมถึงมีอาการปวดท้อง และท้องเสียเป็นประจำ ให้รีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจอุจจาระดูพยาธิ และถ้ายังคงเป็นอยู่ อาจจะต้องลองเช็คสาเหตุที่บ่งบอกโรคอื่นๆ ต่อไป

กินจุแต่ไม่อ้วน

2. โรคขาดสารอาหาร กินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันจากเนื้อสัตว์ อาจมีอาการอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงเพราะหลายคนคิดว่า การกินอาหารประเภทแป้งหรือเนื้อสัตว์จะทำให้อ้วน ซึ่งเป็นความเข้าใจแบบผิดๆ เราควรกินตามพอเหมาะพอควร ไม่มากไปหรือไม่น้อยจนเกินไป

กินจุแต่ไม่อ้วน

3. โรคไทรอยด์เป็นพิษ หรือไฮเปอร์ไทรอยด์ มีสาเหตุมาจากระดับฮอร์โมนต่อมไร้ท่อในร่างกาย โดยอาจมีการกระตุ้นระบบเผาผลาญและฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานของร่างกายให้ทำงานอย่างขยันขันแข็งมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของคนที่กินเท่าไรก็ไม่อ้วนขึ้นได้เช่นกัน


กินจุแต่ไม่อ้วน

4. โรคมะเร็ง บางชนิดอาจทำให้ร่างกายสะสมแคลเซียมไว้สูงผิดปกติ หรืออาจทำให้เกิดภาวะพาราไทรอยด์ทำงานหนักเกินไป ส่งผลให้ระบบเผาผลาญขยันจนกินอาหารเท่าไรก็เบิร์นได้ไวไปซะหมด ซึ่งก็จะทำให้ผู้ป่วยผอมซูบลงไปด้วยนั่นเอง

กินจุแต่ไม่อ้วน

5. โรคเบาหวาน ระยะเริ่มต้น ของอาการสังเกตได้ว่าผู้ป่วยจะกินอาหารได้เยอะแต่น้ำหนักก็ไม่เพิ่มขึ้นเท่าไร ซึ่งอาจสังเกตอาการปัสสาวะบ่อยขึ้น น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วร่วมด้วยก็ได้

กินจุแต่ไม่อ้วน


แพทย์แนะกินอย่างไรห่างไกลโรคเบาหวาน

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า อาการที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อยและมาก ปัสสาวะกลางคืน คอแห้ง กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก หิวบ่อย กินจุ แต่น้ำหนักลด ผอมลง อ่อนเพลีย เป็นแผลหรือฝีง่ายแต่หายยาก คันตามผิวหนังและอวัยวะสืบพันธุ์ ตาพร่ามัว ชาปลายมือปลายเท้าความรู้สึกทางเพศลดลง

โดยมีสาเหตุมาจากภาวะน้ำหนักเกิน ความอ้วน ขาดการเคลื่อนไหวไม่ออกกำลังกาย และกรรมพันธุ์ มักพบโรคนี้ในผู้ที่มีบิดา มารดา เป็นเบาหวานลูกจะมีโอกาสเป็นเบาหวาน 6-10 เท่าของคนที่พ่อแม่เป็นเบาหวาน ความเครียดเรื้อรังทำให้อินซูลินทำงานนำน้ำตาลเข้าเนื้อเยื่อไม่เต็มที่


กินจุไม่อ้วน

หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานควรเข้ารับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดจากสถานบริการรักษาพยาบาลพื้นฐาน โดยก่อนตรวจจะต้องงดอาหารทุกชนิดยกเว้นน้ำเปล่าอย่างน้อย 8 ชั่วโมง และควรดูแลสุขภาพเลือกรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีกากใยมากขึ้น เช่น ข้าวซ้อมมือ รับประทานผักให้มากขึ้นเน้นรับประทานประเภทผักใบ เช่น ผักกาดขาว คื่นฉ่าย ตำลึง คะน้า เป็นต้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารหมักดอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส จะช่วยให้ห่างไกลโรคได้


ดังนั้นไม่ว่าจะน้ำหนักตัวมากหรือน้อยต้องคอยสังเกตดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่โรคร้าย ๆ จะได้ไม่มากกล้ำกรายชีวิตของเรา และควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่บวกกับการออกกำลักายงสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เท่านี้ก็จะทำให้มีสุขภาพที่ดีได้

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมการแพทย์


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon