10 เคล็ดลับกินทุเรียนได้ประโยชน์แถมไม่อ้วน

posted: 1 year ago
1,062 views
10 เคล็ดลับกินทุเรียนได้ประโยชน์แถมไม่อ้วน

comments

ผลไม้แห่งราชาและราชาแห่งผลไม้ เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ทุเรียน” แถมยังเป็นผลไม้ที่ราคาค่อนข้างสูงมาทุกยุคสมัย อย่างในสมัยก่อนบางบ้านกินทุเรียนแล้วต้องทิ้งเปลือกไว้หน้าบ้านคล้ายกับจะบอกว่ามีฐานะพอจะเปิบทุเรียนได้

แม้แต่ชาวบ้านหรือละครประเภทถึงอกถึงใจหลายเรื่องอาจใช้ “เปลือกทุเรียน” เป็นพร็อพ เพราะนอกจากจะเผาไล่ยุงหรือสกัดใส่ยาสีฟันได้แล้ว ยังใช้เป็นเครื่องมือที่นางอิจฉาใช้ขู่เข็ญนางเอกผู้แสนดีได้ด้วย ทุเรียนจึงเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์ด้วยประการฉะนี้

ดีและร้ายต่างอยู่ในทุเรียน แต่เหตุใดสิ่งที่จัดเป็น “ผลไม้” นี้จึงเป็นทั้งที่ชื่นชอบและครั่นคร้ามได้มากถึงเพียงนั้น ซึ่งทุเรียนเพียง 1 ลูกที่สุกกำลังดีและวางอยู่ในบ้านโดยไม่มีอะไรห่อหุ้ม อาจเป็นประเด็นร้อนที่ต้องลงประชามติกันโดยไม่ต้องหาโร้ดแม็พก็ได้

ส่วนหนึ่งที่คนห่วงสุขภาพเกรงกลัวทุเรียนก็เพราะความหวานมันของมันที่มาพร้อมกับพลังงานสูง ซึ่งของสำคัญในทุเรียนที่นอกจากกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ได้แก่
– คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ซูโครสและฟรุกโตส
– กำมะถันอินทรีย์ (Organosulfur)
– แอนตี้ออกซิแดนท์ (Polyphenols,flavonoids)
– วิตามินและแร่ธาตุทั้งวิตามินเอ, ซี, อี, โพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส, ธาตุเหล็ก, แมงกานีส, ทองแดง ฯลฯ

ได้เคยมีผู้สร้างสรรค์ทุเรียนแบบ “ไร้กลิ่น” ขึ้นมา ซึ่งคอทุเรียนบางท่านก็บอกว่า มันดูเหมือนขาดอะไรไป เพราะเสน่ห์ของทุเรียนอย่างหนึ่งก็คือกลิ่น แต่เรื่องนี้ก็เป็นนานาจิตตังแล้วแต่ใครจะชอบอย่างไร เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรักทุเรียนหรือไม่ปลื้มนัก ก็ล้วนต้องรู้จักผลไม้หนามชนิดนี้กัน



วันนี้เลยขอฝากเคล็ดเรื่องทุเรียนไว้ให้กันว่าถ้าจะกินทุเรียนแบบสบายใจได้ทั้งสุขภาพและความอร่อยนั้นจะต้องทำอย่างไรบ้าง โดยมีบัญญัติจัดการกับทุเรียนเนื้อดีอยู่ดังนี้
ดีหรือร้ายอยู่ที่เราเลือกกินนะคะ
1. กินไม่เพิ่มพุง ความน่าเกรงขามอย่างหนึ่งของทุเรียนคือ “กินแล้วอ้วน” ชวนให้ผู้รักสุขภาพ แต่ก็รักทุเรียนไม่น้อย หลายท่านบ่นอุบว่าไม่กล้ากินหรือจะกิน ก็ต้องกินแบบเกรงอกเกรงใจแทบจะสะกิดพูกินกัน ซึ่งที่จริงการกินแบบไม่เสี่ยงเพิ่มพุงให้ยุ่งยากของทุเรียนก็คือไม่ควรกินมากเกินไป

และที่สำคัญคือ ไม่ควรกินกับอาหารแป้งหรือของหวานอื่นๆ บ่อยนัก เช่น กินทุเรียนแล้วก็ไม่ต้องซ้ำด้วยของหวานอื่น หรือถ้าจะกินทุเรียนมื้อนี้ ก็ควรกินข้าวให้น้อยแล้วเผื่อท้องไว้แทน รวมถึงไม่ควรกินข้าวเหนียวทุเรียนที่อร่อยหวานมันบ่อยนัก

2. กินลดไขมัน ใครว่าทุเรียนมีแต่น้ำตาลกับแป้งก็ผิดถนัดเพราะในความหวานมันและกลิ่นแรงของมันนั้นมีสารเคมีธรรมชาติที่ช่วยลดไขมันได้จากการวิจัย โดยการทดลองชี้ให้เห็นว่าสารสำคัญในทุเรียนหมอนทองมีส่วนช่วยลดไขมันในเลือดได้ แต่ทั้งนี้อยู่ที่การกินในปริมาณที่เหมาะสมและต้องคุมอาหารอย่างอื่นๆ ด้วย เพราะการกินทุเรียนแสนอร่อยทีเดียวหลายพูแล้วก็นั่งอืดอยู่ ไม่สามารถช่วยให้สุขภาพดีได้เลย

3. กินกับผลไม้คู่ พ่อแม่ปู่ย่าเราท่านมีเคล็ดดีๆ ที่น่าประทับใจหลายอย่าง โดยเฉพาะกับเรื่องทุเรียนนี้ท่านว่าให้กินกับ “มังคุด” เพราะท่านว่ามังคุดมีฤทธิ์เย็นช่วยต้านกับทุเรียนร้อนได้ดี ซึ่งเรื่องการกินคู่นี้เป็นสิ่งดียิ่ง เพราะในมังคุดมีเส้นใยอาหารสูง มีสารต้านการอักเสบช่วยแก้เรื่องร้อนในและยังมีน้ำในปริมาณมาก ดังนั้นการกินทุเรียนกับมังคุดจึงเข้ากันดีช่วยสุขภาพราวกับกิ่งทองใบหยกจริงๆ

4.กินดับกลิ่น ปัญหาสำคัญอีกเรื่องคือ กลิ่นที่แรงจัดของทุเรียน ซึ่งถ้าคนชอบก็ยังพอรับได้ แต่ถ้าคนไม่ก็จะกลายเป็นสิ่งชวนไม่ปลื้มทันที ในเรื่องกลิ่นนี้มาจากสารอินทรีย์กำมะถันในทุเรียน ซึ่งการแก้กลิ่นหลังกินทุเรียนนี้คงไม่ถึงขนาดทำให้ไร้กลิ่น แต่ก็พอช่วยบรรเทาไปได้
มีเทคนิคคือ กินฝรั่งห่ามๆ สัก 3-4 ชิ้น, เคี้ยวใบสะระแหน่สด หรือสูตรโบราณท่านว่าให้ดื่มน้ำที่รินใส่เปลือกทุเรียน

5. กินช่วยลำไส้ ถ้าจะกินผลไม้หนามแหลมนี้ให้ช่วยลำไส้ ขอให้อย่ารับประทานหนักเกินไป เพราะเนื้อทุเรียนจะหมักให้แก๊สทำให้อึดอัดท้อง แต่อาจรับประทานแบบพอประมาณแล้วดื่มน้ำตามได้ หรือจะกินตอนท้องว่างก็ได้ เพราะจะช่วยระบายและไล่เชื้อในลำไส้ด้วยฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์แบบธรรมชาติ ส่วนที่เปลือกมีของดีที่ใช้ฆ่าเชื้อฟันผุในช่องปากได้

6. กินชะลอวัย เพราะในทุเรียนมีสารต้านสนิมแก่ที่สำคัญหลายตัวดังที่บอกไป อย่างโพลีฟีนอลส์ และฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีพลังในการต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่น นอกจากนั้นยังมีวิตามินที่ช่วยสุขภาพผิวพรรณอย่างเบต้าแคโรทีน, วิตามินอี และวิตามินซีด้วย เพราะทุเรียนก็มีกรดแอสคอบิกนี้เช่นกันซึ่งช่วยทำงานร่วมกับคอลลาเจน

7. กินเติมแร่ธาตุ ในทุเรียนเนื้อเหลืองมีแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายคนเราขาดไม่ได้อาทิ ธาตุเหล็ก,โพแทสเซียม, แมกนีเซียม, ทองแดง และสังกะสีครบ ซึ่งท่านที่มีโลหิตจางขาดธาตุเหล็กก็กินทุเรียนอร่อยๆ เป็นตัวเติมเหล็กได้ ส่วนท่านที่อยากบำรุงเส้นผมก็ได้ “ซิงก์” คือ แร่สังกะสีกับกำมะถัน ที่ช่วยสุขภาพผมที่มีอยู่ในทุเรียนได้ นอกจากนั้นถ้าไม่ได้ป่วยด้วยโรคไตเสื่อมหรือโรคหัวใจทุเรียน ก็เป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ช่วยลดความดันได้ด้วย

8. กินเลี่ยงกับยา ท่านที่รับประทานยาประจำอยู่ขอให้จับตาดูนิดหนึ่ง โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็น “เบาหวาน” เพราะทุเรียนมีผลให้น้ำตาลขึ้นในเลือดได้ ยิ่งทุเรียนสุกเนื้อเหลืองกลิ่นอวลยิ่งชวนให้น้ำตาลพุ่งปรี๊ดได้ รวมถึงท่านที่มีไขมันสูงก็ควรจำกัดปริมาณรับประทานให้เหมาะสมด้วย
นอกจากนั้นขอเสริมการกินทุเรียนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสิ่งที่ไม่ดีมีผลต่อสุขภาพแน่ ขออย่าทานร่วมกันเด็ดขาด

9. กินเติมวิตามินบี ทุเรียนเป็นแหล่งใหญ่ของ “วิตามินบี” ทั้งบี1, บี2, บี3, บี5 และบี6 ซึ่งช่วยร่างกายเราในการเมตาโบลิซึมคาร์โบไฮเดรต เป็นวิตามินที่ขาดแล้วจะมีปัญหาทันที นอกจากนั้นท่านที่รับประทานเนื้อสัตว์น้อย อาจรับประทานทุเรียนเป็นแหล่งวิตามินบีที่แทนได้

10 .กินเพิ่มพลังงาน ถ้าใครอยากได้พลังงานเร็วๆ เข้าสู่ร่างกายทุเรียนจัดเป็นแหล่งพลังงานสูง ซึ่งขุมพลังจากลูกหนามนี้มาจากคาร์โบไฮเดรต, น้ำตาล และไขมันที่มีอยู่เช่นเดียวกับเพื่อนผลไม้อย่างกล้วย ขนุน หรืออโวคาโด


สุดท้ายนี้ฝากเทคนิคจำง่ายไว้ยามเผชิญกับทุเรียนเนื้อดีที่เกินห้ามใจคือให้ดูสุขภาพของตัวเอง, กินปริมาณเหมาะสมและไม่ควรรับประทานคู่กับของหวานหรือแคลอรีสูงอีกเช่น เงาะ, ลำไย, น้ำอัดลมรวมถึงแอลกอฮอล์ด้วย แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่กินคู่กับทุเรียนแล้วดีก็มีอยู่จริง



ขอบคุณบทความจาก นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon