ทำไม ถึงชอบเอากีฬาพื้นบ้าน มาใส่ในการแข่งขันนานาชาติกันนะ ?

posted: 11 months ago
ทำไม ถึงชอบเอากีฬาพื้นบ้าน มาใส่ในการแข่งขันนานาชาติกันนะ ?

comments

หากใครที่เป็นคอกีฬา หรือเจ้าประจำกองเชียร์ทีมชาติไทยอยู่แล้ว อาจจะคุ้นเคยกันดีว่า ในการแข่งขันดั่งกล่าว จะต้องมีหลุดกีฬาประเภทพื้นบ้าน หรือกีฬาที่เหล่าเจ้าภาพถนัดเข้ามาใช้ในการแข่งขันเช่นกัน!

ว่าแต่ทำไมถึงได้บรรจุกีฬาพื้นบ้านลงในการแข่งขันดังกล่าวนะ ? เรามาลองหาคำตอบไปพร้อมๆ กันดีกว่า

 


 

ว่าด้วยเรื่อง สอดไส้กีฬาพื้นบ้าน

หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยขึ้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อย ทำไมกีฬาซีเกมส์ถึงต้องใส่กีฬาพื้นบ้านมาด้วย ในเมื่อมันไม่ใช่กีฬาสากลที่ทั่วโลกเล่นกันเป็นปรกติ ?

ข้อนี้คงต้องบอกเลยว่าตอบได้ยากมากๆ เนื่องจากมีเหตุผลอันซับซ้อนหลากหลายอย่างไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการมอบสิทธิ์ให้เจ้าภาพได้เหรียญทองบ้าง, การที่ทางสมาคมการกีฬาในแต่ละประเทศต้องการสร้างผลงาน (เพื่อของบประมาณเพิ่มเติมบ้าง),

หรือแม้กระทั่งปัญหาเรื่องของเจ้าภาพในปีนั้นๆ ขาดแคลนนักกีฬาดังกล่าว และเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ การแข่งขันบางชนิดจะถูกตัดออกไป แล้วเสริมใส่ด้วยกีฬาพื้นบ้านไปเสียอย่างงั้น

ดังนั้น ท้ายที่สุดแล้ว มันจึงกลายเป็นประเพณีไปเสียแล้วว่า หากประเทศใดเป็นเจ้าภาพ ก็จะพยายามสรรหากีฬาที่ตนเองถนัดเข้ามาบรรจุอยู่ในการแข่งขัน  วัตถุประสงค์ก็ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนไปกว่า ต้องการเหรียญทองให้ได้มากๆ นั่นเอง

 


img_2217


 

แล้วทำไมซีเกมส์ถึงมีกีฬาพื้นบ้าน มากกว่าการแข่งขันอื่นๆ

ก่อนอื่น เราต้องย้อนกลับไปที่ประวัติของซีเกมส์กันก่อน โดยซีเกมส์นั้น เริ่มแรก ชื่อ สหพันธ์กีฬาแหลมทอง (SEAP Games Federation) เกิดขึ้นจากความคิดที่ว่า ควรจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสนับสนุนความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

มีผู้ก่อตั้ง อย่าง ไทย, มาเลเซีย, เวียดนาม, เวียดนามใต้, ลาว, พม่า และกัมพูชา (ส่วนสิงคโปร์เข้าร่วมเป็นสมาชิกภายหลัง) โดยตกลงร่วมกันว่า จะจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างภูมิภาคขึ้นในทุก 2 ปี

ครั้งแรกจัดขึ้นที่ กรุงเทพฯ ของไทย ในปี พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) จากนั้นในปี พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) สมาพันธ์กีฬาแหลมทอง เปลี่ยนชื่อเป็น สมาพันธ์กีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเปลี่ยนชื่อการแข่งขันเป็น ซีเกมส์ ในที่สุด พร้อมทั้งมีประเทศอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วยเพิ่มเติม อย่าง อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และบรูไน เข้ามาร่วมแข่งเพิ่มด้วย

และในปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003 ) ติมอร์-เลสเต เข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก ในซีเกมส์ ครั้งที่ 22 นี้เอง

 


Sepaktakraw - Men's Doubles - Myanmar v Philippines - Philippines Rheyjey Ortouste in action against Myanmar's Zaw Latt. (Photo by Bazuki Muhammad)


 

จะเห็นได้ว่า ซีเกมส์นั้น แต่เดิมเป็นการจัดแข่งขันในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น เริ่มมาจากแค่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น และในช่วงแรกๆ กีฬาพื้นบ้านนั้นยังไม่ถูกบรรจุเข้ามาในซีเกมส์อย่างทุกวันนี้ ทำให้มีชนิดกีฬาที่แข่งขั้น มีแค่ 14 – 15 ประเภท (เน้นไปที่กีฬาสากลเป็นหลัก)

แต่ภายหลัง เริ่มมีการนำกีฬาพื้นบ้านบรรจุเข้ามาในช่วงการแข่งขันครั้งที่ 18  (ปี พ.ศ. 2538 หรือ ค.ศ. 1995) ทำให้ประเภทกีฬาที่ใช้แข่งขันนั้นเพิ่มมากขึ้น (จากแต่เดิม แข่งกันแค่กีฬาสากลไม่กี่ประเภท)

และการที่เจ้าภาพได้กลายเป็นเจ้าเหรียญทองของซีเกมส์ จะเริ่มตั้งแต่ช่วงการแข่งครั้งที่ 21  (ปี พ.ศ. 2544 หรือ ค.ศ. 2001) เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่เริ่มสอดไส้กีฬาพื้นบ้านเข้ามามากขึ้น และมีเพียง ครั้งที่ 28 (ในปี พ.ศ. 2558 หรือ ค.ศ. 2015) ที่เจ้าภาพอย่างสิงคโปร์ ไม่ได้เป็นเจ้าเหรียญทองในซีเกมส์

โดยปีที่แข่งกันเยอะที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น ซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ( ปี พ.ศ.2554 หีรือ ค.ศ. 2011 )  ที่มีกีฬาพื้นบ้านอื่นๆ เข้ามาผสมจนกลายเป็นแข่งมากถึง 44 ชนิด โดยปีดังกล่าว มีพม่าเป็นเจ้าภาพ

อ๊ะๆ อย่าเพิ่งอ้าปาก ง้างปากกันไป เพราะพี่ไทยเองก็ใช่ย่อย เพราะในปีที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ในการแข่งครั้งที่ 24  (ปี พ.ศ.2550 หรือ ค.ศ. 2007) ไทยเราก็จัดกีฬาพื้นบ้านให้แข่งไปเสีย 43 ชนิด เลยทีเดียว!

 



 

เอเชี่ยนเกมส์ละ มีบ้างหรือเปล่า ?

หลังจากที่มองไปยังซีเกมส์ ที่เป็นการแข่งขันระดับประเทศเพื่อนบ้านด้วยกันแล้ว ในระดับภูมิภาคที่สูงขึ้นมาของเอเชี่ยนเกมส์นั้น ก็เรียกได้ว่ามีการใส่กีฬาพื้นบ้านเข้ามาเช่นกัน

แต่ในกรณีของการใส่กีฬาพื้นบ้านเข้ามานั้น เป็นการบรรจุในเอเชี่ยนเกมส์ไว้นานหลายสมัยแล้ว (ไม่ใช่เพิ่งบรรจุ ถอดเข้าออกเหมือนซีเกมส์) เช่น  คาบัดดี้ ก็บรรจุในเอเชี่ยนเกมส์ มา 7 ครั้ง,  ตะกร้อ ก็บรรจุในเอเชี่ยนเกมส์ มา 7 ครั้ง ซึ่งส่วนมากเป็นการตกลง จนกระทั่งมีสมาคมในแต่ละประเทศ เพื่อเล่นกีฬาชนิดนี้ ไม่แตกต่างจากกีฬาสายสากลเลย

 


sea-games-boxing-ph-thailand-aug242017-002


 

โอลิมปิกมีบ้างไหม  ?

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ในเอเชี่ยนเกมส์เท่านั้น เพราะ กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว เอง ก็มีกีฬาพื้นบ้าน Curling  ของประเทศสก็อตแลนด์ ก็ได้ถูกบรรจุไว้เช่นกัน (แต่ไม่มีในการแข่งขันโอลิมปิกตัวหลักๆ)

แต่ถ้าหากมองย้อนๆ กลับไปแล้ว จะพบว่า แท้จริงแล้วกีฬาโอลิมปิกเองก็ต่างอุดมไปด้วยกีฬาพื้นบ้านเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่ากีฬาได้รับการรู้จัก และแพร่หลายจนรู้จักในหลักสากลมากกว่า ก็มีคนคิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันหน่อย ตรงที่กีฬาสากลนั้น มีการปรับหลัก ปรับกฏจนเป็นที่เข้าใจกันทั่วโลกมากกว่ากีฬาพื้นบ้านนั่นแหละ

 


seagames-football1-170814


 

สรุปแล้ว มีดี หรือไม่ดีกันนะ กีฬาพื้นบ้าน ?

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่โต้เถียงกันอยู่ไม่น้อยเลย เมื่อระยะหลังๆ ซีเกมส์นับวันมีแต่จะเพิ่มเอากีฬาพื้นบ้านเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

บางคนจะบอกว่า เป็นการส่งเสริมกีฬาพื้นบ้าน เผื่อสักวันจะเติบโตเป็นที่รู้จักในสากล หรือ โอลิมปิกเองก็ไม่ต่างจากกีฬาพื้นบ้านของยุโรป แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ ทำให้หลายคนรู้จักมากกว่าจึงได้รับการยอมรับ ดังนั้น การที่ซีเกมส์จะอุดมไปด้วยกีฬาพื้นบ้านบ้าง ก็ไม่น่าแปลกอะไร

 



 

ในขณะที่คนไม่เห็นด้วย มีมุมมองว่า จริงอยู่ที่กีฬาพื้นบ้านในแถบเอเชียต่างๆ ควรอนุรักษ์เอาไว้ แต่ด้วยกฏกติการที่ไม่ได้ตกลงกันในระบบสากลโลก ไม่ชัดเจนตายตัว และไม่เป็นมาตรฐานเพียงพอ อาจทำให้กีฬาพื้นบ้านเกิดข้อกังขา ข้อถกเถียงกัน กลายเป็นปัญหาทะเลาะเบาะแว้งแทนที่จะช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศแทนได้

สุดท้าย ถึงจะไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนว่า การมีนั้น ดีหรือไม่ ? แต่ทางสมาพันธุ์เริ่มปรึกษา และแสดงความคิดเห็นกันแล้วว่า ในการแข่งขันซีเกมส์ปีถัดไป ควรมีการปรับเปลี่ยนเรื่องกีฬาพื้นบ้านให้มีปริมาณที่น้อยลง โดยเน้นที่กีฬาสากลให้มากถึง 70% – 80% แทนที่จะตัดกีฬาบางประเภทออก แล้วเสริมด้วยกีฬาพื้นบ้านแทน

 


20150428-seagames-medals


 

แต่ทั้งนี้ เราก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า ในซีเกมส์ปีหน้านั้น จะมีการปรับเปลี่ยนตามที่ปรึกษาหารือกันหรือไม่ หรือเรายังต้องคงวนเล่นกีฬาพื้นบ้านของแต่ละประเทศวนไป อันนี้ก็ต้องรอดูแล้วล่ะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon