ผู้กู้ร่วม vs ผู้ค้ำประกัน แตกต่างกันอย่างไร

posted: 5 months ago
ผู้กู้ร่วม vs ผู้ค้ำประกัน แตกต่างกันอย่างไร

comments

เคยสงสัยกันมั้ยว่า เวลาที่เราเข้าไปขอสินเชื่อประเภทใดประเภทหนึ่งกับสถาบันการเงินมักต้องให้เราหาคนมาค้ำประกันหรือหลักทรัพย์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการขอกู้สินเชื่อให้เกิดการอนุมัติได้ แต่บางครั้งสินเชื่อบางประเภทก็ต้องการให้เราหาคนมากู้ร่วมด้วย แล้ว “ผู้ค้ำประกัน” กับ “ผู้กู้ร่วม” มีความแตกต่างกันอย่างไร จะต้องใช้กับกรณีใดบ้าง ตามไปดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

ผู้กู้ร่วมหมายถึงใคร?

เมื่อเรามีความจำเป็นต้องไปขอสินเชื่อที่สถาบันการเงิน แล้วเจ้าหน้าเช็คประวัติทางการเงินแล้ว เกิดไม่พอต่อการชำระหนี้ในแต่ละงวดเดือน จึงจำเป็นต้องให้เราไปขอคนมากู้ร่วมด้วย โดยคนที่จะมากู้ร่วมนี้ ส่วนใหญ่แล้วต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อ แม่ ลูก (กรณีที่มีบุตรแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามารถนำสูติบัตรของบุตรมาใช้เป็นหลักฐานยืนยันได้) สามีภรรยา (กรณีสามีภรรยาไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามารถใช้หลักฐานการแต่งงานมายืนยันได้) หรือพี่น้องสายเลือดเดียวกันที่ใช้นามสกุลเดียวกัน โดยผู้กู้ร่วมจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการชำระหนี้สินที่กู้มาเทียบเท่ากับลูกหนี้ด้วย

ผู้ค้ำประกันหมายถึงใคร

กรณีที่ต้องไปขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน แต่ดันมีประวัติการชำระหนี้ไม่ดี หรือมีอายุน้อย หรือขอกู้สินเชื่อแต่วางเงินดาวน์น้อย หรือเป็นบุคคลที่ไม่เคยมีประวัติด้านสินเชื่อมาก่อน ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องให้เราไปหาคนมาค้ำประกันเพื่อให้การกู้สินเชื่อสำเร็จไปได้ด้วยดี แต่ผู้ค้ำประกันที่เราจะต้องไปหามาจะต้องมีคุณสมบัติคือ จะต้องมีที่อยู่ที่แน่นอนชัดเจน สามารถให้สถาบันการเงินติดตามทวงหนี้ได้เมื่อกรณีที่ลูกหนี้ผิดการชำระหนี้เกิดขึ้น รวมถึงต้องประกอบอาชีพมั่นคง และต้องมีรายรับเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่เป็นคนค้ำประกัน ไม่จำเป็นต้องหาคนในครอบครัวมาค้ำประกัน แต่สามารถหาบุคคลอื่นที่สนิทชิดเชื้อมาค้ำประกันได้ แต่ถ้าลูกหนี้เกิดการผิดชำระหนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่ ผู้ที่เซ็นค้ำประกันยินยอมแล้วนั้น จะต้องเป็นผู้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ผู้นั้นไปโดยปริยาย

เมื่อรู้ถึงความหมายของ “ผู้กู้ร่วม” และ “ผู้ค้ำประกัน” กันแล้ว ก่อนจะเซ็นกู้ให้ใครก็ตามต้องคำนึงอย่างถี่ถ้วน เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ ส่วนผู้ที่กำลังมองหาสินเชื่ออยู่ในขณะนี้ “สินเชื่อบุคคลซิตี้” เข้าใจทุกความต้องการ กับวัตถุประสงค์ของแต่ละบุคคลที่หลากหลาย นำเสนอสินเชื่อบุคคลอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อนชำระขั้นต่ำ 12 เดือน และสูงสุดไม่เกิน 60 เดือน โดยอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใดๆ เมื่อรวมกันแล้วสูงสุดไม่เกิน 28% วงเงินสินเชื่อสูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือไม่เกิน 1,000,000 บาท ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ท่าน เปรียบเสมือนมีเงินสดพร้อมใช้เพิ่มขึ้นเพื่อใช้จ่ายในยามต้องการ

ตัวอย่างการคำนวณอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมแบบอัตราลดต้นลดดอก

ยอดเงินกู้จำนวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก 15% และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 13% ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 งวด งวดละ 2,744 บาท

1. วิธีคำนวณดอกเบี้ยในแต่ละงวด

• (ยอดเงินกู้คงค้าง x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวันในแต่ละงวด)/365
• (50,000 x 15% x 31)/ 365 = 636.99

2. วิธีคำนวณค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในแต่ละงวด

• (ยอดเงินกู้คงค้าง x อัตราค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน x จำนวนวันในแต่ละงวด)/365
• (50,000 x 13% x 31)/ 365 = 552.05

3. วิธีคำนวณยอดชำระคืนเงินต้น

• เงินงวดที่ชำระ – ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ได้จากข้อ 1 และ 2
• 2,744 – 636.99 – 552.05 = 1554.96

สมัครสินเชื่อบุคคลซิตี้ออนไลน์ รับเงินก้อนทันที รวดเร็วทันใจ ด้วยขั้นตอนการสมัครที่แสนง่าย กู้ง่าย อนุมัติเงินก้อนในวงเงินที่คุณพอใจในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพิ่มเงินสดสานฝันให้ทุกความต้องการของคุณเป็นจริง เพียงคลิกเข้ามาที่ rabbit finance ที่ https://lgt.finance.rabbit.co.th/personal-loan/citi-personal-loan ให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของจำนวนเงินเดือน สมัครเข้ามาตอนนี้เลยนะคะ


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon