กู้เงินในระบบ & กู้เงินนอกระบบ ต่างกันอย่างไร

posted: 1 year ago
กู้เงินในระบบ & กู้เงินนอกระบบ ต่างกันอย่างไร

comments

การที่ใครสักคนต้องตกเป็นลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ คงไม่ต่างกับการตกนรกทั้งเป็น เพราะเมื่อใดที่ขาดการชำระหนี้ไม่ตรงตามเวลา ย่อมต้องเจอวีรกรรมจากมาเฟียในการทวงหนี้แบบมหาโหด ตามข่าวรายวันที่ได้เห็นกันอยู่เป็นประจำ ไม่ว่า การเอาปืนมาขู่ฆ่าถ้าไม่จ่ายหนี้ หรือถูกทำร้ายร่างกายจนสาหัส เป็นต้น

อย่างไรก็ดี จากปัญหาความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมจากปัญหาหนี้นอกระบบ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่กลับให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เช่นด้านกฎหมาย ได้แก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 ด้านนโยบายการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยให้บูรณการการแก้ปัญหาแบบครบวงจร ทั้งในมิติด้านการช่วยเหลือแหล่งทุน การพัฒนาคุณภาพชีวิต การป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ นอกจากนี้แล้ว ยังสร้างการรับรู้และเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกฎหมายต่างๆ ที่ประชาชนควรทราบด้วย

แต่เชื่อว่ายังมีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจว่าหนี้ในระบบกับหนี้นอกระบบแตกต่างกันอย่างไร มีคุณมีโทษอย่างไรกับชีวิตของเรา วันนี้จึงได้นำเกล็ดความรู้และสาระดี ๆ มาบอกกล่าวกัน เพื่อให้ประชาชนไม่หลงตกเป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบ และเข้ามาเป็นลูกหนี้ในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แถมยังไม่ต้องเจอภัยร้ายมาคุกคามให้เสียสุขภาพจิตอีกด้วย


กู้เงินนอกระบบ คืออะไร

 

เป็นการกู้หนี้ยืมสินกันนอกระบบสถาบันการเงิน ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง แต่เป็นการปล่อยเงินกู้กันเองตามบ้าน ตามตลาดนัด แล้วคิดอัตราดอกเบี้ยแล้วแต่เจ้าหนี้จะคิด เช่น ร้อยละ 10 ร้อยละ 15 หรือ ร้อยละ 20 เป็นต้น ซึ่งการกู้นอกระบบแบบนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับหลักฐานการกู้ยืมเงิน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 ไม่ต้องมีการทำสัญญาเงินกู้ ไม่ต้องขอบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน เพียงแต่จดชื่อเล่นและเบอร์โทรศัพท์ แล้วต้องจ่ายเงินคืนตามวันเวลาที่ได้ตกลงกันไว้กับเจ้าหนี้เท่านั้น ส่วนใหญ่ผู้ที่กู้นอกระบบจะมีรายได้ที่ไม่แน่นอน หรือผู้ที่ติดเครดิตบูโร มีประวัติในการเบี้ยวหนี้กับสถาบันการเงินมาก่อนจึงไม่สามารถกู้ในระบบได้อีก

 

ทั้งนี้ การที่หลายคนนิยมกู้เงินนอกระบบกันนั้น เพราะความสะดวกในการปล่อยเงิน ไม่ต้องเตรียมเอกสารให้ยุ่งยาก และเสียเวลา อีกทั้งไม่รู้ว่าเมื่อยื่นเอกสารกู้ไปแล้วจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ ดังนั้นหลายคนจึงจำยอมเข้าสู่การกู้เงินนอกระบบแทน เพราะเจ้าหนี้ผู้ปล่อยเงินกู้จะจ่ายเงินให้เร็วกว่า แต่อัตราดอกเบี้ยจะมากกว่าการกู้ในระบบหลายเท่าตัว หรือสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้ ส่วนการทวงเงินคืน เจ้าหนี้จะมีทีมงานเจ้าหนี้หรือที่พบเห็นได้บ่อยคือบุรุษสวมชุดดำทั้งตัวมาพร้อมกับมอเตอร์ไซด์ คอยตามเก็บเงินดอกเบี้ยรายวันหรือรายเดือนกับลูกหนี้ และคอยตระเวนสำรวจว่าลูกหนี้แอบหนีหายหรือไม่ เมื่อลูกหนี้ไม่จ่ายตรงตามกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้ การข่มขู่ฆ่าเพื่อทวงหนี้ที่เราจะพบเห็นอยู่บ่อยครั้งตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวันอยู่เป็นประจำ


กู้เงินในระบบ คืออะไร

เป็นการกู้ยืมเงินที่จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 มีหน่วยงานภาครัฐคือธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ที่มีการควบคุมอัตราดอกเบี้ย จากสถาบันการเงินที่มีการปล่อยสินเชื่อ เช่น ธนาคาร และสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น

โดยคิดเป็นอัตราดอกเบี้ย ดังนี้

  • สินเชื่อส่วนบุคคล คิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี
  • สินเชื่อบัตรเครดิต คิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปี

ทั้งนี้การกู้เงินในระบบ มีความปลอดภัยและสามารถผ่อนผันหนี้สินกับสถาบันการเงินได้ และสามารถต่อรองกับธนาคารเพื่อหาวิธีการผ่อนชำระที่ดีกว่าได้

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีคุณสมบัติตรงตามสถาบันการเงินกำหนดไว้ การกู้เงินในระบบถือว่าเป็นทางออกที่ดีเพราะยังมีกฎหมายควบคุมให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่างเหมาะสม และมีหนทางปรับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมด้วย เช่นเดียวกับ สินเชื่อบุคคลซิตี้ ที่เข้าใจทุกความต้องการ สามารถเพิ่มสภาพคล่องกับตัวคุณเองในทุกๆ ด้าน ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดไม่เกิน 15.99% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อนชำระขั้นต่ำ 12 เดือน และสูงสุดไม่เกิน 60 เดือน ในวงเงินสินเชื่อสูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือไม่เกิน 1,000,000 บาท นอกจากนี้ลูกค้าที่อยู่ในบริษัทที่จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ข้าราชการ หรือ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป และต้องได้รับวงเงินอนุมัติตั้งแต่ 150,000 บาทขึ้นไป จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ลดสูงสุด 3%

ตัวอย่างการคำนวณอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมแบบอัตราลดต้นลดดอก

ยอดเงินกู้จำนวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก 15% และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 13% ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 งวด งวดละ 2,744 บาท

  1. วิธีคำนวณดอกเบี้ยในแต่ละงวด
  • (ยอดเงินกู้คงค้าง x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวันในแต่ละงวด)/365
  • (50,000 x 15% x 31)/ 365 = 636.99

 

  1. วิธีคำนวณค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในแต่ละงวด
  • (ยอดเงินกู้คงค้าง x อัตราค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน x จำนวนวันในแต่ละงวด)/365
  • (50,000 x 13% x 31)/ 365 = 552.05

 

  1. วิธีคำนวณยอดชำระคืนเงินต้น
  • เงินงวดที่ชำระ – ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ได้จากข้อ 1 และ 2
  • 2,744 – 636.99 – 552.05 = 1554.96

คลิกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลซิตี้ ผ่าน rabbit finance ที่ https://lgt.finance.rabbit.co.th/personal-loan/citi-personal-loan ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก อนุมัติรวดเร็วฉับไว ให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของจำนวนเงินเดือน ขั้นตอนง่ายๆ สมัครเข้ามาตอนนี้เลยนะคะ

 


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon