เลือกให้ดี! ขนมจีน แบบไหนปลอดภัยจากสารพิษ

posted: 2 years ago
3,660 views
เลือกให้ดี! ขนมจีน แบบไหนปลอดภัยจากสารพิษ

comments

ขนมจีน อาหารโปรดของใครหลายคน ที่สามารถทานได้แบบหลากหลาย ไม่ว่าจะทานกับน้ำยาขนมจีน แกงต่างๆ หรือจะทานเป็นเครื่องเคียงกับเมี่ยง หรืมส้มตำ ก็อร่อยไปอีกแบบ! แต่รู้หรือเปล่าว่า ขนมจีน ที่เราๆชอบรับประทานกันนั้น จัดว่าเป็นอาหารประเภทหนึ่งที่นิยมใส่สารกันบูด ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าร่างกายได้รับสารกันบูดในปริมาณมากเกินไปต้องเกิดอันตรายขึ้นอย่างแน่นอน และในวันนี้เราจึงมีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกรับประทาน ขนมจีน ให้อร่อย แถมยังปลอดภัยจากสารกันบูดมาฝากกันด้วย

ขนมจีน
เส้นขนมจีนขาวๆ อาจมีสารกันบูดอยู่มากมาย

นางสาวมลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้กล่าวถึงการทดลองสารกันบูดในเส้นขนมจีน ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคว่า จากการสุ่มเก็บตัวอย่างขนมจีนในท้องตลาด 12 ยี่ห้อ พบว่าทุกยี่ห้อมีสารกันบูดชนิดเบนโซอิก 10 ยี่ห้อ มีการใส่สารการบูดไม่เกินมาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ 83.33 และอีก 2 ยี่ห่อ เกินมาตรฐาน โดยมีสารกันบูดมากถึง 1,121.37 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และ 1,115.32 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 281 พ.ศ. 2547 ได้กำหนดเอาไว้ว่า อาหารจำพวกพาสต้า ก๋วยเตี๋ยว และผลิตภัณฑ์ทำนองเดียวกัน ซึ่งรวมถึง ขนมจีน ด้วย ต้องมีค่ามาตรฐานของสารกันบูดหรือ กรดเบนโซอิก ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับเรื่องนี้ก็คือ ในแต่ละวันร่างกายของคนเราไม่ควรได้รับปริมาณสารกันบูด หรือวัตถุกันเสียเกินกว่า 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตัวอย่างเช่น หากมีน้ำหนักตัว 45 กิโลกรัม ไม่ควรได้รับสารกันบูดเกิน 45×5= 225 มิลลิกรัมต่อวัน แน่นอนว่าการที่ร่างกายได้รับสารกันบูดเข้าไป อาจไม่ใช่มาจาก ขนมจีนเพียงอย่างเดียว เพราะอาหารอย่างอื่นรอบๆตัว ก็อาจมีการใส่สารกันบูดหรือวัตถุกันเสียด้วย ซึ่งเราไม่สามารถทราบได้เลยว่า มีการใส่สารนี้เข้าไปมากน้อยแค่ไหน

ขนมจีน
ขนมจีนกับแกงเขียวหวานแสนอร่อย

อันตรายจากการได้รับสารกันบูดมากเกินไป คือ

  1. เกิดพิษอย่างเฉียบพลัน เมื่อได้รับสารกันบูดในปริมาณสูง สามารถทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หายใจไม่ออก และอาจถึงขึ้นหมดสติได้
  2. เกิดพิษกึ่งเรื้อรัง และพิษเรื้อรัง เกิดจากการบริโภคอาหารที่มีสารกันบูด แม้ไม่ได้รับอย่างต่อเนื่อง แต่ได้รับเป็นระยะๆเป็นช่วงเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดเป็นมะเร็งลำไส้ได้ นอกจากนี้ยังทำให้ตับ และไต มีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

สารกันบูดที่อยู่ในอาหาร สามารถถูกทำลายได้ด้วยความร้อน ตัวอย่างเช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว เมื่อนำไปลวกก่อนรับประทานก็จะช่วยลดปริมาณสารกันบูดลงได้ แต่สำหรับเส้นขนมจีน ส่วนมากแล้วเราจะนำมารับประทานเลย โดยไม่ผ่านความร้อน จึงทำให้เกิดความเสี่ยงมากกว่า!

ขนมจีนขนมจีนกินกับอะไรก็อร่อยนะ

คำแนะนำในการเลือกซื้อขนมจีน

แม้ว่าสารกันบูดที่ใส่อยู่ในขนมจีน จะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่เราก็สามารถเลือกซื้อขนมจีนที่ถูกหลักอนามัยและปลอดภัยจากสารพิษได้ โดยการสังเกตจากสิ่งเหล่านี้

 

  • ดูว่าที่ฉลากมีการระบุการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือไม่
  • ดูข้อมูลที่ระบุไว้ว่ามีการใส่การกันบูดลงไปเป็นจำนวนเท่าไร
  • ดูวัน เดือน ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุให้ชัดเจน หากไม่มีก็ควรเลี่ยงไม่ซื้อมารับประทาน

 

ขนมจีน
ขนมจีนกับแกงแสนอร่อย

ในกรณีที่ซื้อขนมจีนเส้นหมักจากแหล่งซื้อที่ไม่มีฉลากระบุ หากเส้นขนมจีนมีสีขุ่นออกสีเหลือง มีไอน้ำขึ้น พลาสติกที่ห่อหุ้มหลวม อาจเป็นขนมจีนที่ทิ้งไว้นานหลายวันแล้ว ไม่ควรซื้อมารับประทาน หรือหากซื้อมาแล้ว ให้ทดลองเก็บไว้ในอากาศ และอุณหภูมิปกติ ว่าสามารถเก็บไว้ได้นานขนาดไหน หากใส่สารกันบูดในปริมาณปกติจะสามารถอยู่ได้ 1-2 วัน แต่ถ้าอยู่ได้นานกว่านี้แล้วยังไม่บูด ให้ระวังไว้เลยว่า ขนมจีนที่ซื้อมาอาจมีการใส่สารกันบูดเกินปริมาณที่กำหนด

หากใครไม่อยากเสี่ยงกับขนมจีนที่ใส่สารกันบูดมากเกินไป ก็อาจเลี่ยงไปรับประทานขนมจีนแบบเส้นสดที่ผลิตสำหรับรับประทานแบบวันต่อวันก็จะได้รสชาติอร่อยลิ้นไปอีกแบบ แต่ถ้าใครติดใจในขนมจีนเส้นหมัก ที่ให้ความเหนี่ยวนุ่ม อร่อยกว่าแล้วล่ะก็ ต้องใส่ใจในขั้นตอนการเลือกซื้อสักนิดนึงเนอะ ที่สำคัญควรรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง ^^


avatar
by ...Love Scenes...
เพราะ 'ความรัก' คือ ฉากหนึ่งของชีวิต...(^3^)

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon