7 สาเหตุของการขอสินเชื่อไม่ผ่าน

posted: 7 months ago
7 สาเหตุของการขอสินเชื่อไม่ผ่าน

comments

อยากเปิดกิจการ หรืออยากขยายกิจการ อยากซ่อมแซมที่อยู่อาศัย อยากซ่อมรถยนต์ อยากศึกษาต่อ ฯลฯ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินก้อนด้วยกันทั้งสิ้น ถ้าไม่ได้มีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำ สิ่งที่ทำได้นั้นคือ การขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินเพื่อให้ทุกอย่างลุล่วงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้แบบไม่สะดุด แต่การขอสินเชื่อไม่ใช่เรื่องง่ายทุกครั้งที่ยื่นเอกสารเคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมสมัครสินเชื่อไปตั้งหลายที่ แต่ไม่เห็นมีที่ไหนจะอนุมัติให้ บางครั้งถึงกับพาลโกรธเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินไปเสียอีก ดังนั้นเราลองกลับมาทบทวนดูสิว่ามันมีปัจจัยอะไรบ้างทำให้ขอสินเชื่อไม่ผ่าน

• เอกสารไม่ครบ ถ้าไม่อยากให้ล่าช้านานจนต้องเสียเวลา ก่อนยื่นสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลควรต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพราะถ้าไม่ครบแล้วเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินอาจต้องมาตามเอกสารเพิ่มทำให้เสียเวลาได้

• ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตหลายใบ จนการชำระบัตรแต่ละใบไม่เป็นไปตามที่เรียกเก็บ ล่าช้าส่งผลให้ประวัติทางการเงินเสีย ดังนั้นก่อนที่จะขอสินเชื่อ ควรชำระหนี้บัตรเครดิตเต็มจำนวนให้ตรงตามกำหนด แม้จะต้องใช้เวลาบ้าง แต่ก็เป็นการสร้างประวัติทางการเงินที่ทำให้สามารถผ่านการขอสินเชื่อได้

• เช็คเครดิตบูโร เมื่อเริ่มที่จะขอสินเชื่อ ขั้นตอนแรกที่สถาบันการเงินจะตรวจสอบกับเรานั้นคือ การตรวจสอบเครดิตบูโรซึ่งจะเก็บรวบรวมข้อมูลการชำระสินเชื่อหรือบัตรเครดิตทั้งยอดคงค้าง และการผิดประวัติชำระหนี้ ทางที่ดีควรเช็คก่อนยื่นกู้และชำระให้เสร็จสิ้นจะดีกว่า

• มีประวัติค้ำประกันคนอื่น ถ้าก่อนหน้านี้เราเป็นผู้ค้ำประกันให้กับผู้กู้ที่รู้จักแล้วยังค้างชำระหนี้อยู่ เราก็อาจจะขอสินเชื่อไม่ผ่าน ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรค้ำประกันให้ใคร

• อายุงานต่ำกว่า 6 เดือน อายุงานก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะแสดงความมั่นคงในการทำงานและรายได้ของผู้สมัครสินเชื่อได้ ควรต้องรอให้ครบ 6 เดือนก่อน จึงจะขอสินเชื่อส่วนบุคคลได้ ยิ่งทำงานมานานก็ยิ่งมีโอกาสได้รับอนุมัติมากยิ่งขึ้น

• ที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ถ้าพักอาศัย บ้านเช่า หอพัก หรืออพาร์ทเมนต์ อาจทำให้สถาบันการเงินเกิดการลังเลที่จะให้เงินกู้ เนื่องจากมีปัญหาในการทวงหนี้ได้ แต่ถ้ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านก็จะทำให้การขอสินเชื่อได้รับอนุมัติเร็วขึ้น

• ไม่ใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือในการอ้างอิง สถาบันการเงินมองว่า หากมีปัญหาการค้างชำระหนี้อาจเป็นเบอร์มือถือได้ แต่ถ้าเป็นเบอร์บ้านหรือเบอร์ที่ทำงานไม่สามารถเปลี่ยนได้ง่าย ธนาคารจึงต้องการเบอร์บ้านหรือเบอร์ที่ทำงานมากกว่าและทำให้ได้รับการอนุมัติได้

เมื่อทราบแล้วว่าสถาบันการเงินมีขั้นตอนต่าง ๆ ในการพิจารณาเพื่ออนุมัติสินเชื่ออย่างไรแล้ว ต่อไปเมื่อไปยื่นเอกสารเพื่อขอสินเชื่อก็จะไม่พลาดอีกต่อไป และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาช่องทางการกู้เงินอยู่ “สินเชื่อบุคคลซิตี้” สามารถเพิ่มสภาพคล่องกับตัวคุณเองในทุกๆ ด้าน เข้าใจทุกความต้องการ ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดไม่เกิน 15.99% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อนชำระขั้นต่ำ 12 เดือน และสูงสุดไม่เกิน 60 เดือน ในวงเงินสินเชื่อสูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือไม่เกิน 1.5 ล้านบาท

ตัวอย่างการคำนวณอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมแบบอัตราลดต้นลดดอก
ยอดเงินกู้จำนวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก 15% และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 13% ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 งวด งวดละ 2,744 บาท

1. วิธีคำนวณดอกเบี้ยในแต่ละงวด
• (ยอดเงินกู้คงค้าง x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวันในแต่ละงวด)/365
• (50,000 x 15% x 31)/ 365 = 636.99

2. วิธีคำนวณค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในแต่ละงวด
• (ยอดเงินกู้คงค้าง x อัตราค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน x จำนวนวันในแต่ละงวด)/365
• (50,000 x 13% x 31)/ 365 = 552.05

3. วิธีคำนวณยอดชำระคืนเงินต้น
• เงินงวดที่ชำระ – ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ได้จากข้อ 1 และ 2
• 2,744 – 636.99 – 552.05 = 1554.96

ง่าย ๆ เพียงแค่สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลซิตี้ คลิกผ่านเข้ามาที่ https://lgt.finance.rabbit.co.th/personal-loan/citi-personal-loan ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก อนุมัติรวดเร็วฉับไว ให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของจำนวนเงินเดือน ขั้นตอนง่ายๆ สมัครเข้ามาตอนนี้เลยนะคะ


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon