ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในฤดูฝน

posted: 2 years ago
1,403 views
ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในฤดูฝน

comments

การขับขี่รถยนต์ในช่วงฝนตกแบบนี้ จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากทัศนวิสัยในการขับขี่ และสภาพถนน อาจทำให้เราต้องเจอกับปัญหาในการควบคุมรถ หรือแม้กระทั่งปัญหาที่เกิดจากตัวรถเอง ด้วยความห่วงใย วันนี้เราจึงนำเทคนิคดีๆ ในการขับขี่รถยนต์ให้ปลอดภัยในวันที่ฝนตก มาฝากกัน

1. เช็คการทำงานของระบบปัดน้ำฝน

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในฤดูฝน (4)

เช็คสภาพ ยางปัดน้ำฝน ว่ายังอยู่ในสภาพที่สามารถปัดน้ำฝนได้อย่างเรียบเนียนอยู่หรือไม่ เพราะแดดที่ร้อนจัดในบ้านเรา อาจทำให้เนื้อยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ อีกส่วนหนึ่งที่ต้องเช็คก็คือ หัวฉีดน้ำกระจก ว่าสามารถฉีดน้ำได้อย่างเต็มที่อยู่หรือเปล่า มีอะไรเข้าไปอุดตันหรือไม่ และหมั่นตรวจสอบปริมาณน้ำในถังน้ำฉีดกระจก ให้เต็มอยู่เสมอ เพราะว่าในช่วงที่ฝนตกอาจใช้น้ำมากกว่าช่วงอื่นๆ ซึ่งถ้าหากระบบของการปัดน้ำฝนมีปัญหา อาจส่งผลต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ได้

2. เช็คสภาพยาง

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในฤดูฝน (2)

ตรวจเช็ค ลมยาง และ การสึกหรอของยาง อย่างสม่ำเสมอ เพิ่มลมยางมากกว่าปกติเล็กน้อย ประมาณ 2-3 ปอนด์ เพื่อช่วยให้หน้ายางแข็ง ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการรีดน้ำของยาง และตรวจสอบ ความลึกของร่องดอกยาง ให้ลึกไม่ต่ำกว่า 1.5-2 มิลลิเมตร เพื่อประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน และการรีดน้ำของยาง และตรวจสอบอายุการใช้งานของยาง ซึ่งปกติแล้วจะใช้งานไม่เกิน 3-4 ปี

3. ประเมินสภาพถนน

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในฤดูฝน (6)

ในช่วงที่ฝนตกใหม่ๆ ถนนจะลื่นมากกว่าช่วงอื่นๆ และเมื่อผ่านไปแล้ว 15-20 นาที สภาพถนนก็จะลื่นน้อยลง เพราะฉะนั้นการขับขี่ก็ต้องปรับตามปริมาณของฝนที่ตกไปด้วย โดยการลดความเร็วลงให้เหมาะกับพื้นถนน ซึ่งนอกจากจะเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้แล้ว ยังช่วยไม่ให้รถคุณลื่นไถล หรือเหินน้ำ ซึ่งทำให้ยากต่อการควบคุมรถอีกด้วย และอย่าลืมจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อพร้อมในการบังคับพวงมาลัยอยู่เสมอ โดยให้มือซ้ายอยู่ที่ 9 นาฬิกา และมือขวาอยู่ที่ 15 นาฬิกา

4. การใช้สัญญาณไฟ

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในฤดูฝน (8)

หมั่นตรวจสอบสภาพการใช้งานของไฟตำแหน่งต่างๆ ว่ายังใช้งานได้เป็นปกติหรือไม่ เพราะเมื่อฝนตกอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ เช่น รถเสียกลางทาง และต้องเปิดไฟฉุกเฉิน ส่วนในขณะขับขี่เมื่อฝนตก ให้เปิดไฟหน้า หรือไฟตัดหมอก โดยใช้ไฟหน้าแบบต่ำ เพราะการใช้ไฟสูง จะทำให้สายฝนสะท้อนกลับมาในสายตาของผู้ขับขี่ทำให้บดบังทัศนวิสัยได้

5. การเบรก

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในฤดูฝน (7)

ประเมินสถานการณ์ในการใช้ความเร็ว กับการเหยียบเบรก เพราะถ้าหากใช้ความเร็วมากเกินไป และจำเป็นจะต้องเหยียบเบรกแรงๆ ในสภาพถนนลื่นๆ อาจทำให้ล้อล็อค จนรถเสียการควบคุมได้

6. การทิ้งระยะห่างจากคันหน้า

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในฤดูฝน (5)

ในช่วงที่ฝนตก และถนนลื่น คุณจะต้องเว้นระยะเบรกให้มากกว่าตอนสภาพถนนแบบปกติ โดยทิ้งระยะห่างอย่างน้อย 2 เท่า ของเวลาปกติ โดยถ้าเป็นรถเล็กให้เว้นอย่างน้อย ประมาณ 4-6 วินาที หรือมากกว่านั้น ส่วนรถใหญ่ให้เว้น 6-8 วินาที หรือมากกว่านั้น

7. เมื่อต้องขับลุยน้ำท่วม

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในฤดูฝน (3)

ให้ใช้เกียร์ 1 เร่งรอบสูงเข้าไว้ แล้วเหยียบคลัทช์เพื่อให้ความเร็วต่ำ เพราะถ้ารอบต่ำเกินไปเครื่องอาจดับกลางน้ำได้ และถ้าขับเร็วเกินไปอาจทำให้น้ำกระเด็นเข้าเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ดับได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าให้ดีก็คือ ลงจากรถและประเมินสถานการณ์ดูก่อนว่า น้ำลึกแค่ไหน ควรจะขับขี่ผ่านไปหรือเปล่า และถ้ามีทางอื่นที่สามารถอ้อมไปได้ ก็ควรเสียเวลาอ้อมไปดีกว่า

อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ยากจะคาดการณ์ก็จริง แต่การไม่ประมาท มีสติ ระมัดระวังอยู่เสมอ รวมไปถึงการมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง ก็ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนแบบนี้ การใช้รถใช้ถนนก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นกว่าปกติเป็นเท่าตัว เพราะคงไม่มีใครอยากจะเสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถ ที่ไม่ใช่ถูกๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ หรือลองเลือกประกันรถยนต์ ที่ตอบโจทย์ของคุณดูสิกับ 5 เทคนิคลับ กับการเลือก ประกันรถยนต์ ที่ใช่


avatar
by bugbug

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon