ไขข้อข้องใจ! ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

posted: 5 months ago
ไขข้อข้องใจ! ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

comments

ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าแม่ค้า พ่อค้าออนไลน์เกิดขึ้นราวเป็นดอกเห็ด หลังจากที่เทคโนโลยีและระบบอินเทอร์เน็ตขยายตัวอย่างกว้างขวาง แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า การขายของออนไลน์นั้นต้องเสียภาษีด้วยหรือไม่ ขายดีขนาดไหนถึงต้องจ่ายภาษี วันนี้ Rabbit Daily ไม่พลาดที่จะหาคำตอบมาให้



ขายของออนไลน์ รายได้เท่าไหร่ถึงเสียภาษี

สิ่งสำคัญที่แม่ค้าออนไลน์ ต้องคำนึงถึงนั้นคือ เมื่อมีรายได้จากการขายของเกิน 1,800,000 บาทต่อปี จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น เมื่อมีรายได้เกินนี้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และไปบวกเพิ่มจากลูกค้าทันที เช่น สินค้ามีราคา 200 บาท ต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มไปอีก 7% ราคารวมที่ลูกค้าต้องซื้อ 214 บาทนั่นเอง แต่ถ้ารายได้ไม่ถึง 1,800,000 บาทต่อปี เสียแค่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ขายของออนไลน์กับภาษี


ขายของออนไลน์กับภาษีที่เกี่ยวข้อง

ภาษีเงินได้ ถ้าหากเป็นบุคคลธรรมดาต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจะคำนวนจากเงินได้สุทธิ แต่ถ้าหากจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ต้องคำนวนจากกำไรสุทธิแทน

• ภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าหากเป็นร้านค้าธรรมดา ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยการคำนวณจากเงินได้สุทธิ แต่ถ้าจดทะเบียนเป็นบริษัท (นิติบุคคล) หรือเป็นห้างหุ้นส่วนต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ

ขายของออนไลน์กับภาษี

ขายของออนไลน์กับภาษี ถือว่าเป็นของคู่กันที่เราต้องเสีย เพื่อทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีด้วย นอกจากนี้เงินได้จากการขายของออนไลน์ถือเป็นเงินประเภทที่ 8 (เงินได้ประเภทอื่นๆ) สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี คือ แบบเหมารวมในอัตรา 80% ของรายได้ และแบบตามความจำเป็นหรือตามสมควร โดยส่วนที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายให้นำมาหักค่าลดหย่อนตามกฎหมายเพื่อคำนวณเงินได้สุทธิในขั้นต่อไป


ขายของออนไลน์กับภาษีคำนวณแบบขั้นบันได

ขายของออนไลน์กับภาษี

• รายได้ตั้งแต่ 0 – 150,000 บาท ได้สิทธิยกเว้นทางภาษี
• รายได้ตั้งแต่ 150,001 – 300,000 บาท เสียภาษี 5% หรือสูงสุดภาษีที่ต้องเสียอยู่ที่ 7,500 บาท
• รายได้ตั้งแต่ 300,001 – 500,000 บาท เสียภาษี 10% หรือสูงสุดภาษีที่ต้องเสียอยู่ที่ 20,000 บาท
• รายได้ตั้งแต่ 500,001 – 750,000 บาท เสียภาษี 15% หรือสูงสุดภาษีที่ต้องเสียอยู่ที่ 37,500 บาท
• รายได้ตั้งแต่ 750,001 – 1,000,000 บาท เสียภาษี 20% หรือสูงสุดภาษีที่ต้องเสียอยู่ที่ 50,000 บาท
• รายได้ตั้งแต่ 1,000,001 – 2,000,000 บาท เสียภาษี 25% หรือสูงสุดภาษีที่ต้องเสียอยู่ที่ 250,000 บาท
• รายได้ตั้งแต่ 2,000,001 – 5,000,000 บาท เสียภาษี 30% หรือสูงสุดภาษีที่ต้องเสียอยู่ที่ 600,000 บาท
• รายได้ตั้งแต่ 5,000,001 บาทขึ้นไป เสียภาษี 35%


ตัวช่วยเรื่องภาษีมีอะไรบ้าง

ขายของออนไลน์กับภาษี

• ค่าลดหย่อนส่วนตัวผู้มีเงินได้ 60,000 บาท
• ค่าลดหย่อน คู่สมรส 60,000 บาท
• ค่าลดหย่อนบุตร คนละ 30,000 บาท
• ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
• ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
• ค่าลดหย่อนอื่น ๆ เช่นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เป็นต้น


บทลงโทษของผู้ที่ไม่เสียภาษีขายของออนไลน์

ขายของออนไลน์กับภาษี

• ขายของออนไลน์กับภาษี หากเลี่ยงภาษีต้องเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดให้ยื่นแบบจนถึงวันชำระภาษี และมีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท
• จงใจแจ้งข้อความเท็จเพื่อหนีภาษี จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 – 200,000 บาท
• เจตนาละเลยไม่ยื่นภาษีภายในกำหนดเพื่อหนีภาษี จะมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือจำคุกสูงสุด 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
• ยื่นเสียภาษีไม่ครบจำนวน ต้องเสียค่าปรับ 1-2 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมด



เมื่อคิดคำนวณดูแล้ว ถ้ารายได้ที่ขายของออนไลน์มาตลอดทั้งปีเข้าเกณฑ์ที่สรรพากรกำหนดไว้ ก็สามารถยื่นภาษีหรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.rd.go.th เพราะถ้าเราเลี่ยงหรือละเลย หลีกหนีภาษีแล้วละก็จะได้รับบทลงโทษตามที่ได้ระบุไว้


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon