ถ้าอยากรุ่ง อย่าทำแบบนี้ กับ 5 นิสัย ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ควรมี

posted: 3 years ago
ถ้าอยากรุ่ง อย่าทำแบบนี้ กับ 5 นิสัย ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ควรมี

comments

ในยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ดูเหมือนว่า การค้าขายเองก็ถูกพลิกโฉมไปไม่น้อย และนี่เองที่ทำให้ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ จึงกลายเป็นทางเลือก และหนทางอาชีพใหม่ที่น่าสนใจอีกอาชีพหนึ่ง เพราะสามารถทำเป็นอาชีพประจำได้ หรือจะใช้ช่วงเวลาหลังเลิกงานในการทำก็ได้ ด้วยการนำอินเตอร์เน็ตเข้ามาช่วยเหลือในด้านการขาย การติดต่อกับลูกค้า

แต่คุณรู้หรือไม่?! แม้ว่าธุรกิจเหล่านี้จะสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยเงินทุนที่ไม่มาก และเปิดร้านได้เพียงปลายนิ้วคลิก แต่แท้จริงแล้วนั้น การค้าขายออนไลน์ล้วนมีปัจจัยมากมายหลากหลายอย่าง ที่ทำให้หลายต่อหลายคนพ่ายแพ้ ร่วงริ่ง มากกว่ารุ่งโรจน์มานักต่อนักแล้ว! ว่าแต่มี 5 นิสัยอะไรบ้างนะ ที่อย่าทำเลย ถ้าไม่อยากจบชีวิตการค้าขายออนไลน์ลงบ้าง?

1.มองข้ามเรื่องการ สร้างแบรนด์ สร้างการตลาด

พ่อค้าแม่ค้าหลายคนมักจะมองว่า การสร้างแบรนด์ การสร้างตลาด เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าสนใจนั้น เป็นเรื่องของร้านค้าใหญ่ๆ หรือบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นที่ทำกัน ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิดแล้วล่ะ!

ก่อนอื่นเราต้องรู้จักว่า ‘แบรนด์’ คือ สิ่งที่ทำให้ลูกค้า หรือบุคคลทั่วไป รู้ว่าคุณทำอะไร ขายอะไร คุณโดดเด่นจากผู้ค้ารายอื่นๆ ตรงไหน ซึ่งการสร้างสิ่งเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนมากมายมหาศาลอย่างที่คุณคิด

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์บางคนมักจะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ และคิดว่าแค่การค้าขายออนไลน์ธรรมดาๆ ไม่ใช่สิ่งของที่มียี่ห้อ มีราคามากมายนัก ทำให้มองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป

การสร้างแบรนด์ สร้างตลาด จะช่วยให้ลูกค้าจดจำคุณได้มากขึ้น
การสร้างแบรนด์ สร้างตลาด จะช่วยให้ลูกค้าจดจำคุณได้มากขึ้น

แบรนด์ที่ดี และจะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปได้นั้น นอกเหนือจากการบริการ คุณภาพ ราคา การพรีเซ้นต์ต่อหน้าลูกค้าผ่านเพจ ข้อความโฆษณา การสร้างเอกลักษณ์ให้สินค้าของคุณโดดเด่น และดูแตกต่างจากผู้อื่นก็เป็นสิ่งสำคัญ

เช่น คุณต้องการขายเสื้อผ้า แต่การนำมาแขวน แล้วถ่ายรูปธรรมดาๆ โดยไม่จัดวางองค์ประกอบภาพให้น่าสนใจ ก็แทบจะดูไม่แตกต่างไปจากร้านขายเสื้อผ้าทั่วๆ ไป แต่ถ้าในทางกลับกัน หากคุณจัดองค์ประกอบถ่ายรูปสินค้าเสียใหม่ หรืออาจจะลองหานางแบบมาลองใส่เสื้อผ้าที่เป็นสินค้าจริงๆ นอกจากจะช่วยให้สินค้าดูดีขึ้นได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มราคาให้กับสินค้าได้อีกด้วย

2. ไม่มีการวางแผน

หลายคนที่สักแต่จะขาย โดยไม่มีการวางแผน จริงอยู่ที่คุณไม่จำเป็นต้องมานั่งพิมพ์แผนการตลาด หรือรายงานนับสิบๆ หน้า เพื่อวางแผนทางธุรกิจ แต่คุณควรรู้ว่า สินค้าที่ต้องการจะขายนั้น จะนำไปขายกับคนกลุ่มไหน มีแผนการคร่าวๆ ยังไงในการจัดการเงิน จะเข้าหาและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างไร ควรจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้เฟซบุ๊กโฆษณาหน้าร้านของคุณหรือเปล่า? หากมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น คุณต้องทำอย่างไรจึงจะดึงลูกค้าเหล่านี้ให้กลายเป็นขาประจำ และทำอย่างไรลูกค้าขาประจำยังคงจงรักภักดีกับร้านคุณต่อไป

สิ่งเหล่านี้คุณควรคำนึง และวางแผนไว้บ้าง เพื่อให้การค้าขายออนไลน์ไม่ล่ม และถูกกลืนไปกับสินค้าต่างๆ ตามตลาดออนไลน์

businesswoman take order from customer online ecommerce.Home business.Work at home.
แม้จะขายของออนไลน์ แต่ก็นับเป็นธุรกิจชนิดหนึ่ง คุณควรหัดวางแผนไว้บ้าง

3. ไม่มีความพอดีในการลงทุน

กล่าวคือ คุณกลัวที่จะลงทุนเพิ่มเติม เมื่อธุรกิจทำท่าว่าไปได้สวย แต่กลับกัน บางครั้งคุณก็เลือกที่จะรุกตลาด ลงทุนเร็วมากจนเกินไป ทำให้ธุรกิจที่น่าจะรุ่ง กลับทุนจม ร่วงดิ่งลงเสียเฉยๆ

ทั้งๆ ที่การจะลงทุนเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ไม่ใช่มองเพียงแค่เม็ดเงินที่จะได้กลับมาเท่านั้น แต่ต้องคำนวนจากหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ฐานลูกค้า ต้นทุนของสินค้าต่างๆ ที่นำมาขาย จำเป็นต้องสอดคล้องกับสเกลธุรกิจอีกด้วย

ต้องรู้จักเสี่ยง รู้จักระวังไว้บ้าง ในการลงทุน
ต้องรู้จักเสี่ยง รู้จักระวังไว้บ้าง ในการลงทุน

4. ไร้ระเบียบวินัยในการทำงาน

ฟังดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย  แหม บอกเลยว่านี่มันเกี่ยวเต็มๆ การมีระเบียบในการทำงานนั้น นอกจากจะช่วยให้คุณจัดการระบบต่างในร้านค้าออนไลน์ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น นอกจากจะไม่หลงๆ ลืมๆ ออเดอร์ต่างๆ ของลูกค้าแล้ว และยังช่วยให้คุณดูเป็นมืออาชีพ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ ที่ลูกค้ามีต่อร้านค้าของคุณ

พฤติกรรมเหล่านี้จะถูกสะท้อนกลับมาในรูปฟีดแบ็ค การรีวิว ปากต่อปากของลูกค้า หากเป็นฟีดแบ็คที่ดี ร้านค้าของคุณจะถูกพูดถึงในภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้มีผู้คนอยากมาใช้บริการ หรือลุกค้าเก่าๆ ก็อยากกลับมาใช้บริการอีกหน

การมีระเบียบวินัย จะช่วยให้ดึงดูดลูกค้าได้ แถมยังได้ภาพลักษณ์ดีๆ อีกด้วย
การมีระเบียบวินัย จะช่วยให้ดึงดูดลูกค้าได้ แถมยังได้ภาพลักษณ์ดีๆ อีกด้วย

แต่ในทางกลับกัน หากระเบียบวินัยในการทำงานของคุณเละเทะ นอกจากจะทำให้จัดการร้านได้ลำบาก และยุ่งยากแล้ว ลูกค้าก็จะไม่เชื่อถือในตัวร้านค้า หรือตัวคุณได้ แหม นี่ยังไม่รวมถึงกรณีเล่าปากต่อปากอีกนะ คุณคงไม่อยากได้ยินชื่อเสียของร้านคุณหรอกน้า จริงไหม?

5. ละเลยเรื่องเงินๆ ทองๆ

จริงอยู่ว่าการค้าขายบนโลกออนไลน์ คุณไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน การประชาสัมพันธ์ การโฆษณาก็อาจจะใช้เงินน้อยกว่า ยิ่งถ้าใครเปิดการค้าขายแบบพรีออเดอร์ ต้นทุนแทบจะไม่มี เพราะถือว่าให้ลูกค้าเป็นผู้จ่ายก่อน แล้วจึงค่อยสั่งสินค้า ทำให้หลายคนละเลยเรื่องเงินๆ ทองๆ หรือต้นทุนนั้นเอง

แต่การทำธุรกิจต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจออนไลน์ การไม่รู้ต้นทุนและจุดคุ้มทุนอาจทำให้ธุรกิจของคุณล้มเหลวได้ เพราะคุณไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณจะได้รับเงินคืนกลับมา รายละเอียดความคืบหน้า หรือการใช้เงินทุนสอดคล้องกันมากน้อยแค่ไหน กรอบระยะเวลาการได้เงินคืนคือเมื่อไหร่ ไม่มีทางรู้ได้เลย ดังนั้น ด้วยนิสัยการละเลยเรื่องเหล่านี้ทำให้หลายๆ เจ้าเข้าข่าย ‘ขายดีจนเจ๊ง’ กันมานักต่อนักแล้ว

จำไว้ว่า ทุกสิ่งบนโลกล้วนมีต้นทุน การทำธุรกิจออนไลน์นั้น แค่ช่วยลดต้นทุนบ้างอย่าง ไม่ใช่ว่าไม่มีต้นทุนเลย
จำไว้ว่า ทุกสิ่งบนโลกล้วนมีต้นทุน การทำธุรกิจออนไลน์นั้น แค่ช่วยลดต้นทุนบางอย่าง ไม่ใช่ว่าไม่มีต้นทุนเลย

และเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น คุณควรสร้างนิสัยการวางแผนทางการเงินไว้บ้าง อาจจะทำบัญชีรายรับรายจ่ายของร้านเพื่อให้เห็นถึงเงินทุนที่จ่ายออกไปได้ชัดมากขึ้น และอย่าลืมกำหนดราคาสินค้าตามที่ควรจะเป็น โดยไม่ลืมบวกค่ากำไรที่คุ้มค่าเหนื่อยให้คุณด้วยล่ะ

หากรู้ตัวว่าคุณยังมีนิสัยเหล่านี้ ก็ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง แล้วธุรกิจออนไลน์ของคุณจะรุ่งพุ่ง มากกว่ารุ่งริ่งอย่างแน่นอน!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon