ทำไมขึ้นดอกเบี้ยแล้วค่าเงินอ่อน กรณีศึกษาจากสหรัฐอเมริกา

posted: 1 year ago
ทำไมขึ้นดอกเบี้ยแล้วค่าเงินอ่อน กรณีศึกษาจากสหรัฐอเมริกา

comments

ช่วงวันที่ 15 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา นางเจนเนต เยลเลน ประธานธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา (FED) ได้มีการประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจากเดิม 0.75% เพิ่มเป็น 1.00% พร้อมทั้งให้แนวโน้มถึงการเพิ่มขึ้นของปีนี้อีก 2 ครั้ง และตามด้วยปี 2561 อีก 3 ครั้ง เนื่องด้วยความเชื่อมั่นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อที่เร็วจนเกินไป

แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือหลังจากมีการประกาศขึ้นดอกเบี้ยแล้วค่าเงินดอลล่าร์ก็ปรับตัวลดลง (ค่าเงินอื่นแข็งขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับ USD) ซึ่งโดยปกติแล้วการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้เงินไหลกลับที่ประเทศที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ตัวอย่างเช่น ถ้ามีอยู่ 2 ประเทศอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1% เท่ากัน (สมมติว่าปัจจัยอื่นๆ ใกล้เคียงกัน) แล้วถ้ามีประเทศนึงปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นเป็น 2% โดยธรรมชาติของเงินจะไปหาแหล่งที่มี “อัตราผลตอบแทน” ที่สูงกว่าเสมอ เงินก็จะไหลไปสู่ประเทศที่มีดอกเบี้ยที่ดีกว่า
แล้วเวลาที่เราจะเอาเงินเข้าประเทศอื่นๆ สิ่งที่เราต้องทำก็คือการแลกเงินเป็นสกุลเงินของประเทศนั้นๆ จะทำให้ความต้องการของสกุลเงินดังกล่างมี “ความต้องการ (Demand)” ก็จะทำให้ค่าเงินของประเทศแข็งขึ้นนั่นเอง
 image-08E3_58D63AC2
แต่เหตุผลที่ทำให้ “เงินดอลลาร์อ่อนค่า” เป็นเพราะว่าเกิดการ Sell/Buy on fact ขึ้น เพราะถ้าเราปรับไปดูกราฟหลังจากที่มีการให้สัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายเดือนถึงต้นเดือนเดือนมีนาคม แล้วในช่วงก่อนหน้านั้นทุกคนมองว่าน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างเร็วก็น่าจะเดือนมิถุนายน ดอลลาร์ก็ปรับตัวแข็งขึ้นมาทันทีทั้งๆ ที่ยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทันที
แล้วอีกประการหนึ่งทุกคนก็มองว่า “เงินเฟ้อ” ที่ปรับขึ้นจากการที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ขยายด้วยจากนโยบายที่ทรัมป์เลือกใช้ จะทำให้ดอกเบี้ยที่ขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินที่อ่อนค่าลงแล้วไม่ได้มีประโยชน์กับนักลงทุนสักเท่าไหร่ จึงทำให้เกิดการ Sell/Buy on fact ขึ้น ทำให้เงินไหลออกจาก USD มาที่ตลาดเกิดใหม่บางส่วน (เงินเฟ้อทำให้ USD อ่อนค่าคนจึงมองหาแหล่งเก็บเงินแหล่งอื่น)

ตลาดหุ้นหรือตลาดการลงทุนใดๆ ก็ตามจะเป็น “ตลาดแห่งการคาดการณ์” เสมอ “ราคา” จะวิ่งไปรอตามการคาดการณ์ของคนในตลาด ดังนั้นถ้าเราจะลงทุนตามข่าวเราต้องคิดเสมอว่าตลาดรับข่าวไปมากน้อยขนาดไหน ถ้ารับไปหมดแล้ว ข่าวนั้นก็ไม่มีคุณค่าให้เรามาคิดวิเคราะห์เรื่องโอกาสการลงทุนต่อไป แต่ถ้าราคาวิ่งขึ้นเพราะข่าว แล้วข่าวนั้นไม่เกิดขึ้นจริงๆ ก็จะวิ่งลงกลับไปที่เดิมเช่นกัน


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon