ขุนพันธ์ตำนานมือปราบจอมขมังเวทย์แห่งเมืองไทย

posted: 2 years ago
5,948 views
ขุนพันธ์ตำนานมือปราบจอมขมังเวทย์แห่งเมืองไทย

comments

ถ้าหากจะกล่าวถึงยอดตำนานมือปราบที่เก่งที่สุดในเมืองไทยแล้วละก็ชื่อหนึ่งที่จะต้องพูดถึงเลยก็คือ ชื่อของ พล.ต.ต. ขุนพันธ์รักษ์ราชเดช ยอดตำนานผู้ปิดชีพเสือร้ายมาแล้วหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็นตำนาน เสือย่อง เสือผ่อน เสือฝ้าย เสือไหว จนกลายเป็นตำนานที่ลือเลื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติของขุนพันธ์ในวัยเด็ก

ขุนพัน

ขุนพันธ์ เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 ที่บ้านอ้ายเขียว อำเภอท่าศาลาจังหวัดนครศรีธรรมราช เริ่มเข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนวัดสวนป่าน ว่ากันว่าท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ฉลาดปราดเปรื่องเป็นยิ่งนักก่อนที่จะเข้าโรงเรียน เมื่อท่านเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาจึงได้รับการเลื่อนชั้นให้มาอยู่ ป.3 ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ท่านเรียนหนังสืออยู่ที่นี่ได้ 2 เดือนโรงเรียนของท่านก็ต้องถูกสั่งยุบ ท่านจึงย้ายไปเรียนที่โรงเรียนวัดพระนคร จังหวัดพระนครศรี

ในปี พ.ศ. 2459 ท่านได้ย้ายมาเรียนที่กรุงเทพ ที่โรงเรียนวัดเบญจมบพิตรในระหว่างที่ท่านเรียนอยู่ที่นี่ ท่านได้ร่ำเรียนวิชามวยไทย ยูโด และยิมนาสติก จนท่านมีความชำนาญในเชิงมวยเป็นอย่างมาก

เข้ารับราชการตำรวจ

Khunpan2

ในปี 2486 ท่านได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และเมื่อจบการศึกษาแล้วท่านก็ได้ไปประจำอยู่ที่กองบังคับบัญชาตำรวจจังหวัดสงขลา ก่อนที่จะได้ย้ายมาเป็นผู้บังคับหมู่ที่เมืองพัทลุงในปี 2474 โดยท่านได้สร้างชื่อเสียงเป็นครั้งแรกที่นี้ด้วยการปราบผู้ร้ายคนสำคัญของเมืองพัทลุงนั้นคือ เสือสัง และ เสือพุ่ม เสือร้ายแห่งภาคใต้ หลังจากนั้นอีกหนึ่งปีท่านก็ได้ปราบผู้ร้ายคนสำคัญอีกมายมายเช่น เสือย้อย เสือเมือง และ เสือทอง เป็นต้น

จากความดีความชอบนี้ทำให้ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนพันธ์รักษ์ราชเดชก่อนที่จะได้รับการเลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจโทในปี 2478 ซึ่งในปีนี้เองที่ท่านได้บวชเป็นพระอยู่ 1 พรรษา และย้ายไปเป็นตำรวจประจำกองบังคับการภูธรมณฑลนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลาซึ่งที่นี้เองเป็นสถานที่ ที่ท่านจะได้พบเจอกับหนึ่งในอาชญากรคนสำคัญผู้มีนามว่า อะแวสะดอ ตาเละ

กาารปราบปรามผู้ร้ายครั้งสำคัญของขุนพันธ์

khun-phan1 (1)

หนึ่งในอาชญากรชื่อดังกระฉ่อนที่เคยได้ปะทะกันกับขุนพันธ์ก็คือ อะแวสะดอ ตาเละ โดยโจรผู้นี้เป็นโจรชั่วผู้เข่นฆ่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ไปมากมายหลายคนโดยเฉพาะชาวไทยพุทธที่เป็นเป้าหมายของมัน แถมยังเต็มไปด้วยวิชาอาคมจนยากที่คนทั่วไปจะต่อกรกับมัน พร้อมกับได้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก ในที่สุดเมื่อเรื่องนี้รู้ถึงหูทางการ ขุนพันธ์จึงเป็นผู้ที่ทางการส่งมาเพื่อต่อกรกับเจ้าโจรชั่วรายนี้

ด้วยความที่ท่านเป็นหนึ่งในจอมขมังเวทย์เช่นเดียวกันจึงสามารถปราบเจ้าโจรชั่วผู้นี้ลงได้สำเร็จ ผลจากการปราบ อะแวสะดอ ตาเละ ทำให้ชาวบ้านร่ำลือถึงกิตติศัพพ์ของขุนพันธ์และยกย่องให้ท่านเป็น รายอกะจิ ในภาษายาวี หรือ รู้จักกันในภาษาไทยว่า อัศวินพริกขี้หนู

ผลงานครั้งสำคัญของท่านเกิดขึ้นครั้งต่อมาในปี 2489 ท่านได้มาประจำอยู่ที่จังหวัดชัยนาท ที่นี้ท่านได้ปะทะกับเสือหลายคนไม่ว่าจะเป็น เสือย่อง เสือใบ เสืออ้วน เสือดำ เสือมเหศวร และ เสือฝ่าย สำหรับเสือดำและเสือฝ่ายนั้นมีตำนานเล่าไว้ว่า เสือดำและขุนพันธ์รักษ์ราชเดชได้เผชิญหน้ากันแต่ด้วยความที่ทั้งคู่นั้นเป็นผู้มีวิชาอาคมเช่นเดียวกันท่านจึงไว้ชีวิตเสือดำโดยขอให้เสือดำไปบวชเสียเพื่อยุติการไล่ล่า

ส่วนการไล่ล่าเสือฝ้ายนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 10 มกราคม 2489 เมื่อแผนการไล่ล่าเสือฝ่ายเกิดล้มเหลวทำให้เสือฝ้ายรู้ตัวและเตรียมจะหนี ขุนพันธ์ได้รับคำสั่งเร่งด่วนในการสะกัดโจรผู้นี้โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ท่านได้ใช้ดาบเป็นอาวุธ ผู้คนทั่วไปจึงขนานนามท่านว่าขุนพันธ์ดาบแดง (เชื่อกันว่าดาบเล่มนี้เป็นดาบที่ได้รับสืบทอดมาจากพระยาพิชัยดาบหัก) เสือฝ้ายพยายามที่จะติดสินบนท่านด้วยเงินเป็นจำนวนหลายพันบาท (ซึ่งในสมัยนั้นเงินจำนวนนี้เป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก) แต่ท่านก็ไม่ได้สนใจไยดีใดๆ ทั้งสิ้นและเดินหน้าปราบปรามโจรร้ายต่อไปจนสามารถทลายเหล่าเสือร้ายได้สำเร็จ

ชีวิตหลังเกษียณ

Pan2

ขุนพันธ์เกษียนอายุราชการของท่านลงในปี พ.ศ.2507 ในชีวิตท่านมีผลงานอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นผลงานเขียนต่างๆ หรือแม้แต่เครื่องรางของขลังที่ได้สร้างกระแสให้กับสังคมอยู่ช่วงหนึ่งอย่างจตุคามรามเทพที่ท่านเป็นผู้ปลุกเสกจนกลายเป็นหนึ่งในของศักสิทธิ์ที่ผู้คนมีติดตัว

ขุนพันธ์เสียชีวิตในวันที่ 5 กรกฎาคม ปี 2549 ที่บ้านของท่านสิริรวมอายุได้ 108 ปี ถือเป็นขุนคนสุดท้ายของเมืองไทย ตำนานเรื่องเล่าของท่านนั้นมีมากมายจนเรียกได้ว่าท่านเป็นหนึ่งในตำนานของเมืองไทยในฐานะของมือปราบจอมขมังเวทย์ นอกจากนี้ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ตำนานของท่านก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งกับภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ซึ่งท่านสามารถติดตามรับชมตัวอย่างได้ที่นี้


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon