ข้อคิดดีๆ ในการทำงาน จากคนอายุ 30 ถึงเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งทำงาน

posted: 1 year ago
ข้อคิดดีๆ ในการทำงาน จากคนอายุ 30 ถึงเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งทำงาน

comments

ปัญหาของนักศึกษาจบใหม่ ที่ไม่สามารถเริ่มทำงานแรกได้นานนัก โดยส่วนใหญ่มักลาออก เพราะต้องเจอกับปัญหาที่ตัวเองไม่ได้คาดคิด ซึ่งนอกจากจะเป็นปัญหาต่อประวัติการทำงานของตัวเองด้วยแล้ว ในมุมของบริษัทเองก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะจ้างเด็กจบใหม่ไฟแรงเข้ามาเหมือนกัน เพราะก็ต้องเจอกับความเสี่ยงที่จะมีการลาออกก่อนเวลาอันควร ทำให้หลายบริษัทต้องเน้นย้ำในใบประกาศสมัครงานอยู่เสมอว่า ‘ต้องการคนที่มีประสบการณ์’ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีข้อคิดดีๆ จากคนวัย 30 ที่ผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว ที่จะช่วยแนะนำให้เด็กจบใหม่ทุกคน ในการเตรียมตัวเตรียมใจก่อนลงสมรภูมิจริง (และเด็กจบใหม่ทุกคน ควรระวังกับ 10 สิ่งที่ไม่ควรบอกฝ่าย HR ก่อนสัมภาษณ์งาน)

เปิดใจเรียนรู้

เป็นอันว่าก็เข้าใจล่ะนะว่าความไฟแรงของช่วงอายุแบบนี้ มันก็อยากจะทำอะไรที่อยากทำ แต่หากเลือกที่จะเข้ามาทำงานอยู่ในบริษัทแล้วนั้น ก็เท่ากับว่าเรายอมรับข้อตกลง และกฎต่างๆ ที่ต้องทำตามปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อที่จะให้งานดำเนินไปได้ตามนโยบายบริษัท เพราะฉะนั้นหากต้องทำอะไรที่ตนเองไม่ได้ชอบ หรือเจอกับปัญหาต่างๆ ก็ต้องยอมรับและอยู่กับปัญหานั้นให้ได้ หรือทางที่ดีก็เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปเลยดีกว่า ถือว่าหาประสบการณ์เพิ่มเติมไปในตัวด้วย

เข้าใจในความแตกต่าง

Group of young business professionals having a meeting

สิ่งที่ทำให้เด็กจบใหม่หลายคนผิดหวังก็คือการเจอเพื่อนร่วมงาน ที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดไว้ ทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติ หรือเข้าหาเฉพาะคนที่ตัวเองพอใจ หรือชอบอะไรเหมือนกับตัวเองเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ของคุณ เพราะว่าวันใดวันหนึ่งคุณอาจจะต้องร่วมงานกับคนอื่นๆ อีกหลายประเภท ในแบบที่คุณไม่สามารถจินตนาการได้ถูกเลยล่ะ เพราะฉะนั้นยอมรับในความแตกต่างให้ได้ ก็จะสามารถอยู่ได้กับคนทุกแบบยังไงล่ะ

ใหม่กับเก่าไปด้วยกันได้

เด็กรุ่นใหม่มาพร้อมกับเทคโนโลยี และความทันสมัยต่างๆ ที่เข้ามามีส่วนช่วยในการทำงานมากขึ้นในปัจจุบัน แต่สำหรับบางบริษัทก็ยังมีการใช้วิธีการแบบเดิมอยู่ๆ จนทำให้หลายคนอาจปรับตัวไม่ได้ และคิดว่าทำไมต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากแบบนี้ด้วย แต่จริงๆ แล้วนั่นอาจเป็นวิธีที่พวกเขาทำกันมานานแล้ว และอาจยังไม่เจอวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับบริษัทก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นอย่ารีบด่วนตัดสินว่าพวกเขาไม่มีการพัฒนาตามโลก เพราะเชื่อว่าไม่มีบริษัทไหนที่ไม่หาทางพัฒนาไปข้างหน้าอย่างแน่นอน แต่ทุกอย่างมันมีเหตุผลในตัวของมันเองน่ะ

คิดว่าปัญหาคือทุกอย่าง

หลายคนมองทุกอย่างเป็นปัญหา ปัญหาคือทุกอย่าง อาจเป็นเพราะว่าในการทำงานเราไม่มีทางคาดคิดได้เลยว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง ทำให้คนที่ทำงานแรกๆ จะรู้สึกว่าทำไมมันหนักหนาเหลือเกิน และเราไม่สามารถผ่านมันไปได้แน่ๆ ทำให้ท้อในที่สุด แต่หารู้ไม่ว่าต้นเหตุที่บริษัทรับเรามาทำงาน ก็เพื่อมาแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ในแต่ละวันยังไงล่ะ เพราะฉะนั้นมองปัญหาให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเข้าไว้ และอย่าจมไปกับมัน ทีนี้ก็จะไม่มีปัญหาไหนที่จะสร้างปัญหาให้เราได้แล้วล่ะ



มือไม้ต้องอ่อน

เมื่อเรายังอยู่ในประเทศไทย ในวัฒนธรรมไทย เราก็ยังต้องเป็นคนไทยกันต่อไป ถึงแม้ว่าในการทำงานบางบริษัทจะไม่ได้ยึดติดกับอายุเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะบริษัทรุ่นใหม่ๆ แต่นั่นก็คือวัฒนธรรมขององค์กรที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางหลักเท่านั้น แต่สำหรับตัวบุคคลแล้ว ทุกคนก็ยังมีความแตกต่างอยู่ดี เพราะฉะนั้นหากรู้ว่ายังเด็กอยู่ก็อย่าละเลยการทำความเคารพ และการวางตัวให้เหมาะสมกับเพื่อนร่วมงานที่อายุมากกว่าดีกว่านะ

ยึดในกฎระเบียบ

เมื่อใดก็ตามที่เห็นว่ารุ่นพี่ในที่ทำงานสามารถมาทำงานสายได้ (ไปทำงานสายหรอ เรามีวิธีแก้) แต่งตัวสบายๆ ได้ เลยคิดว่าบริษัทไม่ได้เข้มงวดเท่าไหร่นัก ซึ่งถึงจะเข้มงวด หรือไม่เข้มงวดก็ตามแต่ แต่การรักษากฎระเบียบ มีวินัย โดยเฉพาะในช่วงทดลองงาน มันแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในงาน และบ่งบอกถึงนิสัยใจคอ รวมถึงความรับผิดชอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคะแนนในการประเมินทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าทำงานแรกๆ ก็ทำตามระเบียบไปก่อนเนอะ

อย่ากลัวที่จะขัดแย้งกับคนอื่น

Business Team Discussion Team Customer Service Concept

การเป็นเด็กดีเรียบร้อยเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักในการทำงาน เพราะมันแสดงให้เห็นถึงการไม่กล้าแสดงออก หรือการนำเสนออะไรใหม่ๆ ซึ่งสาเหตุก็น่าจะมาจาก หลายคนคิดว่าการโต้เถียงคือพฤติกรรมก้าวร้าว และกลัวจะถูกว่าได้ แต่การแสดงออกในที่นี้ หมายถึงกล้านำเสนอ หรือบอกความคิดของตัวเองให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ซึ่งแตกต่างกับการเถียงที่หลายๆ คนกลัว ระวังอย่าไปใช้ผิดล่ะ



ลืมทุกอย่างในชั้นเรียนไปซะ!

สุดท้ายเลยก็คือไม่ว่าคุณจะเป็นรุ่นพี่ หรือประธานรุ่นในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาแต่อย่างใด เมื่อเข้ามาทำงานแล้วให้คิดซะว่าคุณได้กลับมาเป็นเฟรชชี่อีกครั้ง (สนุกจะตาย) เพราะคุณจะต้องเจอกับการว๊ากที่รุนแรงกว่าหลายเท่า หรือคำด่าว่าที่คุณไม่อาจคาดคิดได้ ยังไม่นับถึงรุ่นพี่ที่คอยข่มคุณเพื่อให้คุณแข็งแกร่งขึ้น เพราะฉะนั้นคิดซะว่าเริ่มต้นชีวิตใหม่ และพร้อมเจอกับเรื่องแปลกๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อน โดยอย่ายึดติดกับสิ่งที่เจอมาในมหาวิทยาลัยอีกเลย ขอให้โชคดี!

หลายคนอาจคิดว่าทำไมมันดูเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรอ ซึ่งอยากจะบอกว่า จริงๆ มันเลวร้ายกว่านั้นอีก (ล้อเล่นน่ะ) เพราะไม่ว่าคุณจะเจอกับบริษัทแบบไหน คุณก็อาจจะสามารถผ่านมันไปได้ ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองชอบอะไร และต้องการอะไร ด้วยการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด โดยไม่ต้องโฟกัสที่ปัญหา คุณก็จะสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นเกือบจะทุกที่นั่นแหละ ยังไงก็ขอให้ทุกคนโชคดีในการเข้าสู่ชีวิตการทำงานด้วยนะจ๊ะ

 


avatar
by DeepA

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon