ไขข้อข้องใจ ประกันชีวิต สำหรับพ่อแม่ หรือผู้สูงอายุ ควรทำดีไหมนะ?

posted: 2 years ago
ไขข้อข้องใจ ประกันชีวิต สำหรับพ่อแม่ หรือผู้สูงอายุ ควรทำดีไหมนะ?

comments

เมื่อพูดถึงเรื่องประกัน หลายคนอาจจะส่ายหัว และเบือนหน้าหนี เพราะนอกจากเงื่อนไข รายละเอียดต่างๆ ที่เข้าใจได้ยากแล้ว เบี้ยประกันยังถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ราคาแพง เผลอๆ อาจมีความกังวลว่าถ้าจ่ายไป แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ อาจไม่ได้เบี้ยประกันเหล่านั้นคืนจะกลายเป็นเอาเงินไปละลายแม่น้ำซะงั้น!

แหม ของแบบนี้ไม่ต้องกลัวไป เพราะวันนี้ เราจะพาทุกคนไปไขข้อข้องใจกัน ไปดูสิว่า ‘ประกันชีวิต’ ที่ว่านี้ ควรทำดีไหม แล้วมีข้อเสียอะไรบ้างไหมนะ? ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่า

รู้จักกันก่อน กับ ประกันชีวิต เพื่อผู้สูงอายุ

สิ่งที่คุณควรจะเข้าใจคือ ประกันชีวิตแบบทั่วไปที่เราๆ ทำอยู่นั้น จะแตกต่างกับประกันชีวิตเพื่อผู้สูงอายุ! โดยทั่วไปแล้ว ประกันชีวิตนั้นมีรูปแบบที่หลากหลาย มีรูปแบบการคืนเงินที่แตกต่างกันไป เช่น เน้นความคุ้มครอง ที่จะจ่ายเงินเฉพาะกรณีเสียชีวิต, แบบสะสมทรัพย์ ที่การันตีเงินคืนรายงวดและเงินคืนเมื่อครบสัญญา, แบบบำนาญ ที่การันตีเงินคืนหลังเกษียณทุกๆ ปี หรือแบบที่ เจ็บป่วย ไม่สบาย ประสบอุบัติเหตุจะจ่ายเงินให้ เป็นต้น

Family running in park
ประกันชีวิตแบบทั่วไปที่เราๆ ทำอยู่นั้น จะแตกต่างกับประกันชีวิตเพื่อผู้สูงอายุ

ส่วนประกันชีวิตเพื่อผู้สูงอายุนั้น ก็ถือเป็นประกันอีกประเภท ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนที่มีอายุมาก มีโรคประจำตัวมากกว่ากลุ่มอื่น และมักจะจ่ายเงินเฉพาะกรณีเสียชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่ ‘ประกันสุขภาพ’ หรือ ‘ประกันอุบัติเหตุ’ เพราะฉะนั้น ถ้าเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล เกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุอื่นๆ จะไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้ ยกเว้นว่าจะทำสัญญา หรือประกันอื่นๆ พ่วงเพิ่มเติม

 

ส่องเงื่อนไขประกัน แบบไหนถึงเรียกว่า ‘ประกันชีวิตผู้สูงอายุ’

อย่างที่บอกว่าผู้ทำประกันจำเป็นต้องดูให้ดีเสียก่อน โดยการทำประกันผู้สูงอายุนั้น ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขเหล่านี้เท่านั้น

เงื่อนไขทั้งหมดของการสมัครทำประกันชีวิตผู้สูงอายุ

  • ทำได้เฉพาะคนอายุ 50-70 ปี
  • ไม่ต้องตรวจ และไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ
ประกันสุขภาพทั่วไป ทำได้ตั้งแต่ อายุ 1 เดือน - 50 ปี แต่ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุจะเติ่มต้นที่ 5
ประกันสุขภาพทั่วไป ทำได้ตั้งแต่ อายุ 1 เดือน – 50 ปี แต่ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุจะเริ่มต้นที่ 50 ปี ขึ้นไป ทั้งนี้เมื่อทำประกันต้องลองถามตัวแทนให้ดีด้วย

เงื่อนไขการจ่ายเงินผลประโยชน์ของประกันผู้สูงอายุ

  • จ่ายเฉพาะกรณีเสียชีวิตเท่านั้น ถ้าพิการ ป่วย เข้าโรงพยาบาลรักษา ไม่จ่าย เพราะถือว่าไม่ใช่ประกันสุขภาพ ยกเว้นจะไปซื้อขายสัญญาเพิ่มเติมพ่วง
  • ถ้าเสียชีวิตหลัง 2 ปี นับตั้งแต่วันที่กรมธรรม์เริ่ม บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันเต็มจำนวน ในทุกกรณี ไม่ว่าจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือจากโรคก็ตาม
  • ถ้าเสียชีวิตภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่อนุมัติในกรมธรรม์ จะจ่ายต่างกันจาก 2 สาเหตุ ดังนี้
  1. ถ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ = จ่ายเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันเต็มจำนวน  แล้วยังได้รับเบี้ยที่ เราจ่ายไปทั้งหมดคืน + เงินอีก 2-5% ของเบี้ยนั้น
  2. ถ้าเสียชีวิตจากกรณีเป็นโรค = ไม่จ่ายเท่ากับจำนวนเงินประกัน แต่จะจ่ายเบี้ยที่เราจ่ายไปทั้งหมดคืน + เงินอีก 2-5% (ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท)

แน่นอนว่า ประกันชีวิตของผู้สูงอายุนั้น จะไม่สามารถเบิกเงินได้ในส่วนของค่ารักษา หากผู้ทำประกันยังมีชีวิตอยู่ และเหมาะสำหรับผู้สูงอายุมากกว่า เพราะหากเป็นประกันชีวิตแบบทั่วไป จะจ่ายเงินเอาประกันตั้งแต่ปีแรก ไม่ว่าจะเสียชีวิตเพราะโรคหรืออุบัติเหตุก็ตาม

ประกันชีวิตจะไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาล ยกเว้นแต่มีสัญญาพ่วง หรือเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติมของประกัน
ประกันชีวิตจะไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาล ยกเว้นแต่มีสัญญาพ่วง หรือเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติมของประกัน

 

แล้วทำไมบางคนถึงไม่ได้เงินคืนเมื่อทำประกันชีวิต

ข้อนี้ถือเป็นคำถามฮอตฮิตสำหรับการทำประกันเลยทีเดียว อย่างที่ว่าไว้ ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุนั้น จะออกแบบมาเพื่อคนที่เป็นโรค และผู้สูงอายุเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้สูงอายุทั้งหลายที่ไม่ต้องการสร้างภาระ และต้องการเก็บออมเงินให้ลูกหลานเมื่อครั้งตายไปนั้นเอง

แต่ถ้าเมื่อเสียชีวิตแล้ว ทางบริษัทประกันบอกว่า ไม่จ่ายเงินประกัน เพราะไม่ตอบคำถามสุขภาพ แสดงว่าประกันชีวิตที่ทำนั้น เป็นชนิดอื่นที่ไม่ใช่ประกันเพื่อผู้สูงอายุ และผู้ทำประกันเสียชีวิตภายใน 2 ปี หลังจากที่ทำประกัน

จำไว้เลยว่า ประกันผู้สูงอายุจะเริ่มทำได้เมื่ออายุ 50-75 ปี เท่านั้น เพราะถ้าเป็นประกันชนิดอื่นๆ จะสามารถทำได้ตั้งแต่ 1 เดือน – 70 ปี และต้องมีการตอบคำถามสุขภาพ แต่อาจจะตรวจหรือไม่ต้องตรวจสุขภาพก็ได้ (ขึ้นอยู่กับข้อมูลสุขภาพที่ให้มา) แน่นอนว่า จ่ายเฉพาะกรณีเสียชีวิตอย่างเดียวเช่นกัน (เพราะเป็นประกันชีวิต ไม่ใช่ประกันสุขภาพ หรือประกันอุบัติเหตุ) ยกเว้นแต่ว่าในประกันนั้น เพิ่มเติมเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชย

ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุนั้น จะออกแบบมาเพื่อคนที่เป็นโรค และผู้สูงอายุเท่านั้น
ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุนั้น จะออกแบบมาเพื่อคนที่เป็นโรค และผู้สูงอายุเท่านั้น

และถ้าเป็นโรคมาก่อนอยู่แล้ว และตอบคำถามสุขภาพตามความเป็นจริง (ว่าเป็น) = บริษัทอาจจะไม่รับทำประกันชีวิต หรือรับทำ แต่ถูกเพิ่มเบี้ยแพงขึ้น

ในทางกลับกัน หากไม่ได้เป็นโรคอะไรมาก่อน และตอบคำถามสุขภาพตามความเป็นจริง (ว่าไม่ได้เป็น) = บริษัทจะจ่ายเงินเอาประกันเต็มจำนวน ตั้งแต่ปีแรกที่ทำประกันชีวิต ไม่ว่าจะเสียชีวิตจากกรณีอุบัติเหตุหรือจากโรคก็ตาม (แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่า ไม่เคยเป็นโรคนั้นมาก่อน)

ส่วนถ้าเป็นโรคนั้นมาก่อน แล้วไม่ตอบคำถามสุขภาพตามความเป็นจริง (เป็นมาก่อน แต่ไม่บอกว่าเป็น) = ถ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จ่ายเงินเอาประกันเต็มจำนวน ไม่ว่าจะเสียชีวิตเมื่อไหร่ก็ตาม

แต่ถ้าเสียชีวิตจากโรคที่เป็นมาก่อน ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันอนุมัติในกรมธรรม์ แล้วบริษัทตรวจพบว่าข้อมูลสุขภาพที่ให้มาไม่ตรงตามความจริง บริษัทมีสิทธิ์บอกล้างสัญญา และไม่จ่ายเงินใดๆ ทั้งสิ้นให้แก่ผู้ทำประกัน

การทำประกันชีวิ้ต ก็เสมือนการออมเงินอีกหนทางเช่นกัน
การทำประกันชีวิ้ต ก็เสมือนการออมเงินอีกหนทางเช่นกัน

ฟังดูโหดร้าย แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะถ้าคุณทำประกันชีวิตเกิน 2 ปี แล้ว ถึงจะเสียชีวิตเพราะโรคที่เป็นมาก่อน บริษัทจะจ่ายเงินเอาประกันเต็มจำนวน เพราะถือว่าระยะเวลาถึง 2 ปี น่าจะนานพอที่พิสูจน์ได้ว่าไม่น่าจะเคยเป็นโรคนั้นมาก่อน

ในส่วนของการตอบคำถามสุขภาพนั้น หากตัวแทนผู้ขายเป็นผู้แจ้งให้แก่ผู้ทำประกันทราบเอง ก็ถือว่าผิดกฏ ทำผิดจรรยาบรรณการเป็นตัวแทน เพราะให้ข้อมูลเท็จ สามารถฟ้องร้องเอาผิดที่ตัวแทนได้ แต่ในทางกลับกัน หากผู้ทำประกันหลีกเลี่ยง ไม่รู้ หรือให้คำตอบเท็จ ก็ต้องยอมรับผลการบอกล้างของบริษัทประกัน เพราะถือว่าผู้ทำประกันเองที่ทำผิดกฏของทางบริษัทนั้นเอง

 

แล้วแบบนี้ ทำประกันชีวิตดีไหม?

หากคุณมั่นใจว่าสามารถเก็บออมเงินไว้เพื่อลูกหลาน หรือคนที่คุณรักได้ การทำประกันชีวิตก็อาจจะไม่จำเป็น แต่อย่าลืมนะว่า ในบางครั้ง ชีวิตคนเรานั้นไม่แน่นอน การทำประกันก็เสมือนเป็นหลักเพิ่มความมั่นคงให้ชีวิต

สำหรับการเลือกว่าจะทำประกันแบบทั่วไป หรือทำประกันเพื่อผู้สูงอายุนั้น ให้คำนึงถึงสุขภาพ และกระเป๋าเงินเป็นหลัก เช่น ถ้าต้องการทำให้ลูกหลาน ก็อาจจะเริ่มต้นด้วยประกันทั่วไป หรืออยากจะทำให้กับพ่อแม่ ผู้สูงอายุที่บ้าน ซึ่งมีอายุเกิน 50 ปี และอาจมีโรคประจำตัว การทำประกันชีวิตทั่วไปก็อาจจะไม่ตอบโจทย์มากเท่าที่ควร เพราะเสี่ยงต่อการถูกบริษัทประกันปฏิเสธจ่ายเงินประกันแล้ว อาจจะถูกเพิ่มดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้แพงขึ้น เป็นต้น

หากอยากทำประกันให้กับบุตรหลาน หรือตัวเอง ที่มัน่ใจว่าแข็งแรงดีอยู่ ประกันชีวิตทั่วไปดูเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุในบ้านที่เริ่มมีโรคภัย ลองทำประกันผู้สูงอายุก็น่าสนใจ
หากอยากทำประกันให้กับบุตรหลาน หรือตัวเอง ที่มัน่ใจว่าแข็งแรงดีอยู่ ประกันชีวิตทั่วไปดูเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุในบ้านที่เริ่มมีโรคภัย ลองทำประกันผู้สูงอายุก็น่าสนใจ

ข้อดีของการทำประกันชีวิต

  • มีหลักประกันให้ครอบครัว หากเสียชีวิต
  • มีเงินออมจากการทำประกัน
  • สามารถกู้เงินจากวงเงินประกันชีวิต แต่ละบริษัทจะมีข้อกำหนดในเรื่องนี้แตกต่างกัน
  • คนที่คุณรักจะได้เงินก้อน ตามวงเงินที่ทำไว้
  • ลดหย่อนภาษีได้
happy Senior Couple Exercising In the Park
ข้อดีของการทำหลักประกันชีวิต นอกจากจะลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังเป็นหลักประกันทางการเงินให้ได้อีกด้วย

ข้อเสียของการทำประกันชีวิต

  • ระยะเวลาการได้เงินคืนนั้นนาน และขึ้นอยู่กับรูปแบบการประกัน
  • การเคลมประกันหากเสียชีวิตระหว่างทำประกันต้องดูอายุของกรมธรรม์
  • คนขายประกันมักไม่บอกข้อมูลทั้งหมด แน่นอนว่าอันนี้ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณคนขายประกัน แถมข้อกำหนดต่างๆ มีค่อนข้างเยอะ ต้องตัดสินใจ และอ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนทำ
  • เบื้ยประกันแพง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ และรูปแบบที่เลือก
  • เคลมเงินได้ช้า เพราะต้องตรวจสอบการตายของผู้ทำประกันอย่างถี่ถ้วน

 

เลือกประกันทั้งที นอกเหนือจากราคาแล้ว การปรึกษาผู้รอบรู้ หรือตัวแทนที่เตรียมพร้อมมาดี ย่อมส่งผลให้การรับรู้ข้อมูลของคุณนั้น ถูกต้อง แม่นยำ และสามารถตัดสินใจเลือกประกันชีวิตให้กับตัวเอง หรือกับคนที่คุณรักได้อย่างคุ้มค่าอย่างแน่นอน!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon