เสี่ยงร้าวฉาน ! เหตุผลที่ไม่ควรให้คนใกล้ตัว ‘ค้ำประกัน’

posted: 2 years ago
เสี่ยงร้าวฉาน ! เหตุผลที่ไม่ควรให้คนใกล้ตัว ‘ค้ำประกัน’

comments

สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันมันช่างบีบรัดหัวใจชีวิตคนวัยทำงานเสียเหลือเกิน ไม่ว่าคุณจะทำงานรับราชการ รัฐวิสาหกิจ มนุษย์ออฟฟิศ หรือทำธุรกิจส่วนตัว ต่างก็ต้องเผชิญกับความผันผวนทางการเงินเพราะค่าครองชีพนับวันก็มีแต่จะทะยานสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ในแต่ละเดือน ไหนจะอัตราเงินเฟ้อที่นับวันมีแต่จะพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แม้เราจะถือเงินจำนวนมากขึ้น แต่กำลังซื้อก็ลดลง ช่างไม่สมดุลกันจริงๆเลยเนอะ ทำให้หลายๆ คนมองหาตัวช่วยทางการเงินไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด รวมไปถึงสินเชื่อต่างๆ เพื่อนำมาบริหารการเงินของคุณให้อยู่ในสภาพคล่องมากขึ้น

รถแลกเงิน

หากเราพูดถึงการขออนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินและธนาคารพานิชย์แล้ว นอกจากหลักฐานและเอกสาร ก็ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การขอกู้ของคุณผ่านไปได้อย่างสวยงาม นั่นก็คือ ‘ผู้ค้ำประกัน’ นั่นเอง ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นต้องไปหาคนที่จะมาเป็นผู้ค้ำประกันให้เราในการขออนุมัติกู้ แต่ปัญหาก็คือจะให้ใครมาเป็นคนค้ำประกันให้ล่ะ ตัวเลือกแรกที่หลายๆ คนคิดออกก็คือ ‘คนใกล้ตัว’ ใช่ไหมล่ะ แต่รู้หรือเปล่าว่าการที่เราให้คนใกล้ตัวเป็นคนค้ำประกันให้นั้นมีความเสี่ยงต่อความร้าวฉานมากเลยล่ะ จะเป็นยังไงนั้น Rabbit Daily จะพาคุณมาเจาะรายละเอียดกัน ตามมาเล๊ย !


ความหมายของ ‘ผู้ค้ำประกัน’

รถแลกเงิน

เมื่อสภาพคล่องทางการเงินของเรามีปัญหาหรือเงินเก็บมีจำนวนไม่มากพอที่จะดำเนินภารกิจอะไรสักอย่างของคุณให้เสร็จสิ้นได้ เช่น กู้ยืมเงิน กู้บ้าน ฯลฯ ทำให้จำเป็นต้องไปขอกู้จากสถาบันการเงิน และเพื่อให้ทางสถาบันการเงินมั่นใจว่าจะได้รับเงินชำระหนี้จากคุณคืนอย่างครบถ้วน ก็ต้องมีเงื่อนไขให้คุณหาใครสักคนมาเป็น ‘ผู้ค้ำประกัน’ เพื่อทำสัญญากับทางสถาบันการเงิน (เจ้าหนี้) ว่าหากผู้ขอกู้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะต้องเป็นผู้ชำระหนี้แทนและมีสิทธิ์ถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องให้รับผิดได้ โดยจะต้องมีการทำสัญญาเป็นหนังสือที่เป็นลายลักษณ์ตัวอักษรและมีการลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานที่สมบูรณ์ เรียกว่า ‘หนี้ประธานหรือหนี้ที่ค้ำประกัน’


ถ้าคนกู้เบี้ยว…ความซวยก็จะมาเยือนผู้ค้ำประกันใช่ไหม ?

ผู้ค้ำประกัน

คำตอบคือใช่แล้วค่ะ ความซวยจะมาเยือนแน่ๆ เพราะตามสัญญาก็บอกไว้แล้วนี่ว่าหากลูกหนี้ผิดสัญญาชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันก็ต้องชำระแทน นอกจากนี้หากศาลมีคำสั่งพิพากษาให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันบางรายก็ถูกยึดทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเลยก็มีนะ แต่ทั้งนี้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิ์ที่จะจำกัดความรับผิดชอบของตัวเองไว้ในสัญญาค้ำประกันด้วยก็ได้ เช่นไม่ต้องการรับผิดอะไรบ้าง หรือต้องการจำกัดขอบเขตความรับผิดไว้เพียงใด ก็ต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจน

ข้อควรรู้สำหรับผู้คำประกัน : ตาม พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2557 (บังคับใช้วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558) ในส่วนของสัญญาค้ำประกันได้มีมาตรการที่ช่วยคุ้มครองให้แก่ ‘ผู้ค้ำประกัน’ มากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ระบุว่า เมื่อลูกหนี้ผิดชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะต้องกลายเป็นลูกหนี้แทนโดยทันที แต่กฎหมายใหม่ระบุให้ สัญญาค้ำประกันต้องมีการระบุขอบเขตที่ชัดเจน เช่นระยะเวลาและจำนวนหนี้ โดยหากลูกหนี้ผิดชำระหนี้ เจ้าหนี้จะต้องแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบล่วงหน้า 60 วันก่อนจ่าย ไม่เช่นนั้นผู้ค้ำประกันมีสิทธิ์ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยได้ค่ะ


จะหลุดพ้นจากการเป็นผู้ค้ำประกันได้อย่างไร ?

รถแลกเงิน

หากบังเอิญคุณดันไปเซ็นค้ำประกันให้ใครสักคน แล้วคราวซวยก็ดันมาเยือนคุณ เพราะลูกหนี้ตัวดีดันเบี้ยวการชำระหนี้ ก็ตามสัญญาที่ระบุไว้ค่ะ ผู้ค้ำประกันมีภาระจะต้องรับผิดต่อเจ้าหน้าที่จนกว่าหนี้ของลูกหนี้จะระงับไป ตราบใดที่หนี้ของลูกหนี้ยังมีอยู่ผู้ค้ำประกันก็ไม่พ้นความรับผิดนะจ๊ะ เว้นเสียแต่ว่ามีเหตุบางประการที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ผู้ค้ำประกันพ้นความรับผิด (อ้างอิงข้อมูลจาก Thailaws.com)

  • เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ คือถ้าได้กำหนดวันชำระหนี้ไว้แน่นอนแล้ว เจ้าหนี้ยืดเวลา ต่อไปอีกผู้ค้ำประกันก็พ้นความรับผิด
  • เมื่อหนี้ของลูกหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว ผู้ค้ำประกันเอาเงินไปชำระแก่เจ้าหนี้ไว้แน่นอนแล้ว แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับโดยไม่มีเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ ผู้ค้ำประกันก็หลุดพ้นจากความรับผิดเช่นเดียวกัน

ค้ำประกันให้ ‘คนใกล้ตัว’ เสี่ยงสัมพันธ์ร้าวฉาน !

รถแลกเงิน

แน่นอนว่า ‘คนใกล้ตัว’ ย่อมเป็นตัวเลือกแรกที่เรามักจะเลือกให้มาดำรงตำแหน่ง ‘ผู้ค้ำประกัน’ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนในครอบครัว ญาติ รวมถึงเพื่อนฝูงคนสนิทที่มีเครดิตดี แต่เรื่องเงินเรื่องทองก็ทำให้เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกันมานักต่อนักแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เพราะฉะนั้นการให้คนใกล้ตัวมาเป็นผู้ค้ำประกันให้เนี่ย มันช่างเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงต่อการร้าวฉานของความสัมพันธ์มากๆ แม้ในตอนเริ่มแรกที่ลูกหนี้จะพูดจาหว่านล้อมชักแม่น้ำทั้งห้าให้ผู้ค้ำประกันมีความมั่นใจว่า ‘เราไม่เบี้ยวแน่เว้ยแก !’ แต่ไปๆ มาๆ อย่างที่ว่าแหละฐานะการเงินไม่มีทางเสถียรได้ตลอดกาล ย่อมมีความผันผวนตามปัจจัยต่างๆ ทั้งปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวและปัจจัยภายนอกอย่างเช่นสภาพเศรษฐกิจที่เราไม่สามารถควบคุมได้ อาจมีวันหนึ่งที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ตามตกลงได้ เมื่อนั้นคราวซวยก็มาเยือนผู้ค้ำประกัน ยิ่งคนใกล้ชิดด้วยแล้วเนี่ยอาจทำให้ความสัมพันธ์ดีๆ ที่มีให้กันมาหลายปีพังครืนลงเลยทีเดียว

ยกตัวอย่างง่ายๆ ข่าวที่มีอาจารย์คนใกล้ชิดไปค้ำประกันเรื่องทุนการศึกษาให้ลูกศิษย์คนโปรด สุดท้ายลูกศิษย์คนนี้ก็ดันหนีทุน ไม่กลับมาเมืองไทย อาจารย์ก็ต้องรับผิดชอบภาระหนี้แทน เฮ้อ สะเทือนใจ ! เพราะฉะนั้นเนี่ยสำหรับใครที่มีคนใกล้ชิดติดต่อมาให้เป็น ‘ผู้ค้ำประกัน’ อย่าแค่หลงคิดว่าเค้านับถือในเครดิตของคุณ เพราะมันเป็นเรื่องเสี่ยงมากๆ ก่อนที่จะเซ็นชื่อในสัญญาค้ำประกัน และก็ต้องพิจารณาข้อความในสัญญาให้รอบคอบก่อนด้วย


‘รถแลกเงิน’ อีกหนึ่งทางเลือกไม่ต้องง้อผู้ค้ำประกัน

clunker-cash

ไม่เพียงเฉพาะคนที่ได้รับการทาบทามให้มาเป็น ‘ผู้ค้ำประกัน’ เท่านั้นที่หนักใจ แต่เชื่อว่าคนเป็นลูกหนี้เองก็หนักใจไม่แพ้กัน เพราะหากคุณจะไปขอกู้หรืออนุมัติสินเชื่อจากเจ้าหนี้หรือสถาบันการเงินต่างๆ นั้น คุณเองก็ต้องไปไหว้วานและขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิดให้มาเป็นผู้ค้ำประกัน บางคนเป็นคนที่เคารพรักและนับถือกันมาเป็นเวลานาน แต่ต้องมาร้าวฉานเพราะเรื่องกู้เงินกู้ทอง พอจะหลีกเลี่ยงการไหว้วานคนใกล้ตัว ก็ต้องเจอปัญหาใหม่ “อ้าว ! แล้วจะหาใครมาค้ำประกันล่ะ?” เอาเป็นว่าปัญหาเหล่านี้มีทางออกอยู่นะ เลิกเอามือก่ายหน้าผาก ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดได้แล้ว เราจะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งทางเลือกโดยที่ไม่ต้องง้อผู้ค้ำประกัน นั่นก็คือ ‘สินเชื่อรถแลกเงิน’

เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ ? สินเชื่อรถแลกเงินก็คือ การนำรถมาจำนำทะเบียนไว้กับสถาบันทางการเงินที่ให้กู้สินเชื่อรถแลกเงิน ซึ่งมีเงื่อนไขว่ารถที่นำมายื่นกู้นั้น จะต้องเป็นรถที่ชำระหรือผ่อนรถจนหมดแล้วเท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือคุณไม่ต้องไปหาคนค้ำประกันมาสำหรับขออนุมัติการกู้เงินยังไงล่ะ เพียงแค่ใช้รถยนต์ของคุณเท่านั้น ก็สามารถมายื่นขอกู้ได้แล้ว  ใครสนใจศึกษาเพิ่มเติมลองอ่าน ทลายข้อสงสัย ข้อแตกต่างระหว่าง สินเชื่อรถ (รถแลกเงิน) กับ เงินกู้ (Personal loan) คืออะไรกันนะ ?

หากคุณกำลังมองหาสินเชื่อรถแลกเงินที่คุ้มค่า เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งผู้ช่วยทางการเงินที่จะมาเติมเต็มการยื่นขออนุมัติเงินกู้ โดยไม่ต้องง้อคนค้ำประกัน ไม่ต้องเสี่ยงสัมพันธ์ร้าวฉานกับคนใกล้ชิด เราขอแนะนำ ‘สินเชื่อรถแลกเงินที่เมืองไทยลิสซิ่ง’ ซึ่งสามารถสมัครออนไลน์ผ่าน Rabbit Finance คลิก ‘ที่นี่’ สมัครได้ทันที

รถแลกเงิน

เอกสารที่ใช้ :
– รถจักรยานยนต์ / รถยนต์ทุกประเภท
– สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ
– ทะเบียนบ้านตัวจริงผู้กู้
– บัตรประชาชนตัวจริงผู้กู้

จุดเด่น :
– เงินด่วน จะรถยนต์ มอเตอร์ไซด์ ก็แลกเงินได้ ไม่โอนเล่ม
– คุยง่าย ไม่เช็คบูโร ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน คนค้ำไม่ต้อง
– โอกาสอนุมัติสูง แม้ทำงานรายวันรายได้ไม่แน่นอน ก็ขอกู้ได้

1

เอาล่ะทีนี้เราก็รู้แล้วว่ายังมีอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะทำให้เราไม่ต้องง้อคนค้ำประกัน หันมาลองใช้รถแลกเงินเมืองไทยลิสซิ่งเพื่อเป็นทางเลือกที่อนุมัติรวดเร็ว ทันใจ ได้รับวงเงินสูงสุด และยังได้ของแถมอีกด้วยนะ รอช้าอะไรอยู่ล่ะ !


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon