รู้จัก คราฟต์เบียร์ ศิลปะแห่งการดื่มที่จะทำให้คุณ Cheers ได้มันส์ขึ้น

posted: 1 year ago
3,016 views
รู้จัก คราฟต์เบียร์ ศิลปะแห่งการดื่มที่จะทำให้คุณ Cheers ได้มันส์ขึ้น

comments

กระแสคราฟต์เบียร์ยังคงมาแรงตั้งแต่ปีที่แล้ว (2559) ข้ามมาจนถึงปีนี้ วันนี้ Rabbit Daily ขอพาคุณไปรู้จักกับคราฟต์เบียร์สัญชาติไทย พร้อมทิปส์เล็กๆ ที่จะละเลียดเบียร์ได้สุขสมเต็มอรรถรสมากขึ้น แค่โยนงานออกจากหัวแล้วไปดื่มกัน


คราฟต์เบียร์ ไม่ใช่ ดราฟต์เบียร์

ด้วยชื่อที่มีความคล้ายคลึง หลายคนอาจจะสับสนว่าคราฟต์เบียร์นั้น เหมือนดราฟต์เบียร์หรือเปล่า บอกได้เลยว่า ไม่เหมือนกัน

คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) หรือ Microbrews คือ เบียร์ที่ผลิตโดยผู้ผลิตรายย่อย ดำเนินการโดยอิสระ มีกำลังผลิตไม่มากนัก (น้อยกว่า 6 ล้านบาร์เรล หรือ 7 ร้อยล้านลิตรต่อปี) เพราะใช้กรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม ตั้งแต่วิธีการหมักไปจนถึงการบรรจุขวด เรียกกันง่ายๆ ว่า “เบียร์ทำมือ” หรือเบียร์แฮนด์เมดก็ไม่ผิด

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://vinepair.com/wp-content/uploads/2015/08/craft-beer-definition-social.jpg

ดราฟต์เบียร์ (Draft Beer) คือ เบียร์สดที่ไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อแบบพาสเจอไรซ์ มักเสิร์ฟจาก Tap ซึ่งรสชาติจะอ่อนนุ่มกว่าแบบบรรจุขวด และมีฟองเบียร์นุ่มๆ ให้ได้ละเลียดกัน หมดอายุเร็วกว่าชนิดอื่นๆ ใครชอบแบบไหนก็แล้วแต่คนเลย

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก http://weekendtrips.com/wp-content/uploads/2013/09/pouring-beer-.jpg

ส่วนผสมของเบียร์

น้ำ น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของเบียร์กว่า 90% ทีเดียว เพราะอย่างนี้นี่เองที่คอเบียร์มักกล่าวว่า เบียร์จะดีหรือไม่ มีเอกลักษณ์อย่างไร ขึ้นอยู่กับ ‘น้ำ’ ของแต่ละที่่นั่นเองที่ทำให้เบียร์มีรสชาติแตกต่างกันออกไป
ฮอป (Hop) เป็นดอกไม้ชนิดที่มีความใกล้เคียงกับกัญชา ทำหน้าที่ในการรักษาความสมดุล เพิ่มรสชาติให้เบียร์แต่ละชนิดมีเอกลักษณ์ของตัวเอง
ข้าวบาร์เลย์ (Barley) ข้าวบาร์เลย์เป็นข้าวที่มีแป้งอยู่มาก ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการ Malting จะเกิดน้ำตาลที่ยีสต์สามารถกินได้
ยีสต์ มีส่วนในการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือฟองในเบียร์นั่นเองคราฟต์เบียร์


นี่ถือเป็น 4 ส่วนผสมหลักของเบียร์ทุกประเภท แต่สัดส่วนจะทำให้เบียร์เปลี่ยนไปตามแต่ละประเภท และคราฟต์เบียร์ก็จะมีการใส่วัตถุดิบอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ลงหมักเพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง



ประเภทของเบียร์

เบีย์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ก็คือ

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://worthathousandbeers.files.wordpress.com/2016/08/screen-shot-2016-08-13-at-12-28-03-am.png?w=720

1. เอล (Ale)

เป็นเบียร์ที่รสแรงกว่า สีเข้มกว่าออกดำ ขม เพราะเป็นเบียร์ที่หมักปากถัง หมักที่อุณหภูมิสูงกว่าค่ะ ใช้ท็อปยีสต์ในการหมัก เหมาะกับการเสิร์ฟในอุณหภูมิห้อง ไม่ควรดื่มเย็นๆ ค่ะ ซึ่งเบียร์ประเภทนี้ สามารถแตกประเภทย่อยๆ ได้อีกมากมายหลายหลากทั้ง

Stout beer (สเตาท์เบียร์) หรือเบียร์ดำเป็นเอลประเภทหนึ่งที่สีดำ เข้มข้นจัด รสหวาน กลิ่นของดอกฮอปและมอลต์ชัดมาก เชื่อว่าบำรุงสุขภาพ ราคาค่อนข้างสูง เป็นที่นิยมในอังกฤษ ไอริช สก็อตแลนด์

Pale Ale (เพลเอล) จะมีสีค่อนข้างอ่อน  มีความพอดีในรสชาติของมอลต์และใบฮอป ซึ่งทำให้เบียร์มีอาจมีรสชาติอ่อนๆ ของผลไม้ด้วย มีตั้งแต่รสขมไปจนถึงจัดจ้านแบบแรงๆ เช่น โยน่า โยน่าเอล

IPA ไอพีเอ (IPA) หรือ อินเดีย เพล เอล  เป็นเบียร์ประเภทย่อยของเพล เอลอีกทีค่ะ แต่กลับเป็นเบียร์เอลที่ได้รับความนิยมมากอีกชนิด เป็นเบียร์ที่มีปริมาณใบฮอปสูงมาก เพราะในอดีตใช้แก้ปัญหาเบียร์เสียจากการขนส่งเบียร์ จากสหราชอาณาจักรไปยังอินเดีย ด้วยการเติมใบฮอปลงไปเยอะ เพื่อเป็นสารกันเสียธรรรมชาติ รสชาติจึงคล้ายกับเพลเอล ดื่มแล้วสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเรา

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก http://nfcnbarroom.com/wp-content/uploads/2016/06/Beer_Ale.jpg

2. ลาเกอร์ (Lager)

เบียร์ใส สด สีอ่อน และรสสัมผัสเนียนกว่า เพราะหมักที่ก้นถัง ในอุณหูมิที่เย็นกว่า เหมาะกับกับการเสิร์ฟแบบเย็นๆ  ส่วนใหญ่ในเมืองไทยก็นิยมดื่มลาเกอร์กันนี่แหละค่ะ จะสิงห์ ช้าง ไฮเนเก้น ใช่หมด แต่ลาเกอร์แอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง ถ้าลดดีกรีลงจะเป็นแบบไลท์เบียร์

Pilsner (พิลเซนเนอร์) เป็นเบียร์ที่ได้รับความนิยมมากๆ และผลิตมากที่สุดในโลก รูปแบบของเบียร์ที่มีลักษณะของรสชาติเฉพาะคือรสชาติอ่อนๆ รสหวานน้อย สีเหลืองอำพัน ดื่มแล้วสดชื่น โดยคำว่า Pilsner มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Pilsen ในประเทศสาธารณรัฐเชค ที่เริ่มผลิตเบียร์รูปแบบนี้มาตั้งแต่ช่วงปีค.ศ. 1800

Dunken (ดุงเคนเบียร์สีออกน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ ที่มีกลิ่นหอมของกาแฟ หรือช็อกโกแลตที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของดุงเคนไปแล้ว สีและกลิ่นเหล่านี้ก็ได้มาจากการคั่วมอลต์จนเกรียม ทำให้มีสีเข้มและออกรสหวานปนขมจางๆ แต่ปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่าลาเกอร์ทั่วไป

Weizen (ไวเซ่น) เบียร์โปรดของสาวๆ เพราะเบียร์ประเภทนี้มีกลิ่นหอมคล้ายผลไม้ ทำจากมอลต์ข้าวสาลี ใช้ยีสต์ลอยตัวหมักบ่มทำให้เกิดฟองมาก และมีสีทองใสสวย สาวๆ ชอบเพราะหอม สวยน่าดื่ม

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก http://nfcnbarroom.com/wp-content/uploads/2016/06/Beer_Lager.jpg

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/564x/71/74/39/7174396dd64c2c835ca825eb934960d9.jpg

เสน่ห์ของคราฟต์เบียร์

เสน่ห์ของคราฟต์เบียร์ก็อยู่ตรงที่ ความอิสระที่จะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ก็ได้ จะใช้วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น เช่น ตะไคร้มาเพิ่มความหอมให้เบียร์แบบนี้ก็ได้ ซึ่งถือว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะจุดหมายปลายทางของนักดื่มหลายคน ก็ไม่ใช่เพื่อ ‘เมา’ อย่างเดียว แต่เขาต้องการที่จะเสพงานศิลปะ ลิ้มรสรสชาติของเบียร์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากคอเบียร์ที่หันไปทำคราฟต์เบียร์ ถือเป็นเสน่ห์ที่เราไม่สามารถหาได้ในเบียร์เจ้าใหญ่ๆ กำลังการผลิตเยอะๆ (Macrobrews) เพราะผลิตเยอะก็เสี่ยงเยอะ ถ้ารสชาติแปลกใหม่ที่ทำออกมาเกิดไม่ถูกปากคนหมู่มาก มีเจ๊งกันแน่นอน นี่จึงเป็นจุดแข็งของคราฟต์เบียร์ที่คอเบียร์พร้อมให้การสนับสนุน

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://www.facebook.com/pg/StoneHeadBeer/photos/?ref=page_internal

นอกจากรสชาติ ส่วนผสมสุดสร้างสรรค์ในคราฟต์เบียร์แล้ว ขวดและฉลากที่สวย ดึงดูด น่าเก็บสะสมก็เป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ที่คอเบียร์ชื่นชอบ อย่างคราฟต์เบียร์ไทยมากมายก็มีศิลปะเก๋ๆ บนขวด เช่น แบรนด์ Pheebok Beer หรือผีบอกเบียร์ที่งานอาร์ตเหมือนหน้าปกการ์ตูนผี 5 บาทที่เคยอ่านตอนเด็กๆ มาก ก็เป็นความแหวกแนวที่น่าสนใจไม่น้อย เบียร์ชาละวันเพลเอลที่ฉลากเป็นรูปจระเข้ยักษ์สีเขียว ตื่นตาฝรั่งมังค่ามาก

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://www.facebook.com/pg/beerpheebok/photos/?ref=page_internal

คราฟต์เบียร์ไทยไปไกลระดับโลก

? เบียร์ภูเก็ต (Phuket Beer)

เบียร์ที่มีฉลากเป็นรูปนกเงือกคู่แหลมพรหมเทพ เอกลักษณ์ภูเก็ต ที่อยู่คงนักดื่มมากว่า 10 ปีจนคุ้นหน้าค่าตากันมาเป็นอย่างดี จนเริ่มสั่นคลอนในสถานะคราฟต์เบียร์ด้วยสเกลการผลิตที่เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนก้าวไกลสู่ระดับโลกแล้ว (แต่ก็ยังไม่มากเมื่อเทียบกับท้องตลาด) เพราะเบียร์ภูเก็ตถือว่าเป็นลาเกอร์เบียร์คุณภาพพรีเมียม สไตล์ยุโรปโดยใช้ข้าวหอมมะลิเป็นวัตถุดิบด้วย จนเบียร์ตัวนี้ได้รับรางวัลต่อเนื่องและรางวัลพิเศษจากรายการ Monde Selection มาครอบครอง

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://www.facebook.com/Phuket-Beer-D2-225558704173210/

? เบียร์เชียงใหม่ (Chiang Mai Beer)

เห็นฉลากแล้วรู้เลยว่าเป็นเบียร์เชียงใหม่เพราะมีรูปรถแดง และกาแลสีส้ม เอกลักษณ์เชียงใหม่หราอยู่ เก๋น่าสะสมดีเหมือนเป็นโปสการ์ดแบบขวดที่บันทึกความทรงจำลงขวดได้เป็นอย่างดี
เบียร์เชียงใหม่นี้ ถือว่าเป็นคราฟต์เบียร์ร่วมสมัย (2559) รายแรกที่ประสบความสำเร็จ มีสถานภาพถูกกฎหมาย โดยเบียร์ชื่อเชียงใหม่นี้ถูกผลิตขึ้นที่ประเทศลาวก่อนส่งกลับมาขายในไทย ถึงจะเริ่มจากการทำคราฟต์เบียร์แบบใต้ดินมาก่อน แต่กลุ่มผู้ผลิตก็พยายามผลักดันจนถูกกฎหมายในที่สุด มีทั้ง IPA และ WEIZEN ให้เลือกดื่มกัน

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก Chiang mai Beer

? ชาละวันเพลเอล (Chalawan Pale Ale)

ไม่ใช่เบียร์จากเมืองชาละวัน จ.พิจิตรแต่อย่างใด ที่เป็นชาละวันนั้น เพราะต้องการสะท้อนคาแรคเตอร์ของเบียร์ผ่านละครพื้นบ้านเรื่องไกรทอง เป็นรูปไกรทองและชาละวัน สะท้อนความสุภาพ หล่อเหลาแบบพระเอก ในขณะเดียวกันก็มีความดุดัน เหี้ยมเกรียมแบบพญาชาละวันอยู่ด้วย  เบียร์ชาละวันนั้น เป็นเพลเอลที่ใช้ข้าวกล้องและน้ำผึ้งป่าเป็นส่วนผสม ซึ่งเคยเป็นเบียร์สดที่ร้าน Full Moon Brew Work  อันโด่งดังของภูเก็ตมาก่อน จนเจ้าของนำไปปรับสูตรที่ออสเตรเลียจนลงตัว แล้วนำเข้ามาจัดจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ทิ้งเบียร์สดที่ผลิตที่ร้านเช่นกัน

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก http://fullmoonbrewwork.com/wp-content/uploads/2015/12/feature.jpg

? คราฟต์เบียร์ไทยสโตนเฮด
(Stone Head Thai Craft Beer)

แบรนด์นี้เชื่อว่าคอคราฟต์เบียร์ไทย และแวดวงนักดื่มจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะตั้งโดยพี่ชิต คุณวิชิต ซ้ายเกล้า แห่งชิตเบียร์นั่นเอง (ชิตเบียร์หรือ Chit Home Brewery ที่ตั้งอยู่ที่เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี) ตัวตั้งตัวตีในการผลักดันคราฟต์เบียร์ไทย ให้สามารถพูดภาษาของมันเองได้ แล้วกฎหมายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ชื่อ Stone Head จึงแปลตรงตัวถึงกลุ่มคนทำเบียร์ที่ ‘หัวแข็ง’ พร้อมที่จะต่อสู้ ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดต่างๆ ของคราฟต์เบียร์ในไทย เพราะอยากให้คนธรรมดาสามารถต้มเบียร์กินเองได้ พวกเขาพยายามจนตั้งฐานการผลิตได้ที่เกาะกง กัมพูชา แล้วผลิตเบียร์กลับมาเมืองไทยจนได้ โดยมีนิยามในรสชาติของเบียร์ที่พวกเขาผลิตว่า “รสชาติแห่งอิสรภาพ”

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://www.facebook.com/pg/StoneHeadBeer/photos/?ref=page_internal

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://www.facebook.com/pg/StoneHeadBeer/photos/?ref=page_internal

? ผีบอกเบียร์ (Pheebok Beer)

แนวคิดจากการผลิตที่เรียบง่าย คงมาตรฐานเดิมที่บ่มเบียร์ยาวนานเป็นพิเศษเพื่อรสชาติที่ดี ไม่มีการติดเชื้อ และความเก๋ยังอยู่ที่ชื่อที่เขาใช้เรียกเบียร์ว่า ‘น้ำมนตร์’ ต้มในวันพระ (เข้าตีมสุดอะไรสุด) ตัวชูโรง ได้แก่ Haunting Charming Pale Ale น้ำมนตร์เพลหลอนเสน่ห์ American Pale Ale ที่มีกลิ่นหอมหวานของผลไม้ ผสมกับยีสต์ข้าวสาลี นอกจากนี้ยังมีผีจริงจังและเมียของเขา, คืนหวานหวีดสยอง ,จอมใจอัตวินิบาตกรรม, พ่อคนเจ้าชู้ประตูดินกับอนงค์นางผีสะคราญ, น้ำมนตร์ดำเจ็ดป่าช้า ชื่อแปลกและสร้างสรรค์ยอมใจมาก ใครอยากรู้ว่าตัวไหนเป็นยังไง จะนุ่มละมุนดุจของพ่อหมอกับผีสาวหรือเปล่า ต้องลองไปชิมที่ร้าน Junker and Bar ซอยสวนพลู สาธร กรุงเทพฯ

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://www.facebook.com/pg/beerpheebok/photos/?ref=page_internal

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://www.facebook.com/pg/beerpheebok/photos/?ref=page_internal

รินเบียร์ยังไงให้อร่อย

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก http://blog.beeriety.com/wp-content/uploads/thePour3.png

1. เริ่มจากการเตรียมแก้วที่สะอาดหมดจด เพราะคราบมัน สิ่งสกปรกต่างๆ จะส่งผลต่อรสชาติและฟองนุ่มๆ ของเบียร์ได้
2. ถือแเก้วทำมุม 45 องศาแล้วเทเบียร์ลงไปตรงกลางแก้ว ให้เบียร์เทลงไปสัมผัสกับด้านตรงข้ามของแก้ว
3. พอเทได้สักระดับหนึ่งแล้ว ให้เอียงแก้วทำมุม 90 องศา เทเบียร์ลงไปตรงกลางแก้วเลย วิธีนี้จะทำให้เกิดฟองสูงประมาณ 2 นิ้ว ซึ่งฟองจะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้เบียร์และป้องกันไม่ให้ออกซิเจนลงไปทำปฏิกิริยากับเบียร์จนเสียรสชาติได้

คราฟต์เบียร์
ภาพจาก https://www.saucey.com/blog/wp-content/uploads/2016/06/BEER-POUR_original.jpg

ใครที่ชื่นชอบศิลปะแห่งการดื่ม ไม่ได้มีจุดหมายปลายทางแค่เมาแล้วจบๆ ไป คราฟต์เบียร์ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแห่งสุนทรียะ สวรรค์ของคอเบียร์ที่จะได้มาลิ้มรสศิลปะนี้ร่วมกัน สนใจไปนั่ง 10 ร้านคราฟต์เบียร์ ที่ปลดปล่อยคุณจากอิสระแห่งการดื่มก็รินเลย

 

 


avatar
by *muiyoo*
ต้องเป็นเพราะชื่อหมุยยู้ แปลว่าสิ่งที่สวยงามแน่ๆ เลยได้มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม แฟชั่น สุขภาพ เครื่องสำอาง ทำอาหาร เข้าทางทุกอย่าง ใครชอบสาระดีๆ แทรกคารมขบขันประสาชะนีบ้าๆ บอๆ ก็ขอให้มิตรรักแฟนเพลงติดตามกันไปนานๆ เนอะ^^

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon