ร้อนนี้ “ครีมรักษาฝ้า” ช่วยได้หรือไม่

posted: 1 year ago
ร้อนนี้ “ครีมรักษาฝ้า” ช่วยได้หรือไม่

comments

ผู้หญิงหลายคนคงรู้สึกกังวลกับปัญหาต่างๆ บนใบหน้ามากเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องสิว กระ รอยดํา รวมถึงปัญหา “ฝ้าบนใบหน้า”



ฝ้ามีอาการอย่างไร

ขอบคุณภาพ www.brightbeautyset.com
ขอบคุณภาพ www.brightbeautyset.com

ฝ้า มีลักษณะเป็นรอยสีน้ำตาลดําที่มักเกิดบนใบหน้า บริเวณแก้ม หน้าผาก จมูก บริเวณเหนือริมฝีปาก และคาง บางครั้งอาจลามมาบริเวณคอและปลายแขนด้านนอกที่ถูกแสงแดด ปัญหาฝ้ามักพบบ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และมักพบมากในหญิงสาววัยกลางคน


ฝ้าเกิดจากสาเหตุอะไร

ขอบคุณภาพ www.medthai.com
ขอบคุณภาพ www.medthai.com

สาเหตุที่ทําให้เกิดฝ้านั้น มาจากการเพิ่มจํานวนของเซลล์ที่สร้างเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวหนัง ซึ่งนอกจากจะเพิ่มจํานวนแล้ว เซลล์เหล่านี้ ยังขยันทํางานสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากกว่าปกติ จึงก่อให้เกิดปื้นน้ำตาล-ดําขึ้น


ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อการลุกลามของฝ้า

1. แสงแดด เป็นปัจจัยสําคัญที่สุดในการเกิดฝ้า โดยแสงอัลตร้าไวโอเลต ชนิด เอ ชนิด บี และแสงที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะสามารถกระตุ้นให้ฝ้าดําคล้ำขึ้นหรือกลับเป็นซ้ำได้บ่อยๆ
2. ฮอร์โมน เช่น ในผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่รับประทานยาคุมกําเนิดจะมีโอกาสเกิดฝ้าได้มาก โดยผู้ที่เป็นฝ้า อาจสังเกตว่าหน้าคล้ำลงในระยะใกล้มีประจําเดือน ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนนั่นเอง

ขอบคุณภาพ www.ovolva.com-
ขอบคุณภาพ www.ovolva.com

3. สารเคมีบางอย่าง เช่น สี หรือน้ำหอมในเครื่องสําอาง
4. ความเครียด รวมทั้งการอดนอน


วิธีการดูแลตนเองเมื่อเป็นฝ้า

ขอบคุณภาพ www.brightbeautyset.com
ขอบคุณภาพ www.brightbeautyset.com

ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดฝ้า เช่น เลี่ยงการรับประทานยาคุมกําเนิด และเครื่องสําอางที่สงสัย ที่สําคัญคือ การหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น. และหากจําเป็นต้องสัมผัสกับแดด ควรป้องกันผิวด้วยหมวกปีกกว้าง กางร่ม ร่วมกับการใช้ครีมกันแดดช่วย



การรักษาฝ้า

ในด้านการรักษาฝ้า ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการรักษาฝ้าให้หายขาดเป็นเรื่องยากและเมื่อเป็นแล้วก็มักเป็นๆ หายๆ ยารักษาฝ้าเท่าที่มีอยู่ในท้องตลาดปัจจุบันก็ยังไม่มีที่ได้ผล 100% หรือทําให้หายขาด และมักต้องใช้ยาหลายๆ ชนิดร่วมกัน โดยตัวยาที่ใช้รักษาฝ้า มีดังนี้

1. ยาที่มีฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีโดยไม่ทําลายเซลล์สร้างเม็ดสี เช่น ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ ยาทา สเตียรอยด์ ซึ่งยาที่กล่าวมานั้น สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่อนุญาตให้ผสมและจําหน่ายอยู่ในเครื่องสําอางทั่วไป เพราะถือว่าเป็นยาที่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงสูง เช่น เกิดอาการระคายผิว หน้าแดง ไวต่อแสงแดด หน้าบาง สิวขึ้น ขนขึ้น หรือเส้นเลือดฝอยขึ้น จึงควรใช้ยาดังกล่าว ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผิวหนังเท่านั้น

ขอบคุณภาพ www.ovolva.com
ขอบคุณภาพ www.ovolva.com

2. สารที่มีคุณสมบัติลดการสร้างเม็ดสีในหลอดทดลองที่มีฤทธิ์อ่อนกว่ายาในกลุ่มแรกแต่ผลข้างเคียงน้อยกว่า ซึ่งผสมอยู่ในเครื่องสําอางต่างๆ เช่น สารกรดโคจิค ไลโคไรซ์ อาร์บูตินและวิตามินซี เป็นต้น
3. สารอื่นๆ เช่น กรดอซีเลอิก กลุ่มกรดไฮตรอกซี่ ทั้งเอเอชเอและบีเอชเอ การทําทรีตเมนต์ใช้ร่วมในการรักษาฝ้าได้ แต่ต้องระวังเพราะมีความเป็นกรด จึงอาจระคายผิวและอาจทําให้แสบคันเมื่อใช้ความเข้มข้นสูงได้


คําแนะนําและรักษาฝ้า

ขอบคุณภาพ www.maneeskincare.com
ขอบคุณภาพ www.maneeskincare.com

คําแนะนําในการรักษาฝ้า ไม่ควรซื้อยาฝ้าใช้เอง เพราะอาจทําให้เกิดผลข้างเคียงสูง หากใช้ไม่ระมัดระวัง และในระหว่างรักษาฝ้า ควรพบแพทย์เป็นระยะตามคําแนะนําเพื่อปรับยาให้เหมาะสม นอกจากนี้ ไม่ควรหยุดทายาฝ้า หรือทาครีมรักษาฝ้าทันทีเมื่อฝ้าจางลง เพราะฝ้าอาจกลับคล้ำขึ้นอีกได้ ควรให้แพทย์แนะนําการปรับใช้ยาหรือลดยาให้เหมาะสม แนวทางการรักษาดีที่สุดคือ การมาพบแพทย์ผิวหนังและควรมาพบแพทย์ผิวหนังตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพราะการรักษาต้องใช้เวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง


ถ้าไม่อยากให้ฝ้าขึ้นบนใบหน้าของเราแล้วละก็ ก่อนออกไปพบแสงแดดควรทาครีมกันแดดหรือครีมรักษาฝ้า ทุกครั้ง และที่สำคัญเมื่อมีอาการดังกล่าวแล้วควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผิวหนังอย่างถูกวิธี ใบหน้าที่เคยหมองคล้ำดำเป็นปื้นด้วยฝ้าก็จะหลับมาสดใสไร้ริ้วรอยชวนมองเช่นเดิม


ขอบคุณบทความจาก รศ.พญ.เพ็ญพรรณ วัฒนไกร ภาควิชาอายุรศาสตร์ หน่วยโรคผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ขอบคุณภาพเปิดจาก http://www.brightbeautyset.com


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon