เริ่มแล้ว “คลินิกแก้หนี้” ช่วยปลดหนี้บัตรเครดิต-กดเงินสด

posted: 1 year ago
4,911 views
เริ่มแล้ว “คลินิกแก้หนี้” ช่วยปลดหนี้บัตรเครดิต-กดเงินสด

comments

ออกสตาร์ทแล้ว (1 มิถุนายน 2560) โครงการดีๆ “คลินิกแก้หนี้” แก้ไขปัญหาหนี้ให้กับประชาชนรายย่อยที่เป็นหนี้กับธนาคารหลายแห่ง ที่ไม่มีหลักประกัน ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลหรือกดเงินสด และบัตรเครดิต โดยนำร่องกับกลุ่มลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์ก่อน



โครงการ “คลินิกแก้หนี้” จัดตั้งโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ ธนาคารพาณิชย์ 16 แห่ง และบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ บสส. (SAM) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ในการแก้ไขปัญหาหนี้เสียบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลให้กับประชาชนรายย่อยที่เป็นหนี้กับธนาคารหลายแห่ง

Worried couple doing their accounts in the living room

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจัดตั้งเพื่อให้ประชาชนคนไทยลดการเป็นหนี้ให้น้อยลง เนื่องจากว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนสูงถึง 11 ล้านล้านบาท โดยในปี 2558 ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงถึงร้อยละ 83 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี และในปี 2559 อยู่ที่ร้อยละ 79.9 แม้ว่าตัวเลขจะปรับตัวลดลงแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูง และเมื่อเข้าไปดูฐานข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ พบว่า คนไทยมีมูลค่าหนี้เป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงการชำระหนี้ก็ยิ่งนานขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้บัตรเครดิต ประมาณร้อยละ 50

Man showing his empty pocket on bright background

โดยคุณสมบัติผู้ที่เข้าร่วมโครงการ “คลินิกแก้หนี้” ได้คือ ต้องเป็นบุคคลธรรมดา ที่มีหนี้เสียก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 อายุไม่เกิน 65 ปี มีเงินเดือนประจำ ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ค้างจ่ายหนี้นานกว่า 3 เดือน แต่ยังไม่ถูกฟ้องร้องคดี จะต้องมีเจ้าหนี้มากกว่า 2 รายขึ้นไป และมีหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ผู้ที่เข้าโครงการดังกล่าวแล้ว ต้องไม่ก่อหนี้ใหม่เพิ่มเป็นเวลา 5 ปี นอกเสียจากว่าสามารถจ่ายหนี้ได้หมดก่อน 5 ปี และที่สำคัญ ลูกหนี้จะได้หลุดจาก “ชื่อที่ติดแบล็กลิสต์” ของเครดิตบูโรด้วย

man puts credit card into ATM

ลูกหนี้เมื่อเข้าสู่โครงการ “คลินิกแก้หนี้” จะเสียอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 4 – 7 ต่อปี และผ่อนชำระได้สูงสุด 10 ปี โดยลูกหนี้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4, ส่วนลูกหนี้รายได้ 30,000 -50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5, ขณะที่ลูกหนี้รายได้ 50,000 – 100,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 และรายได้มากกว่า 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 7% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลหรือบัตรเครดิตอย่างมาก ส่วนภาระดอกเบี้ยคงค้าง ค่าปรับเก่าๆ ก็จะได้รับการยกเว้นด้วย

ทั้งนี้ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ บสส. (SAM) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหน่วยงานกลางในการแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้กับหลายธนาคารให้จบในคราวเดียวกัน โดยมีหน้าที่คัดกรองตรวจสอบคุณสมบัติ โดยจะใช้ระยะเวลาภายใน 2 วัน หลังจากที่เจ้าหน้าของ บสส. ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว แล้วจึงจะดำเนินการตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ อนุมัติและทำสัญญากันได้ภายใน 37 วัน

โครงการดังกล่าวถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกหนี้บัตรเครดิต โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินเบื้องต้นว่า น่าจะมีลูกหนี้เข้าข่ายโครงการประมาณ 1 แสนราย หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท เพราะตั้งแต่เริ่มมีกระแสข่าวว่าจะเริ่มมีโครงการคลินิกแก้หนี้ประชาชนต่างสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก



โครงการดี ๆ แบบนี้ไม่ควรพลาดนะคะ สำหรับคนที่ไม่อยากมีหนี้เสียในอนาคต แถมยังสร้างความมั่งคงให้กับชีวิตได้อย่างยั่งยืน ลูกหนี้คนไหนสนใจสามารถกรอกใบสมัครผ่าน  www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือเข้าไปปรึกษากับ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ บสส. (SAM) สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ และอีก 4 จังหวัดตามภูมิภาค คือ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ พิษณุโลก และขอนแก่น หรือโทร.สอบถามเพื่อขอคำแนะนำได้ที่ 0-2610-2266 พร้อมไว้ให้บริการถึง 20 คู่สาย


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon