โดนจังๆ 5 เทคนิคสยบความขี้เกียจ ทำตามปุ๊บ เห็นผลปั๊บ

posted: 11 months ago
โดนจังๆ 5 เทคนิคสยบความขี้เกียจ ทำตามปุ๊บ เห็นผลปั๊บ

comments

ไม่มีใครชอบหรอกครับความขี้เกียจทั้งจากตัวเองและคนอื่น แต่ทำไมเราถึงยังขี้เกียจอยู่ มันเป็นอาการธรรมชาติของคนครับ ที่ต้องการถนอมพลังงานเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น อันนี้ต้องย้อนไปถึงสมัยดึกดำบรรพ์เลยทีเดียว ที่อาหารเป็นสิ่งหายาก และมนุษย์เราต้องสงวนพลังงานไว้ใช้ล่าสัตว์ แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เรามีข้าวกินแบบต้องซื้อต้องขาย ไม่ใช่ต้องล่า เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราต้องทำคืองานที่จะทำให้เรามีเงิน และหน้าที่ภายในบ้าน แต่เราก็ยังคงติดนิสัยนี้มาอยู่ แล้วจะทำอย่างไรให้เราแก้นิสัยนี้ได้



ทำทีละนิด

เป็นวิธีที่ได้ผลมาก ถ้าสมมติเราขี้เกียจออกกำลังกาย ปัญหาที่ใครๆ ก็เจอ ถ้าเราบอกกับตัวเองว่า ต้องออกกำลังกาย มันดูยิ่งใหญ่มาก สมองเราจะวาดภาพฉันต้องวิ่ง 1 ชม. sit up 50 ที วิดพื้น 10 ที ซึ่งถึงแม้คุณจะทำได้ แต่มันดูอลังการเกิ๊น แค่นึกก็ร้อง เฮ้อออ ดังนั้น ผมวิธี เราต้องหลอกตัวเอง หาาา หลอกยังไง หลอกเพื่ออะไร ยังไม่ต้องสงสัย ลองทำตามดูก่อนครับ

ลองคิดแค่ฉันจะเปลี่ยนชุดก่อน โอเค เปลี่ยนชุด หลังจากนั้น ฉันจะเดินไปหน้าบ้าน โอเค เดินไปหน้าบ้าน พอถึงหน้าบ้าน ฉันจะ sit up 1 ที โอเค sit up แค่ 1 ที เท่านี้ คุณก็เริ่มออกกำลังกายได้แล้วครับ พอทีแรกมา ทีที่ 2 3 4 ก็จะตามมา พอเครื่องติดคุณก็ไปโลด

ตั้งเป้าให้เร็วขึ้น

สมมติคุณต้องทำงานเสร็จตอนเย็น 5 โมง คุณต้องตั้งเป้าให้ตัวเองทำเสร็จบ่าย 2 เพื่อกระตุ้นตัวเองให้มีแรงทำงาน และต้องบอกตัวเองว่าเผื่อเอาไว้แก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น วิธีนี้ ใครๆ ก็รู้ แต่ทำยากแสนยาก เพราะเราก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าเราไม่ต้องรีบอะไรขนาดนั้น เพราะจริงๆ ทำเสร็จ 5 โมงเย็นก็ได้ คิดแบบนี้ไม่ได้ครับ คุณต้องโปรแกรมสมองให้คิดแค่เลขบ่าย 2 เท่านั้น ลืมเลข 5 โมงเย็นไปเลย และต้องมีวินัย ทำให้ได้ เริ่มจากงานชิ้นต่อไป ทำให้สำเร็จ งานชิ้นต่อมาก็จะสำเร็จตาม ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ คุณก็จะมีวินัยมากขึ้น

ความขี้เกียจ

ไปทำอย่างอื่นบ้าง

อาจดูเป็นวิธีที่แปลก เช่น คุณทำงานอยู่แล้วรู้สึกขี้เกียจ คุณอาจเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นที่มันน่าเบื่อกว่า เช่น อ่านหนังสือน่าเบื่อๆ แล้วคุณก็จะถามตัวเองว่า คุณทำอะไรอยู่เนี่ย คุณก็จะกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม เพราะคุณรู้สึกเสียเวลากับอย่างอื่นมา แต่เน้นว่าอย่างอื่นที่ว่า ต้องไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบนะครับ ไม่งั้นยาวแน่

พักเบรค

ถ้าคุณทำไปได้ 30-40 นาทีแล้ว เกิดอาการขี้เกียจ คุณต้องพักสักครู่ ไปล้างหน้า ไปดื่มน้ำ ไปเดินเปลี่ยนบรรยากาศสักพัก แล้วค่อยกลับมาทำต่อ และคุณจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าทำรวดเดียวจบ เพราะสมองคนเราโดยธรรมชาติ จะมีประสิทธิภาพในการจดจ่อเต็มที่แค่ 30-40 นาที ครับ

อาหารการกิน

เรื่องนี้ดูไม่เกี่ยวกันสักเท่าไหร่ แต่จริงๆ เกี่ยว เพราะมันเกี่ยวกับความอืด ความอิ่มของร่างกาย ถ้าร่างกายเราผิดปกติ ไม่สบายตัว หรือเรากินอิ่มเกิ๊นนน ก็จะรู้สึกอืด และง่วงจนไม่อยากทำอะไรเลยก็ได้ เพราะฉะนั้น อย่ากินอะไรที่หนักท้องเกิน เช่น พิซซ่า หรืออาหารที่มีแป้งและโปรตีนเยอะ เพราะร่างกายเราจะทุ่มพลังไปที่การย่อยอาหาร จนเราไม่อยากจะทำอะไร



เทคนิคต่างๆ ที่เพื่อนๆ ได้อ่าน อยากให้ลองนำไปปรับใช้ครับ ไม่ได้เป็นเทคนิคลึกลับซับซ้อนอะไรเลย เป็นเรื่องพื้นๆ ที่ควรปรับแค่นั้นเอง แต่เพื่อนๆ ต้องรู้ตัวและทำเป็นประจำจนเป็นนิสัย ไม่ใช่ขี้เกียจจนเป็นนิสัยนะ แต่ต้องปรับใช้เทคนิคจนเป็นนิสัยต่างหาก เราก็จะทำงานได้ดีขึ้นแล้วล่ะครับ อ่านเคล็ดลับอื่นๆ ได้อีกที่ เคล็ดลับจากมืออาชีพ กับ 7 วิธี โฟกัสกับงาน หลังวันหยุดยาว และ 4 วิธีคลายเครียดในที่ทำงาน สำหรับพนักงานออฟฟิศ

 


avatar
by Anatta อนัตตา

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon