เกร็ดน่ารู้ : ‘พระเมรุมาศ ร.9’ คติความเชื่อและศิลปกรรมชั้นครูแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

posted: 1 year ago
1,734 views
เกร็ดน่ารู้ : ‘พระเมรุมาศ ร.9’ คติความเชื่อและศิลปกรรมชั้นครูแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

comments

การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดช เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 นำมาซึ่งความโศกเศร้าของคนไทยทั้งแผ่นดิน และตามกำหนดการในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2560 ก็จะเป็นวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยนอกเหนือจากภาพแห่งความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทยที่เผยแพร่ไปทั่วโลกแล้ว ภาพสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามของ ‘พระเมรุมาศ’ ตามแบบโบราณราชประเพณีของไทย ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ก็ได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเช่นเดียวกัน 

Credit : http://kingrama9.net/Crematory
Credit : http://kingrama9.net/Crematory

rabbit daily ขอนำเสนอเรื่องราวเกร็ดน่ารู้ที่เกี่ยวข้องกับคติความเชื่อที่ปรากฎผ่านผลงานประติมากรรมชั้นครูของพระเมรุมาศ เพื่อให้ผู้อ่านได้มีความรู้ความเข้าใจและชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมเมรุมาศอย่างมีมิติมากยิ่งขึ้น



คติความเชื่อในการสร้างพระเมรุมาศ

คติความเชื่อ พระเมรุมาศ
พระเมรุมาศ จำลองมาจากเขาพระสุเมรุตามคติความเชื่อพราหมณ์

คติความเชื่อในการสร้างพระเมรุมาศตามแบบโบราณราชประเพณีของไทยนั้นได้รับอิทธิพลมาจากความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ที่เปรียบพระมหากษัตริย์เป็นสมมติเทพสถิตบนเขาพระสุเมรุ เมื่อสวรรคตจึงต้องมีการตั้งพระบรมศพบนพระเมรุมาศเพื่อเป็นการส่งพระวิญญาณกลับสู่เขาพระสุเมรุดังเดิม ดังนั้นพระเมรุมาศจะต้องมีลักษณะคล้ายเขาพระสุเมรุที่รายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์ อีกทั้งยังต้องแสดงถึงลักษณะเฉพาะประจำพระองค์ของพระมหากษัตริย์ที่สวรรคต นอกจากนี้ในสมัยก่อนการสร้างพระเมรุมาศนอกจากจะเป็นการถวายพระเกียรติแก่กษัตริย์ที่สวรรคตแล้ว ยังเป็นการแสดงถึงพระบรมเดชานุภาพและความมั่งคั่งของกษัตริย์องค์ปัจจุบันอีกด้วย

นายช่างสิบหมู่ พระเมรุมาศ
นายช่างสิบหมู่กำลังปั้นสัตว์หิมพานต์

การสร้างพระเมรุมาศตามแบบโบราณราชประเพณีนั้นต้องอาศัยการออกแบบจากนายช่างผู้เชี่ยวชาญเรื่องศิลปกรรมชั้นเอกของชาติ ซึ่งต้องเป็นผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้อย่างถูกต้องเกี่ยวกับคติความเชื่อ อีกทั้งต้องมีฝีมือชั้นยอดในการออกแบบรูปลักษณ์สถาปัตยกรรมและลวดลายประดับตกแต่งที่วิจิตรงดงามสมพระเกียรติของพระมหากษัตริย์


พระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอด สถาปัตยกรรมแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พระเมรุมาศ (5)
พระเมรุมาศ

สำหรับพระเมรุมาศที่ใช้สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดช ออกแบบโดย นายก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรมของสำนักสถาปัตยกรรมประจำกรมศิลปากร ที่ใช้เวลาในการออกแบบนานถึง 14 ชั่วโมง โดยออกแบบตามแผนผังจักรวาลของเขาพระสุเมรุตามคติความเชื่อพราหมณ์ ทั้งนี้พระเมรุมาศของรัชกาลที่ 9 เป็น ‘พระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอด’ กว้างด้านละ 60 เมตร สูง 50.49 เมตร โดยยอดตรงกลางเป็นบุศบกใหญ่ยอดปราสาท 7 ชั้นเชิงกลอน เปรียบเสมือนยอดเขาทั้ง 7 ของสัตบริภัณฑ์คีรี โดยที่ผ่านมามีการสร้างพระเมรุมาศเพียง 5 ชั้นเชิงกลอน ดังนั้นในครั้งนี้จึงเป็นการถวายพระเกียรติสูงสุด และนับว่าการออกแบบสถาปัตกรรมอันวิจิตรงดงามในครั้งนี้เป็นการรวบรวมศิลปกรรมชั้นครูแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ก่อเกียรติ ทองผุด
นายก่อเกียรติ ทองผุด  Credit : https://www.matichon.co.th/news/384252


ชั้นลานอุตราวรรต 

พระเมรุมาศ (7)
สัตว์หิมพานต์ ณ ลานอุตราวรรต

เริ่มที่พระเมรุมาศ ชั้นลานอุตราวรรต ซึ่งเป็นประติมากรรมชั้นล่างสุด ประกอบสระอโนดาดเสมือนจริงที่รายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์นานาชนิด โดยใช้ลักษณะการออกแบบสไตล์ Modern Landscape ประดับประดาพืชพรรณต่างๆ แปลงนาข้าว คันนา โดยนำดินมาจากโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ และ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นบริเวณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดชเคยเสด็จพระราชดำเนินผ่าน

พระเมรุมาศ (6)
ม้า สัตว์ประจำทิศ ตะวันตก ตั้งอยู่ในชั้นลานอุตราวรรต

นอกจากนี้ยังมีสัตว์ประจำทิศ 4 ชนิดที่มีความหมายเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์ประดับบริเวณชั้นลานอุตราวรรต ได้แก่

  • ช้าง (ประจำทิศเหนือ) : สื่อถึงพระนางสิริมหามายาสุบินนิมิตรช้างก่อนเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ
  • ม้า (ประจำทิศตะวันตก) : สื่อถึงเจ้าชายสิทธัตถะทรงม้าเมื่อออกผนวช
  • โค (ประจำทิศใต้) : สื่อถึงเจ้าชายสิทธัตถะทรงบรรลุปฐมญาณ ในพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
  • สิงห์ (ประจำทิศตะวันออก) : สื่อถึงการแสดงธรรมของพระพุทธเจ้า

ชั้นชาลาที่ 1

พระเมรุมาศ (10)
ประติมากรรมท้าวจตุโลกบาล

ชั้นชาลาที่ 1 : ประดับด้วยคชสีและราชสี เฝ้าบันไดทุกทิศ โดยที่ราวบันไดมีลักษณะเป็นพญานาค 3 เศียร นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ทิศ ได้แก่ ท้าวเวสสุวรรณ (ทิศเหนือ) , ท้าวธตรฐ (ตะวันออก) , ท้าววิรุฬหก (ทิศใต้) และ ท้าววิรูปักษ์ (ตะวันตก)


ชั้นชาลาที่ 2

พระเมรุมาศ (12)
เทพชุมนุม 132 องค์

ชั้นชาลาที่ 2 : เรียกว่า หอเปลื้อง ประกอบด้วยบุศบกน้อยทั้ง 4 มุม โดยมีครุฑพนมมือเฝ้าบันไดรอบพระเมรุมาศ เพื่อถวายสักการะ ที่ราวบันไดเป็นรูปพญานาค 5 เศียร ซึ่งมีรูปแบบเหมือนทางขึ้นบันไดสักการะรอยพระพุทธบาทที่ จ.สระบุรี โดยที่ฐานประดับมี 132 เทพชุมนุม ซึ่่งทางกรมศิลปากรได้เพิ่มเทพชุมนุมจากเดิมที่กำหนดไว้ 108 องค์ เป็น 132 องค์เพื่อความสง่างาม โดยยึดตามแบบสถาปัตยกรรมของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม


ชั้นชาลาที่ 3

พระเมรุมาศ (13)
ประติมากรรมเทวดาใบหน้าสมจริงเหมือนมนุษย์

ชั้นชาลาที่ 3 : เรียกว่า ซ่าง เป็นพื้นที่สำหรับพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม บริเวณราวบันไดมีลักษณะเป็นพญานาค 5 เศียรที่มี ใบหน้าเหมือนมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ 4 มหาเทพ ได้แก่ พระอินทร์ พระพรหม พระอิศวร พระนารายณ์ ซึ่งเปรียบเสมือนการมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และยังมีประติมากรรมเทวดายืนเชิญฉัตร 7 ชั้น


ชั้นชาลาที่ 4

พระเมรุมาศ (8)
พระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอด

พระเมรุมาศ (3)
เกรินบันไดนาค

ชั้นชาลาที่ 4 : เรียกว่า พระจิตกาธาน ซึ่งตั้งอยู่บนฐานชาลาชั้นบนสุดภายในบุษบกองค์ประธาน เป็นฐานที่ทำขึ้นสำหรับถวายพระเพลิง โดยจะประดิษฐานพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดช  มีประดับฉากบังเพลิงทั้งสี่ทิศ ซึ่งบนฉากบังเพลิงมีการเขียนภาพเกี่ยวกับพระนารายณ์อวตาร ตามฉบับพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 และมีจิตรกรรมเทวดาน้อมรับเสด็จสู่สรวงสวรรค์ และยังมีการออกแบบให้มีเตาเผาอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางของพื้นที่ สำหรับประดิษฐานหีบพระบรมศพ ข้างๆ กันนั้นจะมีการวางรูปประติมากรรมของคุณทองแดงไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริอีกด้วย โดยมีการจัดวางเป็นหมวดหมู่ ได้แก่ ดิน (โครงการแกล้งดิน) , น้ำ (กังหันชัยพัฒนา), ลม (โครงการฝนหลวง) และ ไฟ (โครงการไบโอดีเซล)



รัฐบาลเตรียมเปิดให้เข้าชมความงามของพระเมรุมาศ

นิทรรศการพระเมรุมาศ


รัฐบาลประกาศให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพระเมรุมาศได้ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยผู้มาเข้าชมจะต้องผ่านจุดคัดกรอง 5 จุด ได้แก่
ประชาชนทั่วไป : จุดคัดกรองบริเวณท่าช้าง, วงเวียนรักษาดินแดง และพระแม่ธรณีบีบมวยผม
พระภิกษุและผู้พิการ : จุดคัดกรองบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
นักท่องเที่ยวต่างชาติ : จัดคัดกรองบริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหม
โดยได้กำหนดให้เข้าชมรอบละ 5,000 คน ระหว่าง วันที่ 2-30 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 07:00-24:00 น. ทั้งนี้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมพระเมรุมาศได้เฉพาะบริเวณชั้น 1 เท่านั้น


พระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอด ได้ชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่วิจิตรงดงามและทรงคุณค่าทางศิลปกรรมชั้นครูแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทว่ากลับเป็นสัญลักษณ์ที่ย้ำเตือนถึงความโศกเศร้าของประชาชนชาวไทย แต่อย่างไรก็ตามพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ก็จะแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวของแผ่นดินในการส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดชสู่สวรรคาลัยอย่างสมพระเกียรติ

สามารถติดตามอ่านบทความสาระดีๆได้ที่ rabbit daily เช่น อัพเดต : รายชื่อสถานที่เอกชนปิดบริการเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 , รวมจุดถวายดอกไม้จันทน์ในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ทั่วกรุงเทพฯ และ ดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ…รวมภาพ ‘รอยยิ้มรัชกาลที่ 9’ สถิตในใจตลอดไป


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon