ความจนไม่ใช่ข้ออ้างของการเป็นหนี้

posted: 1 year ago
ความจนไม่ใช่ข้ออ้างของการเป็นหนี้

comments

ถ้าให้เรานึกถึงคำว่า “หนี้” แบบเร็วๆ เชื่อว่าหลายๆ คนต้องคิดถึงคนที่รายได้น้อยๆ ทำให้ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อใช้จ่ายแน่ๆ เพราะโดยธรรมชาติของการเป็นหนี้ก็คือเรามี “รายได้” ไม่เพียงพอกับ “รายจ่าย” ทำให้ต้อง “หาเงินเพิ่ม” แต่รู้กันหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วยิ่งเรามีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย สิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การ “กู้ยืม” แต่เป็นการ “เพิ่มรายรับ” และ “ควบคุมรายจ่าย” ต่างหากล่ะ นั่นคือสิ่งที่เราควรทำมากกว่าการไปกู้เงิน



คนที่เป็นหนี้ไม่ควรเอาความ “ไม่มี” ของตัวเราเองมาอ้าง แล้วก็โทษนู่นนั่นนี่ แต่กลับไม่เคยโทษตัวเองเลยที่ไม่มีการจัดการเรื่องเงินที่ดีและไม่มีความเพียงพอ ใช้จ่ายตามสถานะของตัวเองสักเท่าไหร่ แล้วยิ่งเราเป็น “หนี้” แน่นอนว่าสถานะการเงินเราก็จะยิ่งแย่ลงไปอีกเรื่อยๆ เพราะว่าเมื่อเราเป็นหนี้แน่นอนว่าเราจะยิ่งมีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้นนั่นก็คือ “ดอกเบี้ย”

พอมาถึงตรงนี้หลายๆ คนก็อาจจะคิดว่าการเป็นหนี้จะต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆ ซึ่งจริงๆ แล้วการเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องไม่ดีสักทีเดียว ถ้าเรารู้จักใช้หนี้ให้เป็นเพราะ หนี้มี 2 แบบ “หนี้ดี” และ “หนี้เลว” โดยคำจำกัดความของ “หนี้ดี” ก็คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้มากกว่าดอกเบี้ย และ “หนี้เลว” คือหนี้ก่อให้เกิดรายได้น้อยกว่าดอกเบี้ยนั่นเอง

Sad business man in a office setting.

 จริงๆ แล้วอย่างคนที่รวยมากๆ อย่างเจ้าของบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาด 99.9% ของบริษัทต่างก็มี “หนี้” ด้วยกันทั้งนั้น เพราะถ้าลองไปเปิดดูงบที่เว็บไซด์ของบริษัทเลย ก็จะเห็นรายการหนี้สินที่เยอะแยะไปหมด ทั้งเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้กู้ยืม ฯลฯ เรียกได้ว่าเยอะมาก แต่ว่าการเป็นหนี้ของคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้หรือหนี้ดี หรืออย่าง Modern Trade ต่างๆ


เช่น Tesco Lotus หรือ Big C ต่างๆ ก็มีเจ้าหนี้ที่เยอะมากๆ โดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้าเพราะว่าเวลาที่เจ้าของสินค้านำสินค้าเข้าไปขายให้ห้างของเค้า จะมี Credit Term การจ่ายเงินคืนประมาณ 60 – 90 วัน คือเมื่อสินค้าของเราขายได้แล้วกว่าเราจะได้เงินสดกลับมาที่เราก็ต้องรอไปก่อน ทำให้ Lotus หรือ Big C ต้องไปลงเงินที่ได้ขายสินค้าไว้ว่า “เจ้าหนี้การค้า” เพื่อรอเวลาจ่ายคืนนั่นเอง

 แล้วทีเนี้ยทาง Lotus และ Big C ก็นำ “เงินสด” ที่ได้จากการขายสินค้าพวกเนี้ยไปลงทุนต่อในตลาดความเสี่ยงต่ำอย่าง Money Market Fund ได้ผลตอบแทนประมาณ 1.5% – 2% ต่อปี ซึ่งในระยะเวลา 60 – 90 วัน ผลตอบแทนจากเงินก้อนพวกนี้ก็เพียงพอต่อการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ และค่าพนักงานที่จ้างเกือบทั้งหมดของสาขานั้นๆ แล้ว เห็นมั้ยกว่าการเป็นหนี้ก็ไม่ได้แย่เสมอไป
Economic news headlines

ดังนั้นถ้าเราอยากจะเป็นหนี้จริงๆ เหตุผลเดียวที่จะยอมรับได้ก็คือเป็น “หนี้” เพื่อให้มีรายได้ที่มากขึ้น ไม่ใช่เป็น “หนี้” เพราะ “รายได้” ไม่เพียงพอกับ “รายจ่าย” ถ้าเป็นแบบกรณีหลังส่วนตัวแนะนำให้กับว่าจัดการกับตัวเองมากกว่าการไปหา “แหล่งเงินกู้” อยู่แล้ว เราไม่ควรเอา “ความจน” ของเรามาเป็นข้ออ้างการเป็นหนี้ อับจนอะไรก็ได้ แต่ห้าม “อับจน” ปัญญาฆ่าตัวตายด้วยการสร้างหนี้เพราะความอยากของตัวเองที่มากเกินไป ทำให้ใช้จ่ายเกินตัว


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon