‘ความพอเพียง’ กับความเข้าใจผิดของคนไทย มาเรียนรู้ความหมายที่แท้จริงได้ที่นี่

posted: 1 year ago
‘ความพอเพียง’ กับความเข้าใจผิดของคนไทย มาเรียนรู้ความหมายที่แท้จริงได้ที่นี่

comments

คำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องพื้นฐานของการวางแผนการเงินเนี่ยแหละ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าคนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” กันอยู่พอสมควร จริงๆ แล้วคำว่า “พอเพียง” ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมพอพูดถึงคำว่าพอเพียง ต้องนึกถึงบ้านต้นไม้ เข้าสวน ปลูกผัก เลี้ยงปลา กันซะอย่างงั้น แต่ในความเป็นจริงแนวคิดเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” สามารถเอานำเอามาประยุกต์ได้กับทุกคนไม่ใช่เฉพาะเกษตรกร คิดว่าหลาย ๆคนน่าจะสับสนกับคำว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่” มากกว่าที่เป็นวิธีการทำเกษตรที่ในหลวงทรงคิดค้นขึ้นมาและเมื่อก่อนสื่อก็นำเสนอสองเรื่องนี้พร้อมๆ กัน



ซึ่งจริงๆ แล้วเศรษฐกิจพอเพียงพื้นฐานแนวคิดเลยก็คือคำว่า “พอประมาณ” ก็คือการที่เราใช้จ่ายแบบรู้ตัว หามาได้ต้องรู้จักเก็บ นั่นหมายความว่าไม่จำเป็นเป็นคนต่างจังหวัดหรืออยู่ชนบทห่างไกลเท่านั้น คนในเมืองหลวงคนกรุงเทพก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน ไม่ได้หมายความว่าให้เราลาออกจากงานที่ทำแล้วมุ่งหน้าอยู่ชนบท ใช้ชีวิตแบบพอเพียงแบบนั้นเลยน่ะ แต่เป็นการให้ตัวเอง “รู้ตัวเอง” ตลอดว่าเราสามารถใช้ได้ได้แค่ไหน ความพอเพียงก็เลยไม่ใช่การที่ใช้ของเก่าๆ ถูกๆ ของมือ 2 ตลอดเวลาแบบนั้นนะ แค่ความพอเพียงคือ การใช้ของให้เหมาะสมและพอประมาณมากกว่า

Coins of Thailand
เช่น รายได้เราเดือนละ 30,000 บาท แต่อยากขับรถคันละ 1,000,000 บาท ถ้ามามองถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องผ่อนเดือนละ 15,000 บาท (บวกลบนิดหน่อย) แบบนีเรียกเกินตัวเพราะค่าใช้จ่ายเรื่องรถผ่อน+ค่าจิปาถะต่างๆ มากกว่า 50% เงินที่หาได้แบบนี้จะลำบากให้อนาคตได้ ซึ่งถ้ารายได้เรายังไม่เยอะแล้วมีความจำเป็นต้องใช้รถจริงๆ แนะนำว่าอาจจะพิจารณาเป็นรถ Eco Car ที่เล็กลงมาหน่อย ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายจนเกินไป แต่ถ้ารายได้เราสูงการจะขับรถยุโรปอย่างเบนซ์หรือ BMW ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่พอเพียง แต่เราต้องสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้อย่างดี ไม่เดือดร้อนใคร
เรื่องของ “เศรษฐกิจพอเพียง” จะเน้นย้ำมากๆ โดยเฉพาะเรื่อง “หนี้” ที่ตอนนี้เป็นปัญหาใหญ่ของคนไทย จริงๆ ต้องบอกว่าทั้งโลกเลยด้วยซ้ำไป ถ้าเรารู้ตัวว่าเราหามาได้เท่าไหร่ เหลือเก็บเท่าไหร่ ไม่ยอมสร้างหนี้ง่ายๆ โดยเฉพาะ “หนี้เสีย” (หนี้เสียก็คือหนี้ที่เราสร้างขึ้นแล้วไม่ก่อให้เกิดรายได้ในอนาคต) แต่ถ้าเราสร้าง “หนี้ดี” แทน (หนี้ดีก็คือหนี้ที่สร้างแล้วก่อให้เกิดรายได้ในอนาคต) เมื่อเราใช้ชีวิตตามกำลังของตัวเอง ปัญหาก็จะเกิดได้น้อยมากๆ ที่สำคัญถ้าเราไม่เป็นหนี้ ก็จะไม่มีจะ “ดอกเบี้ย” มาทำให้เราเป็นกังวลด้วย
Bangkok, Thailand
Bangkok, Thailand
และอีกเรื่องที่สำคัญของแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” เลยก็คือการมี “ภูมิคุ้มกัน” ตัวเองที่ดีคือการเตรียมตัวเองให้สามารถเตรียมตัวแรงกระแทกกับทุกๆ เรื่องได้ นั่นก็คือเราคิดการวางแผนการเงินในปัจจุบันที่เราใช้นั่นละที่ว่า เราวางแผนการเงินเพื่อที่เราจะได้มีเงินใช้ตลอดทุกช่วงชีวิตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เราต้องใช้การมองโลกในแง่ร้ายให้เป็นประโยชน์ที่สุดก็คือ ว่าถ้าเกิดช่วงชีวิตที่แย่ที่สุด เราจะต้องรอดจากสถานการณ์นั้นๆ ได้เสมอ ไม่ว่าจะเรื่องเจ็บป่วย ตกงาน เกิดอุบัติเหตุก็ตาม ถามตัวเองทุกวันว่าถ้าเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ เราจะรับมือได้อย่างไร
Thai people singing the anthem of King
แต่ข้อควรระวังของการใช้คำว่า “พอเพียง” ก็คือ อย่าทำให้ตัวเองหมดไฟเร็วจนเกินไป เพราะชีวิตที่ไม่เร่งรีบอะไร ไม่มีแรงกดดัน ไม่มีหนี้ชิวๆ จนบางคนอาจจะรู้สึกไม่ต้องทำงานอะไรมากมายชีวิตมีใช้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งจริงๆ ก็เป็นความคิดที่ดี แต่อย่าลืมโลกเราต้องการความช่วยเหลือ การแบ่งปันจากเราเสมอๆ ถ้าเราไม่พยายายามเพื่อตัวเอง อย่างน้อยๆ การพยายามเพื่อคนอื่นก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน อย่าเอาคำว่า “พอเพียง” เป็นข้ออ้างในการพัฒนาตัวเองในทุกๆ วัน


สุดท้ายถ้าเราใช้ชีวิตตามแนวพระราชดำรัส “เศรษฐกิจพอเพียง” กันจริงๆ แล้วบอกได้เลยเราจะไม่มีทางจน ไม่มีทางเป็นหนี้ล้นพ้นตัวจนชำระไม่ไหว เกิดปัญหาอะไรก็จะสามารถรับมือได้ เพราะถ้าเราหามาได้ แล้วรู้จักเก็บออม ประกอบกับนำความรู้เรื่องการลงทุนมาใช้ ทำให้เงินเก็บงอกเงย ถ้าทำได้เราก็จะเป็นคนที่มีสุขภาพการเงินที่ดีมากๆ คนนึงได้อย่างแน่นอน

 


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon