ความสำคัญ วันมาฆบูชา

posted: 3 years ago
3,954 views
ความสำคัญ วันมาฆบูชา

comments

ความสำคัญ วันมาฆบูชา 2558

วันมาฆบูชา พ.ศ. 2558 เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา โดยเป็นวันตที่ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 4 มีนาคม

Viriyah Insurance

ความหมายของวันมาฆบูชา

คำว่า “มาฆะ” เป็นชื่อของเดือน 3 ย่อมาจากคำว่า “มาฆบุรณมี” แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะ ตามปฏิทินของอินเดีย

วันมาฆบูชา กำหนดขึ้นตามปฏิทินจันทรคติของไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 แต่ว่าถ้าปีไหนมีเดือนอธิกมาส (มีเดือน 8 สองครั้ง) วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 4 มักจะตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ หรือ เดือนมีนาคม

ประวัติและความสำคัญ

วันมาฆบูชา คือ วันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” ให้แก่เหล่าพระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากได้ตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน โดยหลักคำสอนนี้เป็นหลักการ และ วิธีการปฏิบัติตนโดยมีเนื้อหาสำคัญว่า “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์”

โดยในวันมาฆบูชานี้ เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมๆกัน 4 ประการ ดังนี้

  1. เป็นวันที่ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์
  2. มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ที่ วัดเวฬุวันในเมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อมาสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
  3. พระสงฆ์ที่มาร่วมประชุมทั้งหมด ล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา 6 แล้วทั้งสิ้น
  4. พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาร่วมประชุม ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือ “เอหิภิกขุอุปสัมปทา”

โดยเหตุอัศจรรย์ทั้ง 4 ประการข้างต้น ทำให้วันมาฆบูชา หรือ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วันจาตุรงคสันนิบาต ซึ่งแปลได้ดังนี้ จาตุร แปลว่า 4 , องค์ แปลว่า ส่วน และ สันนิบาต แปลว่าประชุม ดังนั้นวันจาตุรงคสันนิบาตจึงแปลว่า “การประชุมด้วยองค์ 4” นั่นเอง

โดยวันนี้ถือว่าเป็นวันพระธรรม ในขณะที่วันวิสาขบูชาจะถือว่าเป็นวันพระพุทธ ส่วนวันอาสาฬหบูชานั้นถือเป็นวันพระสงฆ์

ประวัติวันมาฆบูชาในประเทศไทย

พิธีทำบุญในวันมาฆบูชา ไม่มีหลักฐาว่ามีมาตั้งแต่สมัยไหน แต่ตามหนังสือ “พระราชพิธีสิบสองเดือน” บทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีเรื่องราวเกี่ยวกับการประกอบราชกุศลวันมาฆบูชาไว้ดังนี้

ประเทศไทย เริ่มกำหนดพิธีปฏิบัติในวันมาฆบูชาเป็นครั้งแรกขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีการประกอบพิธีครั้งแรกในปี พ.ศ. 2394 ในพระบรมมหาราชวังก่อน ซึ่งจะมีพิธีพระราชกุศลในช่วงเช้า มีการนมัสการพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศวรวิหาร และ วัดราชประดิษฐ์ จำนวน 30 รูปเพื่อมาฉันภัตตาหารในพระอุโบสถของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้วนั่นเอง

พลบค่ำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯออกทรงจุดธุปเทียนนมัสการพระสงฆ์ทำวัตรเย็น และ สวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ และเมื่อสวดจบก็ทรงจุดเทียน 1,250 เล่มโดยรอบพระอุโบสถ มีการประโคมอีกครั้งแล้วจึงมีการเทศนาโอวาทปาติโมกข์ 1 กัณฑ์ ทั้งในภาษาบาลี และ ภาษาไทย ส่วนเครื่องกัณฑ์นั้นประกอบด้วยจีวรเนื้อดี 1 ผืน เงิน 3 ตำลึง และ ขนมไทยหลายอย่าง เมื่อเทศนาจบ พระสงฆ์ 30 รูปก็จะสวดรับ

ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงเสด็ตออกประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกๆปี แต่จะมีการยกเว้นบ้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เนื่องจากบางครั้งจะตรงกันช่วยที่พระองค์จะเสด็จประพาส ก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชาในสถานที่นั้นๆแทนนอกเหนือจากภายในพระบรมมหาราชวัง

Dhiphaya Insurance

ต่อมาพิธีมาฆบูชาได้แพร่หลายออกไปนอกพระบรมมหาราชวัง และ มีการประกอบพิธีกันทั่วพระราชอาณาจักร ทางรัฐบาลจึงประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ เพื่อให้ประชาชนจากทุกแห่ง ทุกสาขาอาชีพได้มีเวลาไปวัด เพื่อทำบุญทำกุศลและ ประกอบกิจกรรมทางศาสนาได้นั่นเอง และ ในปีพ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันมาฆบาเป็นวันกตัญญูแห่งชาติอีกด้วย

ปฏิบัติธรรมวันมาฆบูชา

หลักธรรมที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา (และทุกๆวัน)

โอวาทปาติโมกข์ เป็นคำสอนสำคัญซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เพื่อนำไปสู่ความหลุดพ้น โดยประกอบไปด้วย หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และ วิธีการ 6 ดังต่อไปนี้

หลักการ 3

  1. การไม่ทำบาป
    การลด ละ เลิกการทำบาปทั้งปวง ทั้งทากาย วาจา และ ใจ เช่น การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การทำผิดในกาม การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ และ การอยากได้อยากมีของคนอื่น การผูกพยาบาท และความเห็นที่ผิดจากทำนองคลองธรรม
  2. การทำกุศล
    การทำความดีตามกุศลกรรมบถ 10 ทั้งความดีทางกาย ทางวาจา และ ทางใจ เช่น การไม่ฆ่าสัตว์ การไมเบียดเบียนผู้อื่น การไม่ขโมย มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ทำผิดในกาม ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยามคาย ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่โลภอยากได้ของๆผู้อื่น เมตตา และ ปรารถนาดี เข้าใจถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
  3. การทำจิดใจให้ผ่องใส
    ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลุดจากนิวรณ์ เช่น ความพอใจในกาม ความพยาบาท ความหดหู่ท้อแท้ ความฟุ้งซ่าน และ ความลังเลสงสัย

ซึ่งสามารถสรุปได้ง่ายๆ ว่าเป็นการทำความดี ละเว้นความชั่ว และ การทำจิตใจให้บริสุทธิ์นั่นเอง

อุดมการณ์ 4

  1. ความอดทนอดกลั้น
    ไม่ทำบาปทั้งกาย วาจา ใจ
  2. ความไม่เบียดเบียน
    ละเว้นจากการทำร้าย หรือ การเบียดเบียนผู้อื่น
  3. ความสงบ
    การปฏิบัติตนให้สงบทั้งกาย วาจา ใจ
  4. นิพพาน
    การดับทุกข์ทั้งปวง ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา

วิธีการ 6

  1. ไม่ว่าร้ายผู้อื่น ไม่โจมตีผู้อื่น
  2. ไม่ทำร้าย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
  3. สำรวมในปาติโมกข์ เคารพระเบียบวินัย กฎกติกา ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม
  4. รู้จักประมาณ รู้จักความพอดีในการบริโภค และ การใช้สอยสิ่งต่างๆ
  5. อยู่ในที่สงัด หรือ อยู่ในสถานที่ๆมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
  6. ผึกให้จิตใจสงบ คือ การฝึกหัดชำระจิตใจให้สงบ และ มีประสิทธิภาพดี มีสมาธิ มีสติ

กิจกรรมต่างๆ

กิจกรรมที่คนไทยส่วนใหญ่ทำในวันมาฆบูชา คือ การทำความสะอาดบ้าน การจัดแต่งที่บูชาประจำบ้าน ชวนครอบครัวไปทำบุญตักบาตร ฟังศีลฟังฑรรม บำเพ็ญกุศล ปฏิบัติธรรม และ ศึกษาพระธรรมคำสอนตามหลักพระพุทธศาสนา

อาจจะให้มีการบรรยายธรรมในที่ทำงาน หรือ มีการร่วมบำเพ็ญประโยชน์ร่วมกันในที่ทำงานก็ได้เช่นกัน

ส่วนใหญ่แล้วตามวัน มูลนิธิ สมาคมต่างๆ สื่อมวลชน และ สถานที่ต่างๆ จะมีการประชาสัมพันธ์ความสำคัญของวันมาฆบูชา โดยสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาร่วมกัน ทำบุญตักบาตร ไปวัดปฏิบัติธรรม ฟังธรรม รณรงค์ให้ลด ละ เลิก อบายมุข รณรงค์ให้ร่วมกันทำประโยชน์ต่อสังคมแทน (เช่น การปลูกต้นไม้ การทำความสะอาดที่สาธารณะ และ อื่นๆ)


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon