ความเข้าใจผิดในการลงทุนกองทุนรวม

posted: 1 year ago
ความเข้าใจผิดในการลงทุนกองทุนรวม

comments

ถ้าพูดถึงแหล่งการลงทุนที่รายย่อยเข้าถึงได้แล้วต้องยอมรับเลย “กองทุนรวม” คงมาเป็นอันดับหนึ่งแน่นอนเพราะกองทุนรวมช่วยลดข้อเสียต่างๆที่นักลงทุนรายย่อยต้องเจอได้เยอะมาก ทั้งเรื่องไม่มีความรู้ ไม่มีเวลาตามข่าวสาร เข้าไม่ถึงแหล่งลงทุนเพราะการลงทุนหลายๆ อย่างต้องใช้เงินลงทุน สิบล้านถึงร้อยล้านก็มี

ดังนั้นการที่ลงทุนผ่านกองทุนรวมจะช่วยให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนได้กว้างขึ้น แต่จากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกันนักลงทุนรายย่อยค่อนข้างเยอะว่ายังมีความเข้าใจผิดอยู่เยอะเหมือนกัน เรามาดูกันดีกว่าว่าความเข้าใจผิดเหล่านั้นมีอะไรบ้าง



1. ซื้อกองทุนที่ NAV ต่ำๆ ดีกว่าเหมือนซื้อหุ้นนั่นแหละ

อันนี้เป็นความเข้าใจผิดอันดับต้นๆ เลยว่าถ้ากองทุนที่มี NAV 10 บาทถือว่าแพงกว่ากองทุนที่มี NAV 5 บาท ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า

มูลค่าต่อหน่วย (NAV ต่อหน่วย) = มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ /จำนวนหน่วยลงทุน

ถ้ามูลค่าทรัพย์สินกองทุนรวมมีเท่ากันที่ 1,000 ล้านบาท แต่จะแตกต่างกันที่จำนวนหน่วยลงทุน สมมติให้กองทุน A  มีจำนวนหน่วย 10 ล้านหน่วยและกองทุน B มีจำนวนหน่วยลงทุน 100 ล้านหน่วยลงทุน ดังนั้นแปลว่า NAV ของกองทุน A จะมี NAV(A) เท่ากับ 100 บาท แล้ว กองทุน B จะมี NAV (B) เท่ากับ 10 บาท แล้วถ้ากำหนดให้ ทั้งสองกองทุนสามารถทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่ากลายเป็น 2,000 ล้านบาท จะทำให้ NAV(A) เท่ากับ 200 บาท และ NAV(B) เท่ากับ 20 บาท

นั้นหมายความว่าทั้ง 2 กองทุนก็จะได้กำไรที่ 100% เท่ากันไม่ได้แตกต่างกันเลยเพราะว่าต่างกัน 2 กองทุนก็คือ “จำนวนหน่วยลงทุน” เท่านั่นเอง

2. กองทุนปันผลดีกว่ากองทุนไม่ปันผลเพราะมี “สภาพคล่อง”

Market Share Business Concept Vector

อย่าลืมว่าเวลาที่เราได้รับเงินปันผลจะมีการนำเงินปันผลหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ไว้อยู่แล้วดังนั้นหมายความว่าเงินปันผลที่ถูกจ่ายออกมา เราจะหายไป 10% ของเงินปันผลนั้นเอง แต่ถ้าเราอยากได้เงินปันผลจริงๆ การแบ่งขายกองทุนออกมาเราก็จะเสียค่าธรรมเนียมขาย ซึ่งผลสรุปออกมาแล้วแทบจะไม่แตกต่างกันเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าเราต้องการนำเงินปันผลไป “ลงทุนต่อ” การเลือกกองทุนที่ไม่มีการจ่ายปันผลดูจะมีประโยชน์มากกว่าด้วยซ้ำไป

3. ถ้าเป็นกองทุนที่จ่ายปันผลปันผลถี่ๆ จะดีกว่าจ่ายไม่ถี่

ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะเงินปันผลที่ถูกจ่ายออกมาก็มาจากมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนนั่นเอง ดังนั้นถ้ามองให้มุมของผลตอบแทนแล้ว ไม่มีความแตกต่างกันเลย



4. เงินปันผลที่นำมาจ่ายจะมาจากปันผลของหุ้นหรือดอกเบี้ยที่นำเงินไปลงทุน

เหมือนอย่างข้อที่ 3 เงินปันผลที่ได้จากหุ้นหรือดอกเบี้ยที่ได้จากตราสารหนี้ เวลาที่กองทุนไปรับก็นำเข้าไปรวมให้ NAV แล้วถ้าจะจ่ายปันผลก็ค่อยแบ่งขายออกมาตามจำนวนที่ผู้บริหารกองทุนต้องการจ่าย ดังนั้นเงินปันผลที่กองทุนจ่ายจะมากกว่าหรือน้อยกว่าที่ได้รับจากการลงทุนก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

5. ต้องเลือก บลจ. ดีๆ เพราะถ้า บลจ.เจ๊งเงินเราจะหาย!

universal-life3-edit

กองทุนรวมมีสถานะเป็น “นิติบุคคล” แล้วบลจ. มีหน้าที่บริหารงานเท่านั้น ถ้าบลจ.เกิดเจ๊งไป บลจ. ก็จะขายกองทุนรวมภายใต้การบริหารทั้งหมดให้ บลจ. อื่นบริหารเท่านั้นเองไม่ได้หายไปไหน เพราะเงินในกองทุนไม่ใช่ของ บลจ.แต่เป็นของนักลงทุนเหมือนเดิม แต่ถ้า บลจ. เจ๊งจริงๆสิ่งที่เราต้องดูก็คือเค้าขายต่อให้ใคร จะบริหารได้เหมือนเดิมตามที่เราต้องการหรือเปล่า ถ้าไม่ก็ควรขายกองทุนรวมทิ้งแค่นั้นเอง

สุดท้ายแล้วกองทุนรวมที่เราเลือกลงทุนจะมี “ผลประกอบการ” ที่ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้บริหารกองทุนและนโยบายการลงทุนที่เราเลือกลงทุนเป็นหลักนั้นแหละ ส่วนประเด็นอื่นๆ เป็นประเด็นที่เล็กน้อยมากๆ แล้วเราควรเข้าใจสินทรัพย์ตามนโยบายที่เราเลือกลงทุนไปด้วยว่ามีลักษณะอย่างไร?


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon