ความเชื่อเรื่อง ด้ายแดง ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น

posted: 1 year ago
ความเชื่อเรื่อง ด้ายแดง ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น

comments

ถ้าพูดถึงเรื่องโชคชะตา ฟ้าลิขิตแล้ว นอกจากเรื่องเงินๆ ทองๆ คงมีหลายคนไม่น้อยเลย ที่สนใจในเรื่องของ เนื้อคู่ หรือ ด้ายแดง ที่เชื่อมหัวใจสองคนเข้าด้วยกัน

วันนี้ เราจะพาทุกคนลองไปทำความรู้จักกับด้ายแดงในวัฒนธรรมของญี่ปุ่นกันหน่อยสิว่า เขาเชื่อแบบไหน เชื่อแบบคนไทยหรือเปล่านะ ?


ต้นกำเนิดความเชื่อ เชือกแดงแห่งโชคชะตา

สำหรับความเชื่อในเรื่องของด้ายแดงนั้น ไม่ใช่แค่ในไทย หรือญี่ปุ่นเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว เรื่องของด้ายแดงนั้น เรียกได้ว่าเป็นความเชื่อที่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกต่างเชื่อในแบบเดียวกัน

โดยเจ้าความเชื่อ ด้ายแดงแห่งโชคชะตานี้ มีต้นกำเนิดของความเชื่อมาจากประเทศจีน ภาษาจีนเรียกว่า 线 หรือ หงเชี่ยน

ในความเชื่อของจีนคือ หนุ่มสาวที่โชคชะตา หรือฟ้ากำหนดให้มาคู่กัน จะมีเชือกสีแดงที่มองไม่เห็นผูกอยู่ที่ข้อเท้าของแต่ละฝ่าย และเชือกเหล่านั้น จะมีเทพองค์หนึ่งที่คอยควบคุม กำหนดด้ายแดงแห่งโชคชะตาอยู่ นามว่า เยว่เชี่ยเหลา (月下老)

และถ้าเทียบกับความเชื่อของไทย หรือความเชื่อของตะวันตก เราก็อาจจะเทียบเคียงได้กับเรื่องของเนื้อคู่, คู่แท้ หรือความเชื่อเรื่อง Soul mate หรือ Destined Flame นั่นเอง



ความเชื่อของ ด้ายแดง ในญี่ปุ่น (運命の赤い糸)

จากความเชื่อที่มีต้นกำเนิดมาจากจีนนั้น ทำให้หลายๆ ที่ในแถบเอเชียตะวันออก มีความเชื่อในเรื่องของเนื้อคู่ คู่รัก ที่มีชะตาฟ้าลิขิตมาให้คู่กัน

ส่วนในความเชื่อของญี่ปุ่น จะเปลี่ยนจากเชือกสีแดง เป็นด้ายสีแดงผูกอยู่ที่นิ้วก้อยของทั้งสองฝ่ายแทน ซึ่งสาเหตุที่ทางญี่ปุ่นเปลี่ยนจากข้อเท้า มาเป็นนิ้วก้อย ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะต้องการความโรแมนติก แต่เป็นเพราะญี่ปุ่นเชื่อว่า ร่างกายของเราะประกอบไปด้วยเส้นเลือดต่างๆ ไหลเวียนรอบร่างกาย และมีเพียงอวัยวะส่วนเดียวที่ใช้หลอดเลือดส่งตรงไปยังหัวใจนั่นก็คือ “นิ้วก้อย”



และความเชื่อเรื่องนิ้วก้อยนี้ นอกจากจะเป็นที่มาของความเชื่อด้ายแดงในญี่ปุ่นแล้ว ยังกลายเป็นอีกหนึ่งความเชื่อเรื่อง วัฒนธรรมการให้สัญญากัน โดยการสัญญาจะต้องทำด้วยการเกี่ยวนิ้วก้อย เพื่อสื่อว่า การสัญญาเหล่านั้น มาจากความสัตย์จริงจากใจ

สำหรับตำนานด้ายแดงของญี่ปุ่น ที่เชื่อว่า เส้นเลือดที่ต่อจากหัวใจนั้นไม่ได้สิ้นสุดที่นิ้วก้อยหรอก แต่ยังมีด้ายสีแดงที่ยังมองไม่เห็นยาวต่อออกมา โดยเจ้าด้ายสีแดงนี้จะพันเข้าด้วยกันกับอีกคน คนที่เป็นคู่ชีวิตของเรา

นอกจากนี้ หลายๆ ที่ กระทั่งญี่ปุ่นเองก็เชื่อว่า คนสองคน เมื่อผูกด้วยด้ายสีแดงที่มองไม่เห็นนี้ ท้ายที่สุด โชคชะตาจะนำพาให้คนสองคนมาพบกัน แม้ว่าทั้งตู่จะเคยอยู่ห่างไกลมากแค่ไหน และที่สำคัญ ด้ายแดงนี้จะไม่มีวันขาดออกจากกัน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน จะกี่พบกี่ชาติ ก็ตาม



ด้ายแดงนั้น ได้มากกว่าเรื่องโรแมนติก

ด้วยความเชื่อเรื่องของด้ายแดงที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้ชาวญี่ปุ่นหลายคน โดยเฉพาะสาวๆ วัยแรกรุ่น ที่เชื่อในเรื่องของโชคชะตา หรือเรื่องของความรักโรแมนติกนั้น ให้ความสนใจกับด้ายแดงของตนมากๆ จึงเกิดเป็นความเชื่อที่หลากหลาย เช่น การหาวิธีเพื่อให้เห็นด้ายแดงของตัวเอง หรือการมองว่าด้ายแดงของอีกฝ่ายผูกติดกับตัวเองหรือไม่

เรื่องของด้ายแดงนั้น บางครั้งก็ถูกพลิกแผลงจากรักโรแมนติก เป็นเรื่องลี้ลับสยองขวัญได้ ว่ากันว่าบางคนพยายามที่จะผูกด้ายแดงเส้นใหม่ให้กับคนรักคนหลง หรือการที่ทำพิธีแปลกๆ ทำให้หนัง ซีรี่ย์ หรือกระทั่งการ์ตูน สามารถพลิกพล็อตให้กลายเป็นเรื่องหลอนๆ ได้

แน่นอนในไทยเอง แม้ว่าด้ายแดงในความเชื่อของคนจีนและคนไทยจีน จะหมายถึง โชคลาภ ความสุขสมหวัง แต่ในหนังผีหลายๆ เรื่องของไทย ด้ายแดงเองก็สามารถสื่อถึงเรื่องพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ได้เช่นกัน

ซึ่งก็หมายความว่า ด้ายแดงนั้น สามารถใช้ได้ต่างวาระ ขึ้นกับว่าเราจะมองที่มุมมองไหน บางคนมองให้เป็นเรื่องโรแมนติกของเนื้อคู่ บางคนกลับมองในเชิงสิ่งลี้ลับ ก็ได้ทั้งนั้น



แต่ถ้าใครอยากได้เรื่องด้ายแดงแบบโรแมนซ์ๆ ละมุนใจ ไว้อ่านหน้าหนาวนี้ เราก็มีการ์ตูนดีๆจาก comico มาแนะนำกัน!



เรื่องราวความรักโรแมนติกคอเมดี้ ของหนุ่มสุดฮอต ที่มีแต่สาวๆรุมล้อม อย่าง คันซากิ มินามิ  กับ เด็กสาวแสนซื่อ อย่าง ทาจิบานะ จิยุ ที่พบกันโดยบังเอิญที่ระเบียงทางเดิน พร้อมๆ กับความรักที่แสนละมุนของหนุ่มสาวกำลังค่อยๆ ก่อตัวเริ่มขึ้น

ถึงแม้ Boy meets Girl จะใช้มุกเก่าๆ อย่างการวิ่งชนที่หัวมุมกำแพง หรือเรื่องราวรักแรกพบของมินามิที่มีต่อจิยุก็ตาม แต่เชื่อได้เลยว่ารสชาติหวานๆ แบบคลาสสิคนี่แหละ ที่ทำให้หลายๆ คนถูกอกถูกใจมาแล้ว

ในเรื่อง นอกจากจะเป็นการพานพบกันเหมือนมีด้ายแดงมาเกี่ยวไว้แล้ว ตัวเรื่องยังเล่าถึงปมปัญหาหลักๆ ในญี่ปุ่นที่พบเจอกันบ่อยๆ อย่างการกลั่นแกล้งในที่เรียน การอิจฉาริษยา มายาคติที่คิดว่า ผู้ชายไม่สามารถเป็นเพื่อนกับผู้หญิงได้

แต่ถึงจะแอบดาร์กนิดๆ สวนทางกับสไตล์การ์ตูนก็ตาม แต่ความน่ารักของทั้งมินามิและจิยุ กลับช่วยให้ทั้งเรื่องสว่างสดใส ไหนยังจะต้องลุ้นคู่รักรองๆ ของบรรดาเพื่อนๆ ผู้ปกครองอีก  เรียกได้ว่า Boy meets Girl ครบทุกรส และควรค่าแก่การอ่านอย่างแน่นอน



สำหรับใครที่ลองอ่านเรื่องย่อดูแล้ว อยากจะลองไปอ่านดูบ้าง ก็สามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ comico ได้โดยตรง หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ทั้ง iOS และ Android มาอ่านกันฟินๆ ชิลๆ ได้เลย!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon