6 ข้อแตกต่างระหว่างความเศร้ากับโรคซึมเศร้า

posted: 1 year ago
5,167 views
6 ข้อแตกต่างระหว่างความเศร้ากับโรคซึมเศร้า

comments

บางครั้งคนเราเชื่อว่าความเศร้ากับภาวะซึมเศร้านั้นเหมือนกัน ต่างกันแค่ผู้ที่รู้สึกเศร้าจะมีค่า “ความรู้สึก” เท่ากับหนึ่งบนตาชั่ง ขณะที่ผู้มีภาวะซึมเศร้าจะอยู่ระหว่าง 7-10 อันที่จริงความเศร้ากับภาวะซึมเศร้ามีความซับซ้อนมากกว่านั้นและไม่เกี่ยวกับ “ความรุนแรง” ของความรู้สึกแต่เป็นการผสมกันของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลา อาการ และผลกระทบต่อร่างกาย



ความเศร้าเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์มนุษย์และสามารถรู้สึกได้อย่างอิสระในเวลาที่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่นเมื่อรู้ว่าดาราคนโปรดอย่างไมเคิล แจ็คสันตาย หรือเมื่อคุณถูกแฟนทิ้ง

Wife Comforting Senior Husband Suffering With Dementia

ภาวะซึมเศร้าเป็นอาการป่วยทางจิตที่นอกเหนือจากอารมณ์ “ปกติ” หนึ่งในข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างความเศร้ากับภาวะซึมเศร้าคือความกว้างของผลกระทบที่มีต่อร่างกายและจิตใจ


ในทางการแพทย์ภาวะซึมเศร้าหรือที่เรียกว่าโรคซึมเศร้าจะมีอาการแบ่งออกเป็น 9 อย่างตั้งแต่น้ำหนักตัวลดลงไปจนถึงอาการเหนื่อยล้า ผู้ที่เข้าข่ายต้องมีอาการอย่างน้อย 5 อย่างและเป็นทุกวันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากคุณกำลังสงสัยว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือแค่รู้สึกเศร้านิดหน่อยเท่านั้น นี่คือ 6 คำถามที่คุณควรถามตัวเอง


1. คุณยังเพลิดเพลินกับสิ่งที่ชอบได้ไหม?
ความเศร้า : ต่อให้คุณรู้สึกเศร้าแต่คุณก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับสิ่งต่างๆได้ เช่น การดูซีรีส์มาราธอนหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่คุณรักก่อนที่ความเศร้าจะเข้าโจมตี

ภาวะซึมเศร้า : ลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของภาวะซึมเศร้าคือภาวะสูญสิ้นการยินดีหรือการขาดความสนใจในสิ่งต่างๆ รวมถึงกิจกรรมที่คุณเคยชอบมากมายไม่ว่าจะเป็นการเตะบอล งานเขียน การวาดภาพกราฟิตี้ ทว่าตอนนี้คุณกลับไม่รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งเหล่านี้ได้อีก คุณอาจจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า


2. คุณมีความรู้สึกเฉพาะกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นไหม?
ความเศร้า : ข้อนี้น่าสนใจเพราะไม่มีเส้นแบ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คุณอาจจะรู้สึกเศร้าโดยไม่มีสาเหตุ อย่างไรก็ตามความเศร้ามักจะบอกได้ถึงสาเหตุของมัน เช่น การตายของญาติ การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ อาการคิดถึงบ้าน หรือเพื่อนป่วย เป็นต้น

ภาวะซึมเศร้า : โรคซึมเศร้ามักจะถูกกระตุ้นโดยเหตุการณ์เฉพาะ ผู้ที่ซึมเศร้าจะรู้สึกทุกข์ทรมานนานเกินขอบเขต “ปกติ” ที่สำคัญภาวะซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้โดยไร้เหตุผลที่ชัดเจน


3. คุณยังรับประทานและนอนได้ตามปกติไหม?
ความเศร้า : คุณอาจจะอารมณ์เสียสุดๆหลังจากที่เลิกรากับคนรักหรือรู้สึกเศร้าเป็นปกติ แต่โดยรวมคุณก็ยังสามารถกินอิ่มและนอนหลับหรือออกกำลังกายตามต้องการได้

ภาวะซึมเศร้า : ภาวะซึมเศร้ามักจะทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิตตามปกติของคุณหยุดชะงัก คุณอาจนอนไม่หลับหรือหลับทั้งวันและไม่ต้องการลุกออกจากเตียง ส่วนพฤติกรรมการรับประทานอาหารก็จะหยุดชะงัก และคุณคิดว่า “ทุกอย่างช่างไร้สาระสิ้นดี”


4. คุณรู้สึกเปลี่ยนแปลงเมื่ออยู่ในช่วงอารมณ์ต่ำกว่าปกติหรือไม่?
ความเศร้า : ความเศร้าไม่ใช่อารมณ์ที่เกิดขึ้นถาวร คุณจะมีช่วงที่รู้สึกผ่อนคลายด้วย เช่น ตอนที่คุณทำบางอย่างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

ภาวะซึมเศร้า : เมื่อคุณตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าระดับปานกลาง ระดับอารมณ์ของคุณจะต่ำกว่าปกติตลอดทั้งวัน แต่คุณก็อาจจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่เมื่ออยู่ในภาวะซึมเศร้ารุนแรง อาการซึมเศร้าจะคงที่ทุกวันและดูเหมือนว่าจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ


5. คุณลงโทษตัวเองหรือวิจารณ์ตัวเองไหม?
ความเศร้า : คุณอาจต้องการรับผิดชอบและรู้สึกแย่เล็กน้อยกับสิ่งที่คุณทำลงไป แต่คุณจะไม่รู้สึกไร้ค่าหรือรู้สึกผิดถาวร

ภาวะซึมเศร้า : ลักษณะเด่นที่สุดของภาวะซึมเศร้าคือคุณมักจะตำหนิและลงโทษตัวเองอย่างรุนแรง แม้ว่าการขอความช่วยเหลือเพื่อรักษาโรคซึมเศร้าจะเป็นสิ่งสำคัญแต่คุณจะยิ่งกดดันตัวเองหากกำลังรักษาอาการนี้อยู่


6. เคยมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเองไหม?
ความเศร้า : ความคิดที่จะฆ่าตัวตายไม่เกี่ยวข้องกับความเศร้าในระดับปกติ

ภาวะซึมเศร้า : บางครั้งภาวะซึมเศร้ารุนแรงอาจทำให้เกิดความคิดอยากลงโทษตัวเองดังที่กล่าวไว้ในข้อก่อนหน้านี้ ผู้ที่ต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรงอาจจะมี “ความคิดอยากตายหรือฆ่าตัวตายหรือ (มี) แผนที่จะฆ่าตัวตาย” หากคุณพบว่าตัวเองมีความคิดดังกล่าวควรรีบขอความช่วยเหลือจากสายด่วน เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวที่คุณไว้ใจหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยทันที จงจำไว้ว่ามีผู้คนมากมายที่เต็มใจรับฟังความรู้สึกของคุณและต้องการที่จะช่วยคุณอย่างจริงใจ



หากคิดว่าตัวเองกำลังมีความเสี่ยงจากโรคซึมเศร้าหรือความเครียด อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจนบั่นทอนสุขภาพของเราไปเรื่อยๆ เพราะโรคดังกล่าวสามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการไปปรึกษาแพทย์


ขอบคุณบทความจาก www.issue247.com , www.bustle.com


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon