ความเสี่ยงแบบไหนที่เราควร “ทำประกัน”

posted: 1 year ago
ความเสี่ยงแบบไหนที่เราควร “ทำประกัน”

comments

ถ้าเราพูดถึง “ความเสี่ยง” หลายๆ คนอาจจะไปนึกถึงว่าเวลาที่เราเอาเงินไปลงทุนแล้วเกิด “ความเสี่ยง” ก็คือมีโอกาสที่เงินลงทุนเราจะขาดทุนนั่นเอง แต่วันนี้เรื่องของ “ความเสี่ยง” ที่เราพูดถึงกันจะไม่ใช่ความเสี่ยงจากการลงทุน แต่จะเป็นเป็นความเสี่ยงที่เรียกว่า “ความเสี่ยงภัยที่แท้จริง (Pure Risk)”

ก่อนอื่นเราต้องเรามาทำความรู้จักก่อนว่า “ความเสี่ยงภัยที่แท้จริง” คืออะไร จริงๆแล้วก็คืออะไรก็ตามที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วเกิดความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินโดยตรง เช่น การขับรถชน เจ็บป่วยต่างๆ ไฟไหม้อาคารบ้านเมือง ฯลฯ ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็น “ความเสี่ยงภัยที่แท้จริง” ทั้งสิ้น


แน่นอนว่าถ้าเกิดสมมติเราโชคร้ายเกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นแน่นอนว่าต้องเกิดความเสียหายกับเราแน่ๆ อย่างน้อยที่สุดก็อาจจะเสียเงินในกระเป๋าเพื่อไปซ่อมแซม ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยต่างๆ ถ้าหากโชคร้ายขึ้นมาหน่อยก็อาจจะต้องเสียเวลาและเจ็บตัวเข้าไปอีก การปกป้องที่เราสามารถทำได้แน่นอนว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นถือว่าดีที่สุด

เราต้องมาแยกก่อนว่าประเภทของความเสี่ยงมีอะไรบ้าง เราจะได้เลือกเครื่องมือที่ได้อย่างเหมาะสมว่า เราควรเลือกวิธีไหนในการป้องกันความเสี่ยง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเราแบ่งด้วยมีด 2 เล่ม เล่มแรกก็คือ “โอกาสที่จะเกิดขึ้น” มีดเล่มที่สองก็คือ “ความเสียหาย” เมื่อเหตุนั้นเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นเราจะแบ่งความเสี่ยงได้เป็น 4 กรณี ตามภาพด้านล่าง
___________________________________________________________________________-__________________________-

1. ความเสี่ยงที่โอกาสเกิด “สูง” ความเสียหาย “สูง”

ความเสี่ยงประเภทนี้เป็นความเสี่ยงที่มีวิธีการรับมือที่ง่ายที่สุดก็คือ “หลีกเลี่ยง” เพราะโอกาสเกิดก็เยอะ แถมยังความเสียหายเยอะอีก แล้วถ้าเราเอาความเสี่ยงประเภทนี้ไปทำประกัน อาจจะไม่มีบริษัทไหนรับประกันหรือถ้ารับก็จะมีค่า “เบี้ยประกัน” ก็จะสูงมาก

2. ความเสี่ยงที่โอกาสเกิด “สูง” ความเสียหาย “ต่ำ”

ความเสี่ยงประเภทนี้เป็นความเสี่ยงที่จะเรียกว่า “ชิวๆ” ก็คงไม่เกินไปเพราะเป็นความเสี่ยงที่เกิดได้บ่อยแต่ความเสียหายไม่สูง เช่น หกล้มเกิดแผลถลอก เดินชนประตู เป็นต้น ดังนั้นวิธีที่จัดการความเสี่ยงประเภทนี้คือการ “ควบคุม” ระมัดระวังมากขึ้น ถ้าเอาภาษาแบบบ้านก็คืออย่าซุ่มซ่าม



3. ความเสี่ยงที่โอกาสเกิด “ต่ำ” ความเสียหาย “สูง”

ความเสี่ยงประเภทนี้แหละเป็นความเสี่ยงที่ควร “ทำประกัน” เพราะโอกาสเกิดน้อย แต่ความเสียหายมาก ประการแรกก็เพราะว่า “เบี้ยประกัน” จะค่อนข้างสมเหตุสมผลอยู่พอสมควร และเหตุผลอีกข้อก็คือเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุกับเราหรือไม่ แต่ถ้าจะให้เตรียมเงินจำนวนมากเพื่อรับมือความเสี่ยงก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน เพราะความเสี่ยงประเภทนี้ตัวอย่างที่ดีที่สุดก็คือเรื่อง “โรคร้ายแรง” เป็นความเสี่ยงที่ไม่เกิดในทุกคน เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดต่ำมาก แต่ความเสี่ยงสูง และเราไม่มีทางประเมิณค่าความเสียหายทั้งหมดได้เลยเพราะมีตั้งแต่หลักแสนถึงหลักสิบล้าน แต่ค่าเบี้ยประกันอาจจะหลักพันถึงหลักหมื่นเท่านั้นเอง

4. ความเสี่ยงที่โอกาสเกิด “ต่ำ” ความเสียหาย “ต่ำ”

ความเสี่ยงประเภทนี้เรียกว่าเราไม่ต้องใส่ใจมากก็ได้เราสามารถ “รับความเสี่ยงไว้เอง” ได้เลยเพราะความเสี่ยงประเภทนี้ไม่ก่อเกิดผลกระทบกับชีวิตเราสักเท่าไหร่

สุดท้ายนี้ความเสี่ยงแต่คนละอาจจะไม่เหมือนกัน เช่นบางคนอาจจะบอกว่า “ขับรถเร็ว” อาจจะอยู่ในความเสี่ยงประเภทแรก แต่สำหรับบางคนอาจจะอยู่ในประเภทที่สามก็ได้ เนื่องจากขับรถไม่เป็น เป็นต้น ดังนั้นหน้าที่ของเราก็คือ “ประเมิน” ความเสี่ยงประเภทนี้สำหรับเราเป็นความเสี่ยงประเภทไหน เราจะได้เลือกวิธีรับมือได้อย่างถูกต้อง เพื่อลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงที่ตามมาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon