บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็มต่างกันยังไง แล้วเราควรเลือกใช้แบบไหนดี

posted: 2 years ago
2,051 views
บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็มต่างกันยังไง แล้วเราควรเลือกใช้แบบไหนดี

comments

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกรรมการเงินต่างๆ คงจะมีข้อสงสัยไม่น้อยเลยทีเดียวว่าบัตรแต่ละประเภท อย่าง บัตรเดบิต, บัตรเครดิต หรือแม้แต่บัตรเอทีเอ็ม มันแตกต่างกันอย่างไร? ในเมื่อทั้งสามบัตรนี้ก็สามารถกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มได้ทั้งนั้น!

แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้คงมีบางคนพลั้งพลาดกันมาแล้ว แถมเมื่อพลาดใช้ผิดวัตถุประสงค์ขึ้นมา แทนที่จะได้ประโยชน์ก็อาจได้หนี้สินพอกพูนไปเสียนี่  รู้แบบนี้แล้ว เราลองมาทำความรู้จักกับบัตรทั้งสามประเภทกันเถอะ ว่าแท้จริงแล้ว แตกต่างกันอย่างไร และใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง


ทำความรู้จักกับทั้งสามบัตร

บัตรเครดิต คือ สินเชื่อบุคคลธรรมดา โดยธนาคารจะให้เงินจำนวนหนึ่งตามที่ธนาคารกำหนด และคุณก็สามารถใช้สินเชื่อนั้นได้ทุกๆ เดือน ภายในวงเงินดังกล่าว ส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้รูดซื้อสินค้า บริการต่างๆ แต่มีเงื่อนไขว่า คุณจะต้องทำการจ่ายเงินที่นำไปจับจ่ายซื้อของเหล่านั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมกับต้องเสียดอกเบี้ยตามอัตราที่ธนาคารกำหนด

หรือพูดง่ายๆ ธนาคารจ่ายให้ก่อน พอครบ 30 วัน คุณก็ต้องไปจ่ายคืนธนาคาร เรียกได้ว่าเป็นการให้สินเชื่อ(กู้) ระยะสั้น (มากๆ) นั้นเอง

Customer using a credit card to pay in a supermarket

บัตรเดบิต คือ บัตรที่สามารถใช้จ่ายเงินผ่านบัตรได้โดยไม่ต้องใช้เงินสด แต่บัตรดังกล่าวเป็นบัตรที่ผูกกับบัญชีธนาคาร ดังนั้น จึงไม่ใช่เครดิตหรือการให้กู้เงิน และเมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตร บัตรเดบิตจะทำการตัดเงินเราจากบัญชีธนาคารทันที

ด้วยการที่ตัดเงินเท่าที่มีในบัญชี ซึ่งถือว่าเป็นการใช้จ่ายด้วยเงินของเจ้าของบัญชีโดยตรง จึงทำให้ไม่มีการคิดดอกเบี้ย เพราะไม่ใช่การให้กู้ยืมเงิน (สินเชื่อ)  ส่วนมากบัตรเดบิตจะผูกกับบัญชีธนาคารโดยตรง ทำให้ไม่แปลกใจเลยที่หลายครั้ง บัตรเดบิตนั้นเป็นบัตรเดียวกับบัตรเอทีเอ็ม แต่ถ้าหากคุณไม่ต้องการบริการเสริมนี้ ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ระหว่างทำบัตรเอทีเอ็มได้

บัตรเอทีเอ็ม คือ อีกหนึ่งรูปแบบบริการเบิกเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็ม โดยเราสามารถนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเบิกเงินสดได้โดยตรงจากตัวตู้กดเอทีเอ็ม และหากเงินในบัญชีหมด คุณก็จะไม่สามารถกดเบิกเงินสดได้นั้นเอง ในบางครั้งบัตรเอทีเอ็มก็สามารถเปิดใช้บริการบัตรเดบิตได้เช่นกัน  

จะเห็นว่าทั้งสามบัตรนี้ แม้จะกดใช้งานผ่านตู้เอทีเอ็มเช่นเดียวกัน แต่มีเงื่อนไขปลีกย่อยที่แตกต่างกันเล็กน้อย อย่างบัตรเอทีเอ็มนั้น สามารถเป็นได้ทั้งบัตรเดบิต บัตรเครดิต เพียงแค่แจ้งความประสงค์กับสถาบันทางการเงินที่เปิดบัญชีไว้อยู่แล้วก็สามารถทำได้ง่ายๆ

สรุป เลือกใช้แบบไหนดี ?

หลายคนก็อาจจะยังสงสัยกันไม่หาย ถึงแม้จะรู้ถึงหนทาง ประโยชน์ ของบัตรต่างๆ เหล่านี้แล้ว ก็อาจจะยังมีข้อสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า แบบนี้เราจะเลือกใช้บัตรยังไงดี เพื่อตอบโจทย์ได้อย่างแม่นย่ำมากยิ่งขึ้น

โดยการเลือกใช้บัตรเหล่านี้ ขั้นต้นคุณควรพิจารณาเสียก่อนว่า ต้องการใช้งานในแบบไหน หากใช้เพียงเป็นบัตรเบิกถอนเงินสดธรรมดา แค่บัตรเอทีเอ็มทั่วไปก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าอยากให้ความสะดวกสบายขึ้นมาอีกระดับ ลองเพิ่มให้บัตรเอทีเอ็มดังกล่าวเป็นบัตรเดบิตไปด้วยในตัวจะช่วยให้คุณใช้งานได้ง่ายดายมากขึ้น เช่น หากต้องการซื้อเงินสด แต่ลืมกดเงิน หากเป็นบัตรเดบิตก็จะสามารถรูดซื้อได้เลย โดยการหักเงินจะหักจากบัญชีของคุณโดยตรง

I cannot decide what to buy

แต่ถ้าต้องการความสะดวกสบายใจการซื้อสินค้าที่มีราคาสูงมากๆ การเลือกใช้บัตรเครดิต ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณซื้อสินค้าที่มีราคาสูงๆ ได้ทันทีแล้ว (แตกต่างจากบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิต ที่เงินในบัญชีต้องมีเพียงพอต่อการซื้อของชิ้นนั้นๆ ถึงจะซื้อได้) ยังมีสิทธิพิเศษที่น่าสนใจอีกหลายๆ สิทธิ์ ขึ้นกับแต่ละประเภทของบัตรเครดิตอีกด้วย เช่น สะสมแต้มไมล์เมื่อใช้ซื้อบัตรเครื่องบิน หรือสามารถผ่อนดอกเบี้ย 0% ในระยะเวลาค่างวดที่ทางธนาคารกำหนดมาให้ เป็นต้น

จะให้ดี แอบแนะนำว่าควรจะแยกบัตรเอทีเอ็มกับบัตรเดบิต ออกจากบัตรเครดิต จริงอยู่ทีสามารถรวมประเภทของบัตรทั้งสามไว้เพียงบัตรเดียวนั้นเป็นเรื่องที่สะดวก พกพาง่าย แต่ระวังให้ดีว่าระบบการเงินในบัตรของคุณนั้นจะยุ่งเหยิง เพราะไม่รู้ว่าอะไรรูดด้วยการหักเงินจากบัญชี อันไหนรูดเพื่อซื้อผ่อนสินค้า แถมถ้าเผลอกดเงินเยอะจนเกินไปก็อาจเผลอกดเงินสดจากบัตรเครดิต ซึ่งมีดอกเบี้ยสูงนั่นเอง

การที่แยกบัตรเครดิต และบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตใช้ประจำออกจากกันไว้ จะช่วยให้คุณสามารถวางแผน จัดระเบียบการเงินของตัวเองได้เป็นอย่างดี!

Two people exchanging credit card

ได้รู้จักกันมาถึงขนาดนี้แล้ว เราก็มีบัตรเครดิตดีๆ อย่าง Citibank ที่ตอบทุกโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัยมานำเสนอ! เพราะนอกจากจะสะดวกสบาย อนุมัติรวดเร็ว ทันใจ และไม่ยุ่งยากเมื่อสมัคร บัตรเครดิต Citibank ผ่าน Rabbit Finance แล้ว ยังมีของแถมเจ๋งๆ ให้ทั้งลูกค้าเก่า และใหม่ อย่าง ‘บัตรกำนัล Starbucks’

นอกจากนี้ บัตร Citibank ยังเต็มไปด้วยสิทธิพิเศษที่คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ให้คุณเลือกสรร ใช้งานได้เหมาะสม และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของคณได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • แต้มสะสม หรือสะสมไมล์ แลกได้ทั้งส่วนลด และของรางวัลสุดพรีเมี่ยม เช่น บัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์, บัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด วีซ่า
  • ได้รับเครดิตเงินคืน 1% ทุกการใช้จ่าย จากบัตรเครดิตซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม
  • ผ่อนสินค้าผ่านเครือห้างสรรพสินค้า และร้านค้าต่างๆ ที่ร่วมรายการ เพื่อรับส่วนลด 5% เช่น บัตรเครดิตซิตี้เอ็ม วีซ่า รีวอร์ด, บัตรเครดิตซิตี้ บิ๊กซี วีซ่า แพลตตินั่ม, บัตรเครดิตซิตี้ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด
  • ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี เช่น บัตรเครดิตซิตี้เอ็ม วีซ่า ซีเล็คท์, บัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด มาสเตอร์การ์ด

และยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ตามแต่ละประเภทของบัตรเครดิตให้คุณได้เลือกสรรใช้งานให้ตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด!


ทั้งสิทธิประโยชน์ ของแถม จัดหนัก จัดเต็ม แถมสบายๆ สมัครง่ายๆ เพียงแค่ปลายนิ้วคลิกแบบนี้ รู้แบบนี้ อย่ารอช้า มาสมัครเป็นสมาชิกกับเรากันดีกว่า!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon