ล้อไม่ล้อ ก็ลองเสี่ยงดูอีกสักนิด! ตามส่อง งานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 72 แบบไม่เสี่ยงคุก!

posted: 8 months ago
ล้อไม่ล้อ ก็ลองเสี่ยงดูอีกสักนิด! ตามส่อง งานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 72 แบบไม่เสี่ยงคุก!

comments

เป็นสีสันของทุกปีเลยก็ว่าได้ กับงานฟุตบอลประเพณี ของสองมหาลัยดังอย่าง จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ แน่นอนว่านอกจากจะมีงานฟุตบอล มีการสันทนาการที่น่าสนุกแล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยก็คือขบวนแห่ล้อการเมืองในขณะที่เข้าสู่สนามนั่นเอง

ว่าแต่ปีนี้ มีขบวนการเมืองอะไรที่น่าสนใจบ้าง วัฒนธรรมล้อการเมืองนี้มีที่มายังไงนะ แล้วทำยังไงให้ล้อแล้วไม่โดนซ่อม! วันนี้เรามีคำตอบ


รู้จักกันก่อน วัฒนธรรมล้อการเมืองในงานบอลจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ นี้ มีที่มาจากไหน

อีกหนึ่งไฮไสท์หลักของงานนั้น นอกเหนือจากประเพณีแข่งบอล แปรแพลทโต้ตอบบนสแตนด์ที่ขึ้นชื่อลือชาแล้ว สิ่งทีเป็นสีสัน และหลายๆ คนค่อนข้างให้ความสนใจนี้ คงหนีไม่พ้นขบวนล้อการเมืองของจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์

ว่าแต่คุณรู้หรือไม่ ขบวนล้อการเมืองที่เห็นๆ นี้ ไม่ได้มีมาตั้งแต่เริ่มแรก จริงอยู่ที่งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2477 นับๆ แล้วมีมานานมากถึง 84 ปี ทว่าขบวนล้อการเมืองไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีที่มีกิจกรรมนี้ ซึ่งหลายๆ คนสันนิษฐานกันว่า น่าจะเริ่มมีขบวนล้อการเมืองในช่วง ปี พ.ศ.2510 หรือเมื่อประมาณ 50 กว่าปีที่แล้ว

ขบวนล้อเลียนการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางออกในเรื่องของการระบายความคิดเห็นในช่วงยุคเผด็จการ และเมื่อมีเลือกตั้งในปี พ.ศ.2512 ก็เกิดรัฐประหารซ้ำอีกใน พ.ศ.2514 จนเกิดเป็นที่มาของเหตุการณ์การปฏิวัติตุลาคม ในปี พ.ศ.2516

อย่างที่ทราบกันดีว่า ในยุคนั้นเมื่อแสดงความคิดเห็นอะไรในแง่การเมืองมักจะโดนเพ่งเล็ง ดังนั้นการล้อเลียนกันขำๆ นอกจากจะเป็นการระบายความคิดเห็นที่มีต่อสังคม ต่อการเมืองแล้ว ยังเป็นเครื่องมือสะท้อนเสียงของกลุ่มคนส่วนหนึ่งได้อีกด้วย



ด้วยเหตุการณ์ในอดีตที่บีบไม่ให้คนแสดงความคิดเห็นทางด้านการเมือง และช่วงที่ขาดประชาธิปไตยนี่แหละ ที่หลายๆ คนเชื่อว่ากลายเป็นต้นกำเนิดการล้อการเมืองทั้งในไทย และเกิดเป็นขบวนล้อการเมืองในงานฟุตบอลจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ และได้รับการสืบทอดต่อๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน

แหม เล่นพูดแบบนี้ไป หลายคนอาจจะมองว่า ขบวนในงานฟุตบอลจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์นั้น ต้องมีแต่ท่าแซะใส่การเมืองอย่างเดียว เราขอบอกเลยว่าคุณแอบคิดผิด เพราะแท้จริงแล้วนอกเหนือจากการล้อการเมือง ทั้งสองมหาลัยยังจับเอาเรื่องสังคม ข่าวสารทันสมัยในช่วงนั้นๆ หยิบมาล้อเลียนด้วย

อย่างปีนี้เอง ก็มีเรื่องเสื้อเชียร์ขาดตลาดมาล้อเลียนมหาลัยตัวเอง หรือปีก่อนๆ ที่พูดถึงเรื่องโรงอาหารมีราคาแพงกว่าที่นิสิตนักศึกษาจะซื้อทานกันได้ หรือในปี พ.ศ.2526 ที่แปรอักษรเพื่อรำลึกถึง อ.ปรีดี พนมยงค์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยที่ลี้ภัยไปอยู่เมืองนอก เป็นต้น



ขบวนล้อการเมือง ปีนี้มีอะไรบ้าง

รู้ที่มาที่ไปกันแล้ว ก็มาลองดูดีกว่าว่า ปีนี้ ขบวนล้อการเมืองของทั้งสองมหาลัยมีอะไรบ้าง แล้วขบวนไหนที่ลึกซึ้ง น่าสนใจมากๆ กันนะ ?

เริ่มกันที่จุฬาฯกันก่อนดีกว่า หลายคนเมื่อคิดถึงขบวนล้อการเมือง มักจะคิดถึงธรรมศาสตร์เสียส่วนมาก แต่หลายฝ่ายต่างบอกว่า จริงๆ ทางจุฬาฯ เองก็ท่าแซะเก่งใช่ย่อยเหมือนกัน ซึ่งขบวนพาเหรดล้อของจุฬาฯ นั้น เริ่มต้นด้วย

  • หุ่นที่ 1 ขบวนสะท้อนสังคม มุ่งสะท้อนปัญหาสังคมผ่านหุ่นที่แสดงให้เห็นถึง ปัญหาที่ ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ เช่น ปัญหาจากครอบครัวกลายเป็นสิ่งที่ทำร้าย เด็ก และเยาวชนด้วยการตีกรอบ ไม่สามารถแสดงความคิดอย่างสร้างสรรค์
  • หุ่นที่ 2  สังคม 4.0 ที่ประเทศยังล้าหลัง เพราะปัญหาต่างๆ ไม่ได้รับการแก้ไข
  • หุ่นที่ 3 หุ่นซ่อมแล้วไม่ตาย ซึ่งเป็นการล้อเลียนข่าวดังๆ ช่วงนี้ถึงเรื่องการซ่อม นาฬิกาเพื่อน พร้อมกับมีป้ายผ้าขาวดำขนาดใหญ่ เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า “ห้ามล้อนาฬิกา เข้มบอลประเพณี ทำหุ่นคล้ายผู้นำไม่ได้ นิสิตโวยโดนเซ็นเซอร์”


ส่วนทางธรรมศาสตร์ก็ใช่ย่อย เพราะปิดท้ายด้วยขบวนล้อการเมือง ประกอบไปด้วยหุ่น 5 ตัว ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  • หุ่นตัวที่ 1 ยักษ์นนทุกข์  แน่นอนว่ายักษ์ตัวนี้ไม่ได้สวมนาฬิกา แต่ที่ข้อมือเขียนกำกับว่า “ คืนเพื่อนแล้ว” โดยหุ่นตัวดังกล่าวว่าด้วยประเด็นการใข้อำนาจเกินขอบเขตจนสุดท้าย อำนาจนั้นกลับมาทำร้ายตัวเอง โดยมีป้ายขนาดใหญ่ข้อความ ประชดประชันว่า นนทุกข์เรือนละวัน, ยักษ์นนทุกข์มีนิ้วเพชรเด็ด GG, นิ้วเพชรชี้ มีอำนาจ วาสนา, ได้เทพช่วย จนยิ่งใหญ่ เหนือเทวา, แต่กลับบ้า สุดท้ายซี้ ชี้ตัวเอง


  • หุ่นตัวที่ 2 หุ่นรูปตราชั่งที่หนักเบาไม่เท่ากัน ด้านที่หนักกว่าใส่สิ่งที่รัฐทุ่มงบประมาณให้แต่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน ส่วนอีกด้านใส่ของที่มีประโยชน์กับประชาชนแต่ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐ


  • หุ่นตัวที่ 3 หุ่นเรื่องภาษี ว่าด้วยกรณีระบบภาษี และความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยขบวนนี้เป็นการเสียดสีในเรื่องของคนรวย และบางตระกูลกำลังจะครอบงำธุรกิจแทบทั้งประเทศ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นเสียเปรียบอย่างมาก


  • หุ่นตัวที่ 4 หุ่นรถไฟ หุ่นขบวนนี้ เป็นการล้อการพัฒนาโครงการขนส่งคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานในรัฐบาลปัจจุบัน


  • หุ่นตัวที่ 5 หุ่นพานรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยโครงสร้างในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ดูเหมือนว่าจะนำไปสู่เป้าหมายบางอย่าง มาตราในรัฐธรรมนูญ ทั้งที่มา และหน่วยงานที่ตอบพิทักษ์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สว. แต่งตั้ง และการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

และที่เด็ดยิ่งกว่าคือ ขณะที่เดินขบวนก็ได้กระชากพานรัฐธรรมนูญออกมาเป็นรูปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเดินย่ำไปบนพรมแดง ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใคร

สำหรับข้อความบนพรมแดง ที่ถูกปูให้รัฐธรรมนูญเดินย่ำผ่านนั้นมีเนื้อหาว่า นายกฯ คนนอก ม.272, สว.ลากตั้ง, บทเฉพาะกาล ม.269, ศาลเล่นการเมือง, ม. 144 พรรคทหาร, ยุทธศาสตร์ 20ปี, มาตรา 65



เรียกได้ว่าขบวนล้อการเมืองของทั้งสองมหาวิทยาลัยในปีนี้เด็ดไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันที่น่าสนใจประจำต้นปีที่น่าติดตาม เราได้เห็นความคิดเห็น และกระบวนการคิด การล้อเลียนต่างๆ ที่ชวนให้ทุกคนได้ขบคิดตามในยุคสมัยนี้ไม่น้อยเลยล่ะ



เคล็ดลับล้อการเมืองไม่เจอซ่อม ไม่ต้องฝากคนซื้อข้าวผัดโอเลี้ยง

ล้อเยอะๆ ล้อกันมากๆ แบบนี้ บางคนอาจจะสะดุ้งกันเล็กๆ เพราะหากล้อมากๆ เข้า โอกาสได้ไปกินโอเลี้ยงกับเข้าผัดก็มีอยู่สูง หรือจู่ๆ จะโดนอุ้มไปเที่ยวค่ายบางค่ายก็ได้

จุ๊ๆ ก็ไม่ต้องตกใจกันไป เพราะจริงๆ แล้ว หลายคนย่อมรู้ดี ว่าจะล้อการเมืองแต่ละครั้งแต่ละที มันก็ต้องมีเทคนิคในการเลี่ยงกฏหมาย เลี่ยงอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ให้โดนซ่อมมาฝาก

  • ดูลู่ทางลมให้ดีก่อนแซะแซว

จริงอยู่ เหล็กมันต้องตีกันตอนร้อนๆ ถ้าจะแววให้ได้ดีก็ต้องหมั่นตามกระแส แต่การตามกระแสโดยไม่ดูลู่ลม ลู่ทางให้ดีเสียก่อน บางทีนั่งๆ อยู่ อาจจะวูบ โดนสั่งซ่อมก็ได้นะ

  • ไม่เอ่ยชื่อบุคคลโดยตรง อย่าหมิ่นประมาทบุคคล หรือหมิ่นประมาทหน่วยงาน

หากสังเกตให้ดี การล้อการเมืองที่เหนือชั้นเชิงกว่า คือการที่ไม่ออกชื่ออีกฝ่ายมาตรงๆ แต่ออกมาด้วยลักษณะ คำเรียกยอดฮิตมาเล่นเสียมากกว่า เพราะการกล่าวถึงชื่อบุคคลตรงๆ นั้น บางครั้งอาจจะเข้าข่ายในเรื่องของการหมิ่นประมาทได้

  • ล้อการเมืองจะต้องไม่สร้างการแตกแยกของสังคม

อย่างที่รู้ๆ กันว่าบ้านเมืองเราค่อนข้างอ่อนไหว และเผื่อไม่ให้เป็นประเด็นแบบไฟลามทุ่ง ล้อกันทั้งที ก็อย่าไปล้อแบบเน้นเสี้ยมให้แตกแยกน่าจะดีที่สุด



  • ไม่มีคำหยาบคาย

อันนี้ชัดเจนกันอยู่แล้ว เพราะคำหยาบคายในบางครั้ง อาจจะทำให้การส่งสารของคุณผิดเพี้ยน จากแซะแซว เสียดสีกันทั่วไป อาจจะถูกมองว่าเป็นการด่าทอแทนก็ได้ ซึ่งอาจจะเข้าข่ายการหมิ่นประมาทตัวบุคคลด้วย ที่สำคัญ การล้อที่ดี ต้องไม่หยาบโลน หยาบคาย จะดูมีชั้นเชิงกว่านะจ๊ะ

  • สับขาให้ทัน ถ้าฉุกเฉินจริงๆ

ถ้าทำทุกอย่างที่เราพูดมาแล้ว แต่ยังมีคนมาเชิญไปเที่ยวค่ายเล่น ชวนไปซ่อมขำๆ หรืออยากจะเลี้ยงข้าวผัดกับโอเลี้ยง ก็สับขา เตรียมทนายให้ทัน ที่แน่ๆ ใจเย็นๆ เตรียมหลักฐานให้ดี อย่าเพิ่งรีบบินไปปารีสนะ!

นับได้ว่าเป็นสีสันระดับประเทศที่น่าสนใจเลยก็ว่าได้ ยังไงก็วิพากวิจารณ์กันแต่พอดี อย่าอินมากเกินไปจนทะเลาะกับคนรอบข้างแล้วกันนะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon