จัดทำพอร์ตการลงทุนอย่างไรให้เหมาะกับตัวเรา

posted: 1 year ago
จัดทำพอร์ตการลงทุนอย่างไรให้เหมาะกับตัวเรา

comments

คำถามที่หลายๆ คนอาจจะกำลังสงสัยและอยากหาทางออกอยู่ ก็คือเราจะเริ่ม “จัดพอร์ตการลงทุน” ตัวเองได้อย่างไรบ้าง? เพราะหลังจากที่เราศึกษาก็เจvวิธีการลงทุนเยอะไปหมดจนไม่รู้ว่าจะเอาดีด้านไหนดี ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า โลกนี้ไม่มีวิธีการลงทุนไหนที่ดีตลอดเวลา ทั้งหมดขึ้นอยู่กันสภาพตลาดการลงทุนที่เราลงทุน รวมไปถึงอยู่ที่ตัวเราด้วยว่าเราชื่นชอบการลงทุนแบบไหนและคาดหวังผลตอบแทนเท่าไหร่นั่นเอง เราลองมาดูวิธีการจัดพอร์ตแบบ DIY ให้เหมาะกับตัวเรากัน



ตั้งเป้าหมายทางการเงิน

อย่างที่รู้กันว่าเวลาที่ต้องการเดินทาง ถ้าเราไม่ตั้งเป้าหมายการเดินทางให้ดีเราก็จะไม่มีโอกาสที่จะถึงเป้าหมายเลยก็เป็นไปได้เหมือนกัน ลองเข้าไปดูวิธีการตั้งเป้าหมายทางการเงินแบบละเอียดได้ตามลิงก์นี้เลย https://daily.rabbit.co.th/เป้าหมายทางการเงิน/

จัดสรร “รายรับ-รายจ่าย”

หลังจากที่เราตั้ง “เป้าหมายทางการเงิน” ซึ่งเป็นการดู “อนาคต” เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเราต้องกลับมาดูที่ปัจจุบันของเราต่อว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? ง่ายๆ นั่นก็คือการจัดทำ “บัญชีรายรับ-รายจ่าย” อย่างน้อย 2-3 เดือน เราก็จะพอเห็นว่าลักษณะหน้าตารายรับและรายจ่ายของเราเป็นอย่างไร แล้วเหลือเก็บเดือนเท่าไหร่ แล้วเดี๋ยวถ้าลองไปคำนวณแล้วคำนวณเงินออมที่เก็บให้แต่ละเดือนไม่พอ เราจะได้รู้ว่ามีรายจ่ายตรงไหนบ้างที่เราสามารถปรับปรุงได้

HiRes-(4)-new

ลองนำไปคำนวณในเครื่องคิดเลขทางการเงิน

ข้อนี้อาจจะยากหน่อยสำหรับคนที่ไม่เคยคำนวณเลย สามารถลองดูวิธีการคำนวณจาก http://www.inwexcel.com/finance-01-theory/ หรือ http://www.a-academy.net/blog/how-to-financial-calculator-app/ จากอันนี้ได้เลยลองพยายามศึกษาวิธีการคำนวณแล้วเราจะเห็นภาพพอร์ตการลงทุนที่เราต้องจัดมากขึ้น

ที่นี้พอเราคำนวณแล้วสมมติว่าเรามีเป้าหมายอยู่ที่ต้องการเก็บเงิน 1,000,000 บาทภายใน 5 ปี แล้วตอนนี้เราเก็บเงินได้เดือนละ 15,000 บาท นั้นหมายความว่าเรามีเวลาเก็บเงิน 60 เดือนแปลว่าเราต้องเก็บเงินได้ทั้งหมด 15,000 x 60 เดือนจะได้เท่ากับ 900,000 บาท แปลว่าเราจะมีเงินไม่ถึง 1,000,000 บาท เราต้องลงนำเงินไปหาผลประโยชน์มากขึ้น ถ้าเราลองเอาตัวเลขไปใส่ในเครื่องคิดเลขทางการเงินเราจะเห็นว่าเราจะต้องลงทุนให้ได้ปีละ 4.22%

แล้วพอเราได้แล้วว่าเราต้องลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเท่าไหร่เราก็จะสามารถจัดพอร์ตการลงทุนได้แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเวลาที่วางแผนทางการเงินหลายๆ ครั้งเกิดความ “ไม่สมเหตุสมผล” ของตัวเลขขึ้นมาเช่นอยากมีเงินเก็บ 1,000,000 บาทภายใน 1 ปี แต่เราเก็บเงินได้แค่เดือนละ 10,000 บาทแบบนี้ แล้วถ้าเราเอาไปใส่เครื่องคิดเลขทางการเงินผลจะออกมาว่า เราจะต้องนำเงินไปลงทุนให้ได้ 416.52% ต่อปี ซึ่งบอกได้เลยว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

istock-502666882-edit

เพราะถ้าจะให้แนะนำผลตอบแทนจากการลงทุนที่สมเหตุสมผลจริงๆ ผลตอบแทนไม่ควรเกินปีละ 8% จะดีที่สุดเพราะเป็นผลตอบแทนที่เรายังสามารถหาได้และมีโอกาสเป็นไปได้สูง แต่ถ้าเราใช้ผลตอบแทนเท่ากับ 8% แล้วล่ะก็ ส่วนตัวจะแนะนำว่าต้องเป็นเป้าหมายการเงินที่ระยะเวลา 7 ปีขึ้นไปก็จะมีโอกาสสำเร็จตามเป้าหมายมากขึ้น ถ้าเป้าหมายเรามีระยะเวลาที่สั้นกว่านั้นแนะนำว่าให้ใช้ผลตอบแทนที่ต่ำลง

หรือวิธีทางแก้อีกวีธีนึงก็คืออาจจะ “ยืดระยะเวลา” ให้ยาวมากขึ้นหรือไม่ก็ลดเป้าหมายการเงินของเราอาจจะจาก 1,000,000 บาทเหลือ 800,000 บาทเป็นต้น เราก็สามารถลองคำนวณจากเครื่องเลขทางการเงินได้เลย

หลังจากที่เรารู้แล้วว่าผลตอบแทนที่เราต้องการคือเท่าไหร่ เราก็นำผลตอบแทนนั้นมาจัดพอร์ตการลงทุนได้เลย โดยอัตราผลตอบแทนที่ส่วนตัวแนะนำก็คือ

1. การลงทุนในหุ้นผ่านกองทุนรวมแนะนำให้ใช้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 10% ต่อปี
2. การลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมแนะนำให้ใช้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 3% ต่อปี

***ทั้งหมดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยในอดีต ไม่ได้หมายความถึงว่าอนาคตเราจะได้แบบนี้นะครับ***



เรามาดูตัวอย่างกันก็คือเราต้องการผลตอบแทนที่ 6.5% นั่นหมายความเราก็จะต้องลงทุนในหุ้น 50% และตราสารหนี้ 50% นั่นเองก็จะได้ 0.5 x 3% + 0.5 x 10% จะได้เท่ากับ 6.5% จะเห็นได้ว่า” ผลตอบแทนที่เราต้องการ” จะเป็นตัวกำหนดพอร์ตการลงทุนของเรา ส่วนเหลือว่าเราจะเลือก “กองทุนรวม” อันไหนดีแนะนำว่าให้ลองอ่านตามลิงก์นี้ดูนะครับ https://daily.rabbit.co.th/5-ขั้นตอน-เลือก-กองทุนรวม/

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon