จุดจบสุดท้ายของเหล่านักปีนเขา ณ เอเวอร์เรสต์

posted: 2 years ago
9,469 views
จุดจบสุดท้ายของเหล่านักปีนเขา ณ เอเวอร์เรสต์

comments

เอเวอร์เรสต์-feature

ใครๆ ต่างก็รู้จักยอดเขา เอเวอร์เรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก เป็นอย่างดี  แน่นอนว่ายอดเขาแห่งนี้ถูกขึ้นลิสต์อันดับต้นๆ ที่เหล่านักปีนเขาปรารถนาที่จะพิชิตให้ได้สักครั้งในชีวิต  แต่คุณรู้หรือไม่ !? ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถไปถึงฝั่งฝันเหล่านั้นได้ !

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: การถ่ายภาพแต่งงานสุดหวาดเสียวริมหน้าผางานนี้เสียวได้ใจ!!! ผูกเปลข้ามผานอนรับลมเรียงกันเพื่อสันติภาพ

Viriyah Insurance

1. 200 กว่าชีวิตสู่เส้นทาง เอเวอร์เรสต์

ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน มีคนมากกว่า 200 คน ที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับความพยายามที่จะพิชิตยอดเขาแห่งนี้  สาเหตุการตาย นั้นมีมากมาย ทั้งอากาศบนยอดเขา การตกเขา รอยแยกของน้ำแข็งแบบเฉียบพลัน ช็อคจากการที่มีอ๊อกซิเจนน้อยเกินไป หิมะถล่ม หรือแม้แต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ในทุกนาที

บางครั้งการเสียชีวิตเนื่องจากการตกจากที่สูง จะไม่สามารถพบเห็นหรือหาพบได้ ร่างเหล่านั้นอาจไปติดอยู่ที่แง่งหินแล้วมีหิมะมาปลกคลุมทับไว้ๆ ไม่มีใครเห็นอีกตลอดกาล

และสิ่งที่อันตรายที่สุด บนเส้นทางสู่ยอดเขานั้น คือ ลมที่พัดแรงราวกับเฮอริเคน มันสามารถพัดนักปีนเขาให้ร่วงลงสู่เหวข้างล่างได้อย่างง่ายดาย  นอกจากนี้ อ๊อกซิเจนที่ต่ำลงนั่น จะทำให้นักใต่เขาเริ่มหายใจลำบาก ส่งผลให้อากาศไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ที่น่ากลัวที่สุดคือ ช่วงเวลานอนหลับ ที่ปฏิกริยาของร่างกายจะค่อยๆ ช้าลง จนในที่สุด คุณก็อาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

เส้นทางสู่ยอดเขา เอเวอร์เรตส์
เส้นทางสู่ยอดเขาเอเวอร์เรตส์

2. ร่างอันนอนสงบนิ่ง ณ 29,000 ฟุต

ในความสูงระดับ 29,000 ฟุต นั้น คุณจะได้พบกับเหล่าร่างไร้วิญญาณในสภาพสมบูรณ์ ซึ่งนักปีนเขาทั้งหลายถือว่าเป็นเครื่องเตือนความจำได้ดี และการระวังในแต่ละจุดได้เป็นอย่างดี

ส่วนสาเหตุที่ศพส่วนมากมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์นั้น เพราะอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น และมีหิมะปกคลุมคอยช่วยรักษาสภาพศพอยู่ตลอดเวลา  บางครั้ง แม้เสื้อผ้าขาดวิ่นจบแทบเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่แดดและลมก็จะทำให้ศพแห้ง เป็นผลให้ไม่เน่าเปื่อยคล้ายกับมัมมี่โดยธรรมชาติ

นักปีนเขาทุกคนอยู่ในสภาวะที่ทุกย่างก้าวคือการต่อสู้  การช่วยชีวิตคนที่ตายหรือกำลังจะตายนั้น อาจจะทำได้บ้าง แต่ต้องยอมรับว่า หลายครั้งที่คุณไม่อาจช่วยเขาได้ และดันทุรังต่อไป รายต่อไปที่เสียชีวิตก็คือตัวคุณเอง!!!  

ทันทีที่ความตายมาเยือน ขอให้รับรู้ไว้เลยว่า การกู้ศพถือเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก  ร่างคนตายจะกลายเป็นหนึ่งในภูมิประเทศ และกลายเป็นจุดสนใจ จุดเตือนภัยให้แก่คนรุ่นหลังที่ผ่านไป

เอเวอร์เรสต์ บางครั้ง ศพก็อาจจะอยู่ในที่ๆ กู้ได้ยาก
บางครั้ง ศพก็อาจจะอยู่ในที่ๆ กู้ได้ยาก

 

Dhiphaya Insurance

 

3. เครื่องหมายเตือนใจแก่คนยุคหลัง

200 กว่าชีวิต ณ ยอดเขา เอเวอร์เรสต์ นั้น แม้ดูผิวเผินอาจจะเป็นอุปสรรคระหว่างการเดินทางที่เหล่านักปีนเขาทั้งหลายทั้งหลาย  แต่ในอีกแง่หนึ่ง ร่างเหล่านั้นกลายเป็นเครื่องเตือนใจให้ระวังในจุดต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น หิมะถล่ม การพลัดตกเขา หรือสถานที่เย็นจัดที่ทำให้คุณไม่ตื่นไปตลอดกาล

ทั้งนี้ ร่างเหล่านั้นยังสามารถใช้เพื่อวัดระดับความสูงได้อีกด้วย อย่าง ศพนามว่า “Green Boots”  เขาคือนักปีนเขาชาวอินเดีย ผู้เสียชีวิตในปี 1996 ซึ่งนอนอยู่ใกล้กับถ้ำที่นักปีนเขาทุกคนต้อนผ่านเพื่อไปสู่ยอดเขา ตอนนี้ร่างของกรีนบู๊ต ถูกใช้เป็นจุดวัดระดับของนักปีนเขารุ่นหลังว่า พวกเขาอยู่ห่างจากยอดเท่าใด

เอเวอร์เรสต์ เส้นทางหฤโหด
เส้นทางหฤโหดของยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกนี้ แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีดีๆ ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว แต่ผู้ปีนก็ต้องเตรียมพร้อมร่างกายนานถึง 5 ปี

4. ทำไมถึงไม่นำศพกลับมา ???

อาจจะมีหลายคนสงสัยอยู่ไม่น้อย เหตุใดจึงไม่มีการนำศพนักปีนเขาเหล่านั้นลงมานั้น เรื่องนี้ เรามีคำตอบให้ง่ายๆ โดยมีสาเหตุเนื่องมาจาก

  1. รัฐบาลเนปาลกล่าวแล้วว่า ผู้ใดก็ตาม หากต้องการพิชิตยอดเขา เอเวอเรสต์ ต้องทำการยอมรับสภาพว่า ได้เลือกแล้วที่เผชิญสิ่งต่างๆ และพร้อมเสมอหากต้องจบชีวิตอยู่บนนั้น โดยไม่มีการกู้ศพลงมา
  1. บรรยากาศบนเทือกเขาหิมาลัย ไปจนกระทั่งยอดเขาเอเวอร์เรสต์นั่น สภาพอากาศหนาวมหาโหด ประกอบกับปริมาณอ๊อกซิเจนที่ไม่เพียงต่อการใช้หายใจของมนุษย์ ทำให้การเคลื่อนย้ายศพจากเทือกเขาลงมา นอกจากจะทำได้ลำบากแล้ว อาจทำให้ศพพองขึ้น เนื่องจากตัวศพมาเจอสภาพอากาศอุ่นขึ้น ณ พื้นที่เบื้องล่าง
เอเวอร์เรสต์ หมออีฟ มาริสา
หากทุกคนยังจำได้ หมออีฟ มาริสา คือหนึ่งในคนไทยที่เสียชีวิต ณ ยอดเขาเอเวอร์เรตส์ เนื่องจากหิมะถล่ม เมื่อช่วงต้นปี 2558 ที่ผ่านมา
  1. บางคนเชื่อว่า พวกเขาได้เตรียมใจพร้อมแล้ว และการปล่อยให้ศพนอนสงบอยู่ตามแนวยอดเขาที่นักปีนเขาเหล่านั้นรัก ถือเป็นที่เรื่องที่ดีกว่า
  1. สุดท้ายแล้ว หากต้องการเคลื่อนย้ายศพนักปีนเขาลงมาจริงๆ เครือญาติของนักปีนเขาจะต้องยอมจ่ายงบประมาณเพื่อลำเลียงศพลงมาเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท (โดยประมาณหรืออาจสูงกว่านั้น) เพื่อใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ และตู้แช่แข็งเก็บศพ รวมถึงประกันวิบัติภัยต่อผู้ทำการลำเลียงนำศพลงอีกด้วย

R.I.P. ทั้ง 200 กว่าชีวิต ที่หลับบนยอดเขาเอเวอร์เรตส์


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon