ชั่วโมงทำงานจากทั่วโลก หรือ Work-Life balance จะไม่มีอยู่จริง?

posted: 2 years ago
ชั่วโมงทำงานจากทั่วโลก หรือ Work-Life balance จะไม่มีอยู่จริง?

comments

ปัจจุบันนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง คุณก็จะถูกกดดันเรื่องเวลาอยู่ตลอดเวลา คุณต้องทำอย่างให้เสร็ และต้องรีบอยู่เสมอ และในท้ายที่สุด คุณต้องดิ้นรนอยู่เสมอ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างหน้าที่การทำงานของคุณ และชีวิตส่วนตัวและครอบครัวของคุณ คุณเคยคิดรึเปล่าว่า วันหนึ่งๆ ในความเป็นจริงแล้วคุณต้องทำงานทั้งหมดกี่โมง แล้วคุณมีเวลาให้กับตัวเองและครอบครัวของคุณกี่ชั่วโมง work-life balance คือสิ่งที่คนทำงานยุคใหม่พูดถึงอยู่เสมอ แต่คุณทำมันได้จริงหรือเปล่า และคนอื่นล่ะ เขาทำได้กันรึเปล่า

ในหลายๆ ประเทศ เรื่องชั่วโมงทำงานนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าควรมีช่วงเวลานานแค่ไหน บางกลุ่มก็บอกว่าการทำงานวันละ 5 ชั่วโมงจะทำให้การทำงานของพนักงานมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่บางกลุ่มก็เน้นไปที่เรื่องการจัดการเวลา เช่น เน้นกลวิธีและกลยุทธ์ต่างๆ เช่น การจัดการอีเมล เพื่อให้สามารถทำงานได้เร็วขึ้น เพื่อที่จะได้มีเวลาหลังเลิกงานเพื่อไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้มากขึ้น

ชั่วโมงทำงานทั่วโลก-2
work-life balance คือสิ่งที่คนทำงานยุคใหม่พูดถึงอยู่เสมอ แต่คุณทำมันได้จริงหรือเปล่า

รายงาน Nine Facts About American Families and Work จากทำเนียบขาวของสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนมิถุนายน 2014 เปิดเผยว่า ชาวอเมริกันกว่า 46% ระบุว่า หน้าที่การงานของพวกเขาได้เข้ามารบกวนชีวิตครอบครัว “บางครั้งหรือบ่อยครั้ง” ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจาก 41% ในปี 2002

สถานการณ์เดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรอีกด้วย ผลการสำรวจจากสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติได้เปิดเผยว่า 1 ใน 3 ของชาวสหราชอาณาจักรไม่พอใจกับเวลาที่พวกเขาต้องทุ่มเทให้กับการทำงาน โดยพนักงานกว่า 40% บอกว่า พวกเขาถูกบังคับให้ต้องละเลยชีวิตในด้านอื่นๆ ของตัวเองไปเพราะการทำงาน

ชั่วโมงทำงานทั่วโลก (4)
ชาวอเมริกันกว่า 46% ระบุว่า งานรบกวนชีวิตครอบครัวบ่อยครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ที่จริงแล้ว ชั่วโมงทำงานโดยเฉลี่ยของประเทศในกลุ่มสหราชอาณาจักร น้อยกว่าชั่วโมงทำงานเฉลี่ยของโลกทุกปี ในขณะที่ชั่วโมงทำงานเฉลี่ยของสหรัฐอเมริกานั้นอยู่เกินค่าเฉลี่ย แต่ทั้ง 2 แห่งก็มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยที่ต่ำว่าของประเทศเม็กซิโก กรีซ และชิลี

และนี่คือข้อมูลในเชิงสถิติของ “ดัชนีบ่งชี้ชีวิตที่มีความสุข” จาก Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) ที่แสดงให้เห็นว่า คนในแต่ละประเทศทั่วโลกทำงานกันนานกี่ชั่วโมง และคนในประเทศนั้นๆ มีอัตราส่วนความพึงพอใจในชีวิตมากแค่ไหน โดยประเทศที่มีชั่วโมงงานเฉลี่ยนานที่สุด 10 ประเทศแรกก็คือ

ชั่วโมงทำงานทั่วโลก-6
ชั่วโมงทำงานเฉลี่ยของประเทศในกลุ่มสหราชอาณาจักร น้อยกว่าชั่วโมงทำงานเฉลี่ยของโลก

1. เม็กซิโก

มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อปี 2,226 ชั่วโมง และประชากรมีความพึงพอใจในชีวิต 82%

2. เกาหลีใต้

มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อปี 2,090 ชั่วโมง และประชากรมีความพึงพอใจในชีวิต 75%

3. กรีซ

มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อปี 2,034 ชั่วโมง และประชากรมีความพึงพอใจในชีวิต 52%

4. ชิลี

มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อปี 2,029 ชั่วโมง และประชากรมีความพึงพอใจในชีวิต 74%

5. รัสเซีย

มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อปี 1,982 ชั่วโมง และประชากรมีความพึงพอใจในชีวิต 73%

ชั่วโมงทำงานทั่วโลก (3)
เม็กซิโก เป็นประเทศที่มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยสูงสุด 2,226 ชั่วโมงต่อปี

6. โปแลนด์

มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อปี 1,929 ชั่วโมง และประชากรมีความพึงพอใจในชีวิต 76%

7. อิสราเอล

มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อปี 1,910 ชั่วโมง และประชากรมีความพึงพอใจในชีวิต 65%

8. เอสโตเนีย

มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อปี 1,889 ชั่วโมง และประชากรมีความพึงพอใจในชีวิต 74%

9. ฮังการี

มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อปี 1,888 ชั่วโมง และประชากรมีความพึงพอใจในชีวิต 67%

10. ตุรกี

มีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อปี 1,855 ชั่วโมง และประชากรมีความพึงพอใจในชีวิต 61%

ชั่วโมงทำงานทั่วโลก-7
work-life balance คือ การรู้เวลาที่แท้จริงที่เราใช้ไปในที่ทำงาน

ในมุมหนึ่ง work-life balance คือ การรู้เวลาที่แท้จริงที่เราใช้ไปในที่ทำงาน และมีหลักฐานยืนยันที่ชัดเจนว่า การทำงานนานๆ มักส่งผลเสียต่อสุขภาพ ส่งผลให้มีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัย และยังเป็นการเพิ่มความเครียดอีกด้วย หากคุณมีปัญหาเรื่องการรักษา work-life balance ของคุณ นี่คือข้อแนะนำที่คุณควรลองทำดู เพื่อให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

1. ยึดเอา work-life balance เป็นความรับผิดชอบส่วนตัวของคุณ

พูดออกมา เมื่อมีความคาดหวังจากงานและการเริ่มเรียกร้องที่มากจนเกินไป

2. พยายามทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ทำนานให้นาน

ตั้งเวลากำจัดการทำงานของคุณในงานๆ หนึ่ง และไม่ใช้เวลากับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเกินไปจนส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ (เช่น การประชุมที่ยืดเยื้อ)

3. มีช่วงพักที่เหมาะสมระหว่างการทำงาน

อย่างน้อยก็พักเที่ยงสักครั้งชั่วโมง และเดินออกไปจากที่ทำงานของคุณซะถ้าทำได้

ชั่วโมงทำงานทั่วโลก-1
ไม่ใช้เวลากับงานใดงานหนึ่งนานจนส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน

4. ขีดเส้นกั้นระหว่างงานกับการพักผ่อน

ถ้าคุณต้องเอางานกลับไปทำที่บ้าน ก็ให้ทำงานนั้นให้เสร็จในพื้นที่ที่จัดให้เพื่อการทำงานโดยเฉพาะ ที่ๆ คุณจะสามารถเดินจากมาได้เมื่อทำงานเสร็จแล้ว

5. เข้าใจว่าความเครียดที่มาจากการทำงานและสุขภาพจิตมีความเกี่ยวข้องกัน

พยายามลดความเครียดด้วยการออกกำลังกาย ผ่อนคลาย หรือทำงานอดิเรก

6. นับชั่วโมงทำงานของคุณ

นับชั่วโมงทำงานในแต่ละสัปดาห์หรือเดือน แทนที่จะนับเป็นรายวัน และจดบันทึกเวลาที่คุณหมดไปกับความกังวลและความเครียดที่มาจากเรื่องงานด้วย ทั้งหมดนี้เป็นความเครียดที่มาจากการทำงาน ลองพูดคุยเรื่อง work-life balance กับเพื่อนร่วมงานของคุณ และถ้าเป็นไปได้ก็นำเรื่องนี้ไปคุยกับผู้จัดการหรือหัวหน้างานของคุณด้วย ยิ่งสามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ชัดเจนมากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นเท่านั้น

หากคุณต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น และมีความสุขในชีวิตมากขึ้นไปพร้อมๆ กับการทำงาน คุณอาจจะอยากนำเทคนิคสร้างสมดุลเรื่องทำงานกับพักผ่อนไปปรับใช้ในชีวิตจริง หรือลองดูว่าคนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่ขึ้นชื่อว่าประชากรมีความสุขที่สุดในโลกเหล่านี้ใช้ชีวิตกันอย่างไร และลองนำวิถีชีวิตของพวกเขามาปรับให้เข้ากับตัวเองดูบ้าง เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีใครอยากทำงานหนักจนตายหรอก จริงมั้ย


avatar
by กาแฟเย็นไม่ใส่น้ำแข็ง
สิ่งมีชีวิตเหนือความเข้าใจมนุษย์(?)ที่ชอบขลุกอยู่กับตัวหนังสือ หมาแมว และสัตว์ขนฟูไปวันๆ มากกว่าออกไปเจอคน นิยมวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แต่รักการนอนมากเกินไป เลยกลายเป็นสล็อตไลฟ์แทน พอมาอยู่กับกระต่ายเลยรักกาแฟดาวมาก เอิ้นหาน้องดาวตลอดเวลา #มันดีจริงนะเธอว์ #สล็อตยังตื่นนอน #ไม่ #ฉันไม่ได้ค่าโฆษณา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon