ล้มเหลวมาก่อนทั้งนั้น! 5 เรื่องราวของคนดังที่จะปลุกไฟให้คุณในวันที่ท้อแท้

posted: 7 months ago
ล้มเหลวมาก่อนทั้งนั้น! 5 เรื่องราวของคนดังที่จะปลุกไฟให้คุณในวันที่ท้อแท้

comments

“กว่าจะประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ” คนดังที่กลายเป็นต้นแบบความสำเร็จต่างก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคและต้องก้าวผ่านความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะมายืนในจุดที่สปอตไลท์ส่องลงมา หากใครที่กำลังรู้สึกท้อถอย หรือหมดกำลังใจจากเรื่องต่างๆ ล่ะก็ rabbit daily จะพาไปทำความรู้จักกับเรื่องราวชีวิตต้องสู้ของ 5 เรื่องราว ชีวิตคนดัง ต่อไปนี้ เผื่อว่าจะได้แรงบันดาลใจดีๆ นำกลับไปปรับใช้กับชีวิตนะ



อย่าเพิ่งท้อถ้ายังไม่อ่านเรื่องของ 5 คนดังสร้างแรงบันดาลใจ

1. ฌ็อง – โดมินิก โบบี้

ชีวิตคนดัง


ฌ็อง-ดอมีนิก โบบี คือชายชาวฝรั่งเศสที่เป็นแบบอย่างของนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ โดยเดิมทีโบบีมีอาชีพเป็นนักเขียนและบรรณาธิการของนิตยสาร ELLE แต่ต่อมาเมื่อเขาอายุได้ 43 ปี เส้นเลือดในสมองแตกและเป็นอัมพาตเกือบทั้งตัว หรืออยู่ในอาการ Locked-in Syndrome โดยสามารถเคลื่อนไหวศีรษะได้เพียงเล็กน้อยและกะพริบตาซ้ายได้ แม้จะมีขีดจำกัดทางร่างกาย แต่โบบีก็สร้างสรรค์หนังสือชิ้นเอกขึ้นมาชื่อเรื่อง ‘ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ’ (The Diving Bell and The Butterfly) วิธีการเขียนคือโบบี้แต่งเรื่องทั้งหมดไว้ในหัว ก่อนจะถ่ายทอดออกมาให้คนเขียนตามทีละตัวอักษร โดยจะมีชุดตัวอักษรให้โบบีดู คนเขียนก็จะชี้ตัวอักษรทีละตัว เมื่อถึงตัวอักษรที่เขาต้องการ เขาก็จะกะพริบตา ! ลองคิดดูว่ากว่าจะเขียนหนังสือทั้งเล่มเสร็จต้องใช้ความพยายามและต้องอดทนขนาดไหน

กล่าวได้ว่าหนังสือเรื่อง ‘ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ’ เป็นหนังสือเพียงเล่มเดียวในโลกที่ถูกเขียนขึ้นโดยใช้วิธีการกระพริบเปลือกตาข้างซ้าย และเขียนโดยมนุษย์ที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ หนังสือวางจำหน่ายในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2540 และขึ้นแท่นหนังสือขายดี และโบบีเสียชีวิตหลังจากหนังสือวางจำหน่ายเพียง 3 วัน

 

2. สตีเฟ่น ฮอร์คิง

ชีวิตคนดัง


โลกเพิ่งสูญเสีย ‘สตีเฟ่น ฮอว์กิง’ นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา นับว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของโลก ผลงานเด่นของฮอว์คิงคือหนังสือ ‘ประวัติย่อของกาลเวลา’ และทฤษฎีหลุมดำที่ได้รวมทฤษฎีสัมพัทธภาพและทฤษฎีควอนตัมเข้าด้วยกัน ขณะที่อายุได้ 22 ปี ฮอว์คิงได้รับวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทนำคำสั่งเสื่อม (ALS) ซึ่งส่งผลให้ต้องเป็นอัมพาตเกือบทั้งตัว ซึ่งแพทย์บอกว่าฮอว์คิงจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2-3 ปีเท่านั้น แต่ฮอว์คิงกลับมีชีวิตยืนยาวและเสียชีวิตตอนอายุ 76 ปี

ทั้งนี้ หลังจากที่ฮอว์คิงอัมพาตต้องนั่งบนรถวีลแชร์ไปตลอดชีวิตนั้น เขาก็ไม่ได้หมดกำลังใจลงแต่อย่างใด ทั้งยังบอกว่าชีวิตหลังจากอายุ 22 ปีคือกำไร เขายังไม่อยากเสียชีวิตเพราะยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำ ฮอว์คิงยังคงมุ่งมั่นค้นคว้าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์โดยรับตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เวลาที่จะพูดคุยเขาใช้เครื่องช่วยพูดที่ใช้นิ้วกดเลื่อนตัวอักษร แต่ต่อมาร่างกายอัมพาตมากกว่าเดิม เขาจึงต้องใช้เครื่อง Speech-generating device ที่ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการขยับของแก้มและตรวจจับคลื่นสมอง นอกจากนี้ฮอว์คิงยังขับวีลแชร์ไปสอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเองและยังเป็นคนที่มีอารมณ์ขันอีกด้วย


3. เจ. เค. โรว์ลิ่ง

ชีวิตคนดัง


ปัจจุบันนี้ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ขึ้นแท่นนักเขียนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก หลังจากประสบความสำเร็จจากวรรณกรรมเยาวชนขายดี ‘Harry Potter’ แต่ทราบหรือไม่ว่าเส้นทางนักเขียนก็ไม่ได้ราบรื่นและโรยด้วยกลีบดอกกุหลาบ เพราะก่อนหน้านี้เธอตกอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดในชีวิต หลังจากถูกไล่ออกจากงานและยังต้องมีปัญหาหย่าร้างกับสามี อาศัยอยู่ในแฟลตเล็กๆเท่านั้น แถมต่อมาคุณแม่ก๋เสียชีวิตอีก เจ.เค.โรว์ลิ่งใช้เงินเลี้ยงชีพจากรัฐบาลระหว่างหางานใหม่ โดยเธอมักจะพาลูกสาวนั่งรถเข็นและพาไปนั่งตามร้านคาเฟ่เพื่อเขียนหนังสือ จนกระทั่งเขียน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ สำเร็จ

แต่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จในทันที เพราะหลังจากเธอนำต้นฉบับไปเสนอให้สำนักพิมพ์ต่างๆ กลับถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธถึง 12 ด้วยเหตุผลที่ว่าเรื่องราวของโลกเวทมนตร์เพ้อฝัน ไม่มีใครเขาอ่านกันแล้ว ! จนกระทั้งทางสำนักพิมพ์โดย Bloomsbury ได้ตอบรับในที่สุด และ Harry Potter ก็ขึ้นแท่นวรรณกรรมขายดีที่สร้างแรงบันดาลใจดีๆให้เยาวชนทั่วโลกจนได้


4. วอลท์ ดิสนีย์

ชีวิตคนดัง


ทุกวันนี้ Walt Disney ถูกรู้จักในฐานะสตูดิโอการ์ตูนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในโลก ซึ่งได้สร้างจินตนาการและเติมเต็มความฝันให้เด็กๆทั่วโลก แต่ก่อนที่จะประสบความสำเร็จเช่นนี้ นายวอล์ท อีเลียส ดิสนีย์ ผู้ให้กำเนิด Walt Disney ต้องพบกับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเคยถูกไล่ออกจากงานหนังสือพิมพ์ Kansas City Star เนื่องจากทางบริษัทมองว่านายดิสนีย์นั้น “ไร้ไอเดียและไม่มีความคิดสร้างสรรค์” ทำให้ดิสนีย์ต้องตกงานและอีก 2 ปีต่อมาเขาก็เปิดบริษัทแอนิเมชั่นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า Laugh-O-Gram Films แต่ก็ยังพบกับความล้มเหลว

จนกระทั่งดิสนีย์ตัดสินใจใช้เงินก้อนสุดท้ายเดินทางไปเสนอผลงานการ์ตูน ‘มิกกี้เมาส์’ ให้ Universal Studio แต่ก็ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผล “หนูนั้นน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็กผู้หญิง” แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาย่อท้อ เพราะเขายังเวลาอีกกว่า 10 ปีทำงานพิสูจน์ตนเองจนกระทั้งในปี 1996 บริษัท Walt Disney ก็สามารถซื้อกิจการของสื่ออย่าง ABC ได้ ซึ่ง ABC ก็คือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ Kansas City Star ที่เคยไล่เขาออกจากงานด้วยเหตุผล “ไร้ความคิดสร้างสรรค์” นั่นเอง



5. สตีเว่น สปีลเบิร์ก

ชีวิตคนดัง


คอหนังคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ‘สตีเวน สปีลเบิร์ก’ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลกที่เคยคว้าออสการ์มาแล้ว 3 ครั้ง เจ้าของผลงานภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Schindler’s List, Saving Private Ryan และอีกมากมาย แต่กว่าที่ลุงสปีลเบิร์กจะมาถึงจุดนี้ได้นั้นต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายและเคยล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง ใครจะไปคิดว่าระดับผู้กำกับยอดฝีมือเคยถูกมหาวิทยาลัย University of Southern California School of Theater, Film and Television ปฏิเสธการรับเข้าเรียนถึง 3 ครั้ง ทำให้ต้องไปเข้าเรียนที่อื่น

โดยระหว่างเรียนก็มุ่งมั่นอยากเป็นผู้กำกับถึงกับต้องเรียนไปด้วยและไปขอติดสอยห้อยตามทีมงานกองถ่ายภาพยนตร์ และตัดสินใจไม่เรียนต่อเพื่อมาสานฝันบนเส้นทางผู้กำกับ โดยในช่วงแรกๆที่ทำหนังไปเสนอค่ายต่างๆนั้นกลับถูกปฏิเสธหลายต่อหลายครั้ง แต่สปีลเบิร์กก็ไม่ล้มเลิกความพยายาม จนได้เป็นผู้กำกับสมใจและมีผลงานอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัย University of Southern California ที่เคยไม่รับเขาเข้าเรียนในทีแรก ยังได้มอบปริญญากิตติมศักดิ์ด้านภาพยนตร์ให้แก่สตีเว่น สปีลเบิร์กในปี 1994


นี่เป็นเพียงตัวอย่างเรื่องราวการสู้ชีวิตของ 5 คนดังที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ซึ่งกว่าจะมีวันนี้ ทุกคนต่างต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย อีกทั้งยังล้มเหลวอีกนับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือ การอดทนและไม่ยอมแพ้ เพราฉะนั้นใครที่กำลังท้อแท้อยู่ก็ให้นำเรื่องราวของพวกเขาเหล่านี้มาเป็นแรงบันดาลใจเนอะ ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็สามารถคว้ามาได้หากเราไม่ยอมแพ้ 


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon