‘I Hate You I Love You’ ฉีกกรอบซีรีส์ไทย เมื่อผู้ชมไม่ได้สนิทกับตัวละครอีกต่อไป

posted: 2 years ago
2,412 views
‘I Hate You I Love You’ ฉีกกรอบซีรีส์ไทย เมื่อผู้ชมไม่ได้สนิทกับตัวละครอีกต่อไป

comments

“ใครฆ่านานะ…?” กลายเป็นประโยคสุดฮิตเพียงชั่วข้ามคืน หลังจากซีรีส์ใหม่กระแสปังของค่ายนาดาวบางกอกเรื่อง ‘I Hate You, I Love You’ ออกอากาศตอนแรกผ่านทางแอปพลิเคชั่น Line TV จุดกระแสดึงดูดให้นักเผือก เอ๊ย ! นักสืบโคนันที่แฝงตัวอยู่ในวงการต่างๆ ทั่วประเทศไทยออกมาไขปริศนาคดีในครั้งนี้ จนทำให้แฮชแท็ก #HateLoveSeries ขึ้นเป็นแฮชแท็กยอดนิยมอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ เรียกได้ว่ากระแสตอบรับในโลกออนไลน์ดีเกินคาด จนทำให้หลายๆ คนที่ไม่ได้ชมซีรีส์เรื่องนี้ ต้องไปหามาชมกันเพื่อหวังพิสูจน์เสียงลือเสียงเล่าอ้างและหวังจะเข้าร่วมทีมนักสืบออนไลน์เพราะบางทีอาจจะได้เป็นผู้ไขปริศนา “ใครฆ่านานะ…?” ได้สำเร็จก็ได้นะ 

Nana


Rabbit Daily จะชวนเพื่อนๆ มาครุ่นคิดกันดูสิว่า ทำไม ‘I Hate You, I Love You’ ถึงกลายเป็นซีรีส์ที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดในขณะนี้ ซีรีส์เรื่องนี้มีวิธีการนำเสนออย่างไรในการดึงดูดผู้ชมให้เฝ้าติดตามชมตอนต่อไปอย่างใกล้ชิด และ ‘เรา’ ในฐานะผู้ชมจะได้อะไรจากการชมซีรีส์เรื่องนี้บ้าง ? งั้นเรามาติดตาม 5 มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้กันเลย !


1.เปิดตัว ‘I Hate You, I Love You’

Capture

q9_75

ซีรีส์เรื่องนี้นับว่าเป็นซีรีส์เรื่องแรกของค่ายนาดาวบางกอกภายใต้สังกัดของ GDH หลังจากเคยสร้างปรากฏการณ์ฮอร์โมนส์พลุ่งพล่านทั่วประเทศมาแล้วกับซีรีส์ชุด ‘ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น’ โดยการกลับมาประกาศศักดาในโหมดซีรีส์ของทาง GDH ในครั้งนี้นับว่าเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก ‘I Hate You, I Love You’ คือเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นตัวละครหลัก 5 คน ซึ่งประกอบด้วย ‘นานะ’ สาวมั่น ตรงไปตรงมา  ‘ซอล’ สาวหวานเพื่อนในกลุ่มนานะ  ‘ไทเกอร์’ แฟนหนุ่มของนานะ  ‘ไอ่’ หนุ่มที่เหมือนจะหลงรักซอลและ ‘โจ’ เด็กหนุ่มอาชีพขายบริการ

พี่ย้ง-ทรงยศ
ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์

ทั้งนี้ ตัวละครทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงเวลาคืนวันพุธจนถึงเช้าวันจันทร์ สิ่งที่สร้างเสียงฮือฮาคือเปิดมาตอนแรกก็ดำเนินเรื่องมาถึงจุดไคลแมกซ์เลยคือ มีตัวละครหลักตัวหนึ่งเสียชีวิต (หลายคนน่าจะทราบกันดีแล้วว่าคือใคร ?) กลายเป็นซีรีส์แนวพิศวาสฆาตกรรมที่ทำให้ผู้ชมกระหายจะติดตามชมตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ จนทำให้ทีมเขียนบทของซีรีส์เรื่องนี้ได้รับฉายาว่า ‘ทีมเขียนบทโรคจิต’ ภายใต้ฝีมือการกำกับของ ‘ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์’ ที่ได้ทีมงานจากซีรีส์ฮอร์โมนฯ มาช่วยกำกับเพื่อคุมโทนความเรียลและความแรงสะท้านทรวงสั่นสะเทือนวงการซีรีส์ไทย


2.วิธีการเล่าเรื่องอันชาญฉลาด

77-3

หลังจาก EP.1 ที่มีชื่อตอนว่า ‘นานะ’ ออกอากาศไป ผู้ชมก็รู้สึกว่าตัวเองแทบไม่รู้รายละเอียดของตัวละครคนอื่นๆ เลย เนื่องจากเรื่องราวของตอนแรกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดในมุมมองของนานะเพียงคนเดียว ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ชมอยากติดตามชมตอนต่อไปเพื่อที่จะได้เข้าใจมุมมองของตัวละครตัวอื่นๆ มากขึ้น และได้นำเหตุการณ์ทั้งหมดมาปะติดปะต่อให้กระจ่างใจ ทำให้ก่อนที่ EP.2 ‘โจ’ จะมาถึง เหล่านักสืบในโลกออนไลน์ก็ออกมาตั้งสมมติฐานและวิเคราะห์เจาะลึกปมของตัวละครเสมือนว่าได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่ไขคดีปริศนาโดยเฉพาะ

Capture

มีการคาดเดาถึงความเป็นไปได้ของตอนต่อไปว่าจะเป็นเรื่องราวของใคร และมีนักสืบรายหนึ่งตั้งสมมติฐานว่าปมเรื่องราวทั้งหมดจะถูกบอกเล่าผ่านมุมมองของนานะ – โจ – ไทเกอร์ – ซอล และปิดท้ายที่ไอ่ โดยอ้างอิงจากภาพโปรโมทซีรีส์ ที่ตัวละคร ‘นานะ’ เป็นคนเริ่มชี้นิ้วไปที่โจ หลังจากนั้นโจก็มองไทเกอร์ ไทเกอร์มองซอล ซอลมองไอ่ และไอ่ซึ่งเป็นตัวละครที่เปิดเผยข้อมูลน้อยที่สุดก็มองไปยังนานะ หลายๆ คนจึงตั้งข้อสงสัยว่า ‘ไอ่’ จะเป็นตัวละครที่เป็นกุญแจสำคัญในการเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด

Twitter : oh_mygods
Twitter : oh_mygods

นอกจากนี้โคนันทั้งหลายก็ยังตามไปชมคลิปวิดิโอแนะนำตัวละครว่าลักษณะแสง สี และเงาที่ฉาบลงบนใบหน้าของแต่ละคนนั้น ต้องแฝงข้อมูลอะไรไว้แน่ๆ เช่น แสงสีน้ำเงินและแดงผสมกันจะกลายเป็นสีม่วง ซึ่งอาจมีตัวละครตัวใดตัวหนึ่งเป็นเกย์ หรือตัวละครที่มีเงาดำคาดตาก็อาจหมายถึงคนที่ทำความผิด ยังจ้ะ ! ยังไม่พอ เหล่าโคนันยังไปชมมิวสิกวิดิโอเพลง ‘คราม’ และวิเคราะห์สีหน้าและอารมณ์ของตัวละครไปต่างๆ นานา

“…ลึกลงเท่าไรก็ยิ่งมืดมน  ค้นไปเท่าไรก็ยิ่งสับสน  ส่วนลึกในใจคน ใครจะรู้จริง…”

นี่ยังไม่นับกระแสสมมติฐานอื่นๆ ในโลกออนไลน์นะ เรียกได้ว่าซีรีส์ I Hate You, I Love You ประสบความสำเร็จอย่างมากในการดึงดูดให้ผู้ชมติดตาม แม้จะออกอากาศเพียงไม่กี่ตอนเท่านั้น เพียงแค่นำวิธีการเล่าเรื่องผ่านตัวละครทีละตัวออกมานำเสนอ ซึ่งนับว่าเป็นมิติใหม่ๆ ของซีรีส์ไทย ลองไปดูตัวอย่างการสมมติฐานของเหล่านักสืบในโลกออนไลน์กัน (เน้นว่าสมมติฐานนะ!)

852 14390719_1106604819428816_1998008636191630124_n

14495267_1108340825921882_1772493273639715646_n


3.ฉีกกรอบซีรีส์ไทย…เมื่อผู้ชมไม่สนิทกับตัวละครอีกต่อไป

74-4

“ที่ผ่านมาคนดูหลายคนมองว่าเป็นซีรีส์วัยรุ่นแรงๆ แต่กลายเป็นว่าคนดูรู้ดีทุกอย่าง
ผมอยากพาคนดูกลับไปเป็นคนดูปกติ” -บทสัมภาษณ์ย้ง – ทรงยศ : คมชัดลึก

ปกติในการชมซีรีส์หรือละครไทยทุกๆ เรื่อง ผู้ชมจะเป็นเหมือนผู้ควบคุมตัวละคร เพราะไม่ว่าตัวละครแต่ละตัวจะทำอะไรหรือแสดงออกแบบไหน เราจะรับรู้ถึงทุกซีนอารมณ์และความรู้สึก เช่น สมมติว่าเด็กหญิงกระต่ายโดนเพื่อนแกล้ง แม้ต่อหน้าทุกคนกระต่ายจะทำตัวเข้มแข็ง สีหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อกลับไปถึงบ้าน กล้องก็จะถ่ายให้ผู้ชมเห็นว่าเด็กหญิงกระต่ายวิ่งเข้าไปนั่งร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ นี่คือตัวอย่างที่บอกว่าผู้ชมจะรับรู้ถึงทุกความรู้สึกของตัวละคร ซึ่งการรับรู้แบบนี้จะทำให้ผู้ชมรู้สึกสนิทสนมกับตัวละคร เนื่องจากเข้าใจปูมหลังและวิธีคิดของตัวละคร เราสามารถตัดสินพฤติกรรมของตัวละครได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ชม

แต่สำหรับซีรีส์ I Hate You I Love You วิธีการเล่าเรื่องแบบเดิมกลับถูกแทนที่ด้วยวิธีเล่าเรื่องแบบใหม่ในวงการซีรีส์ไทย เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดดำเนินผ่านมุมมองของตัวละครที่ละตัว เหมือนกับกำลังทำให้ผู้ชมค่อยๆ ทำความรู้จักกับตัวละครทีละนิดทีละหน่อย ค่อยๆ พัฒนาความสนิทสนม กลายเป็นตัวละครคือผู้ที่ควบคุมผู้ชมโดยสมบูรณ์ ซึ่งนับว่าวิธีการเล่าเรื่องลักษณะนี้มีความใกล้เคียงกับปฏิสัมพันธ์ของคนเราในชีวิตประจำวัน ที่เราไม่สามารถจะรับรู้ถึงทุกอารมณ์และความรู้สึกของผู้คนที่เราพูดคุยหรือพบเจอ

14449796_644912995667878_303736342526236548_n

วิธีการเล่าเรื่องลักษณะนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ เนื่องจากในวงการซีรีส์และภาพยนตร์ต่างประเทศก็มีการหยิบยกเหตุการณ์มาเล่าผ่านมุมมองเช่นนี้ หากเพียงแต่ต้องยอมรับว่า I Hate You I Love You เป็นซีรีส์เรื่องแรกๆ ในไทยที่เลือกใช้การดำเนินเรื่องที่ไม่ยอมให้ผู้ชมเป็นผู้ควบคุมตัวละคร ซึ่งจะมีจุดเด่นตรงที่จะสามารถดึงดูดให้ผู้ชมเฝ้าติดตามซีรีส์แบบลุ้นๆ และนับว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ชมซีรีส์สัญชาติไทยอีกด้วย


4.เราต้องเรียนรู้ ‘วิธีการเข้าถึงความจริง’

76-4

“…ที่เธอเคยมองมันว่าดี เธอลองมองให้ดีๆ
ลองหยุดมองและลองคิดอีกที
ถ้าหากทุกสิ่งที่เห็น
ถ้าหากทั้งหมด นั้นเป็นภาพลวงตา…”

สิ่งที่ผู้ชมจะได้รับจากการชมซีรีส์แนวนี้ นอกเหนือจากความสนุกสนานของเนื้อเรื่องที่ชวนติดตามแล้ว ผู้ชมต้องเรียนรู้วิธีการเข้าถึงความจริงของเรื่องราวต่างๆ ซึ่งการเข้าถึงความจริงนั้นไม่จำเป็นว่าต้องมีวิธีเดียวเสมอไป เรามีวิธีการเข้าถึงความจริงได้หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งนั่นหมายความว่าการจะเข้าถึงแก่นแท้ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องรับรู้ผ่านมุมมองของตัวละครเพียงตัวเดียว เพราะตัวละครแต่ละตัวก็มีเรื่องเล่าที่แตกต่างกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดเราจึงไม่ควรเชื่อเรื่องราวต่างๆ โดยที่ยังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่ครอบคลุมทุกด้าน แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมว่าบางครั้งเราอาจไม่สามารถเข้าถึงความจริงที่สมบูรณ์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็สามารถเข้าใกล้เคียงความจริงมากที่สุดจากการวิเคราะห์ด้วยเหตุผล ซึ่งเชื่อว่าตัวละครทุกตัวในซีรีส์ก็จะนำผู้ชมไปถึงจุดไคลแมกซ์ที่ผู้ชมจะได้เรียนรู้ผ่านพฤติกรรมของตัวละคร

kl;'

อย่างที่เกริ่นไปว่าวิธีเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองตัวละครแต่ละตัวนั้น ในวงการซีรีส์และภาพยนตร์ต่างประเทศมีการนำเสนอลักษณะนี้มานานแล้ว เช่น ซีรีส์เรื่อง And Then There Were None (BBC-2015), ภาพยนตร์เรื่อง Identity (2003) และภาพยนตร์ญี่ปุ่นแนวลึกลับอาชญากรรมเรื่อง ‘ราโชมอน’ (1950) ของผู้กำกับอากิระ คุโระซะวะ ซึ่งกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของภาพยนตร์ไทยเรื่อง ‘อุโมงค์ผาเมือง’ (2011) ซึ่งเรื่องราวของซีรีส์และภาพยนตร์เหล่านี้เล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่แตกต่างกัน ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาแตกต่างกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ชวนติดตามและท้าทายให้ผู้ชมหาคำตอบ


5.ดูซีรีส์แนวนี้อย่างไร…ให้สนุกสนาน

14445954_644843072341537_2949047293524663378_n

แม้หลายๆ คนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับสไตล์การเล่าและดำเนินเรื่องลักษณะนี้ ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีๆ ที่ซีรีส์ I Hate You I Love You ได้ฉีกกรอบการสร้างซีรีส์ไทยแบบเดิมๆ ยกระดับไปอีกขั้น เพื่อเปิดประสบการณ์การรับชมซีรีส์แนวใหม่ที่จะท้าทายผู้สร้างและผู้ชมมากยิ่งขึ้น รวมทั้งท้าทายฝีมือของบรรดานักแสดงด้วย หากถามว่าจะรับชมซีรีส์แนวนี้อย่างไรให้สนุกสนาน อันดับแรกเลยก็ต้องรับชมผ่านอินเตอร์เน็ตที่ระดับความเร็วแบบไฮสปีดหน่อยละกัน ซีรีส์จะได้ไม่กระตุก เพราะซีรีส์เรื่องนี้เขาออกอากาศผ่านแอปพลิเคชั่น Line TV ซึ่งนับว่าเป็นอีกช่องทางใหม่ที่ต้องยอมรับว่ากำลังมาแรงในโลกยุคดิจิทัล เพราะผู้ชมเองก็อยากมองหาทางเลือกใหม่ๆ ในการเสพสื่อ นอกจากนี้แล้วคุณก็ต้อง ‘เปิดใจ’ ให้กับการรับชมเพื่อจะได้รับความบันเทิงและอรรถรสอย่างครบครัน


ขอขอบคุณภาพจาก Instagram : yongsongyos , Facebook : GDH


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon