บ้าน Vs. คอนโด ที่อยู่ครั้งนี้ ซื้ออะไรดีนะ? ยกที่ 2 บ้านในฝัน?

posted: 2 years ago
บ้าน Vs. คอนโด ที่อยู่ครั้งนี้ ซื้ออะไรดีนะ? ยกที่ 2 บ้านในฝัน?

comments

หลังจาก บทความในครั้งที่แล้ว เราได้ลองถามใจตัวเอง และค้นหาคำตอบจนรู้ได้ว่า แท้จริงแล้ว คุณชื่นชอบที่อยู่อาศัยแบบไหน มาวันนี้ เราจะพาคนรักบ้านไปเจาะลึกกันดูสิว่า ต้องทำอย่างไร การจะซื้อ ‘บ้าน’ ธรรมดาๆ จึงจะกลายเป็น ‘บ้านในฝัน’ ของคุณได้!

5 ลิสต์ต้องเช็ก กับการตามหาบ้านในฝัน

เมื่อตัดสินใจกันดิบดีแล้วว่า การซื้อบ้านนี้แหละ ที่สามารถตอบโจทย์ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ ของคุณได้มากที่สุด! อ๊ะๆ ไม่ต้องรีบร้อนกันไป ก่อนหน้าจะมองหาบ้าน เรามาเช็กลิสต์กันเสียหน่อยดีกว่า มีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมตัวในการเลือกบ้านกันบ้าง

  • ตั้งงบประมาณในการซื้อ หรือสร้างบ้าน  
    โดยงบประมาณควรอยู่ที่ 3 เท่าของรายได้ต่อปีของผู้ซื้อ และต้องมีวินัยในการผ่อนชำระเงินกู้ ซึ่งการเผื่อเงินไว้จ่ายเงินนั้น ควรคิดเป็นจำนวนประมาณ 30% – 40% ของรายได้ต่อเดือน โดยงบประมาณดังกล่าว จะยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจจะต้องจ่ายเพิ่มเติมไปในอนาคตไว้ด้วย
  • มองหาทำเลที่เหมาะสม
    ทำเลที่ดี ไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป แต่ให้คิดจากผู้อยู่อาศัยเป็นหลักว่า เดินทางสะดวกไหม มีระบบขนส่งสาธารณะ ใกล้สาธารณูปโภค สาธารณูปการต่างๆ หรือเปล่า? และทางที่ดีไม่ควรไกลจากสถานที่ทำงาน เพราะจะซื้อบ้านได้ แสดงว่าอย่างน้อย คุณก็ต้องลงหลักปักฐาน การงานก็มั่นคงแล้วล่ะ
  • สำรวจโครงการ ที่ดิน  
    หลังจากที่ได้ทำเลในใจแล้ว หากคุณชอบบ้านมาพร้อมโครงการต่างๆ ก็ให้ลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเหล่านั้นดู หรือหากต้องการที่ดินเปล่าๆ ในการสร้างบ้าน ก็ต้องลองไปดูที่ดินต่างๆ ด้วยตาของตัวเอง เพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อนั้นเอง
Person Hand With Magnifying Glass Over Luxury House
ก่อนการซื้อบ้านนั้น นอกจากเงินเก็บ ทำเล ต่างๆ แล้ว อย่าลืมนึกถึงวัสดุที่สร้างบ้านด้วยล่ะ
  • คำนึงถึงทิศทางที่ตั้งของบ้าน ตำแหน่งแดด ลม ต่างๆ  
    เรื่องนี้ฟังดูเหมือนจะเป็นไสยศาสตร์ แต่ขอบอกเลยว่าแท้จริงเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ล้วนๆ เพราะในแต่ละพื้นที่ล้วนมีทิศทางลมแดดไม่เหมือนกัน การเลือกมุมบ้านดีๆ จะช่วยให้คุณประหยัดไฟได้มากยิ่งขึ้น เช่น ตำแหน่งที่ลมพัดบ่อย ทำให้ไม่ค่อยร้อนจนต้องเปิดแอร์ เพราะระบายอากาศได้ดี แน่นอนว่านอกจากประหยัดไฟแล้ว ยังช่วยให้บ้านคุณน่าอยู่ และกลายเป็นที่พักผ่อนอย่างแท้จริงมากขึ้นอีกด้วย
  • เลือกผู้ประกอบการที่ไว้ใจได้   
    ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เจ้าของโครงการต่างๆ เราขอแนะนำว่าดูให้ดี ทั้งชื่อเสียง ฟีดแบ็คต่างๆ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถวางใจได้ว่า บ้านของคุณ เมื่อถึงระยะเวลาที่ต้องย้ายเข้าจะไม่เกิดปัญหาบ้านยังคงเป็นซาก ขึ้นโครงยังไม่เสร็จ หรือไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ไปได้เพียง 2 เดือน ระบบท่อ ระบบไฟ มีปัญหา จนต้องมาตามแก้กันไม่จบสิ้น เผลอๆ เปลืองเงินมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ!
จะเลือกบ้านทั้งที ต้องดูให้ดีทั้งผังบ้าน วัสดุก่อสร้าง ผู้สร้าง
จะเลือกบ้านทั้งที ต้องดูให้ดีทั้งผังบ้าน วัสดุก่อสร้าง ผู้สร้าง รวมไปถึงการคุมงบประมาณต่างๆ ด้วย

บ้าน ไม่ใช่แค่ บ้าน อย่างเดียว ?!

บ้านที่เรารู้จักกันนั้น แท้จริงแล้วมีหลากหลายประเภท ตามรูปแบบบ้านและโครงสร้างของบ้านที่มีลักษณะที่แตกต่างกันไป ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

  • บ้านเดี่ยว นับเป็นบ้านประเภทที่ทุกคนใฝ่ฝันถึง เพราะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว มีเนื้อที่กว้างขวาง โดยบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่มักจะเป็นบ้านชั้นเดียว หรือ 2 ชั้น แต่ในกรณีที่ที่ดินมีจำกัด หรือมีราคาแพงมาก อาจสร้างเป็น 3 ชั้น เพื่อประหยัดเนื้อที่เพิ่มเติมก็ได้ ในส่วนของบ้านเดี่ยวนั้น เหมาะกับผู้ที่มีกำลังทรัพย์ในการซื้อ หรือผู้ที่มีที่ดินส่วนตัวอยู่แล้ว เพราะปัจจุบันที่ดินมักมีราคาแพง โดยเฉพาะพื้นที่ใจกลางเมือง
  • บ้านแฝด เป็นบ้าน 2 หลัง มีฝาบ้านด้านหนึ่งติดกัน สร้างขึ้นเป็นคู่ บ้านแฝดมีบริเวณคล้ายบ้านเดี่ยว แต่มีขนาดเล็กกว่า สมัยก่อนมักไม่ค่อยเป็นที่นิยม เพราะนอกจากจะเป็นลูกครึ่งบ้านเดี่ยวไม่ใช่ ทาวน์เฮาส์ไม่เชิงแล้ว และบางครั้งอาจถูกคนขายหัวหมอบางรายดัดแปลงให้ดูเหมือนบ้านเดี่ยวเพื่อเพิ่มราคาได้ ซึ่งลักษณะบ้านแบบนี้มักพบเห็นได้ตามหมู่บ้านจัดสรร โครงการบ้านต่างๆ ซึ่งในปัจจุบัน บ้านแฝดเหล่านี้ล้วนตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์คนในเมืองที่ใช้พื้นที่ไม่เยอะ แต่ต้องการมีพื้นที่ส่วนตัวใหญ่กว่าห้องเช่า หรือคอนโดฯ นั้นเอง
  • ทาวน์เฮ้าส์ ในภาษาราชการ มักเรียกทาวน์เฮ้าส์ว่า ‘บ้านแถว’ ส่วนใหญ่ความสูงที่ 2 ชั้น ขึ้นไป หรืออาจมีการสร้างสูงถึง 3-4 ชั้น โดยแต่ละหลังจะสร้างติดกัน มีรูปแบบเหมือนๆ กัน และมีเพียงรั้วกำแพงเป็นตัวกั้น สำหรับทาวน์เฮ้าส์ในย่านใจกลางเมืองมักมีราคาแพง ปัจจุบัน นอกเหนือจากเป็นที่พักอาศัยแล้ว บางคนยังนิยมซื้อทาวน์เฮ้าส์เพื่อนำไปใช้เป็นสำนักงานขนาดเล็ก หรือเปิดร้านค้าเพื่อทำธุรกิจพร้อมๆกับเป็นที่พักอาศัยไปด้วย
อย่าลืมคิดถึงจำนวนสมาชิกครอบครัวด้วยล่ะ เพื่อให้บ้านสามารถตอบโ๗ทย์คุรได้อย่างเต็มที่
อย่าลืมคิดถึงจำนวนสมาชิกครอบครัวด้วยล่ะ เพื่อให้บ้านสามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างเต็มที่

ซึ่งบ้านแต่ละประเภทนั้น หากจะให้เปรียบเทียบราคาก็ต้องดูจากหลายๆ ปัจจัยร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเล รูปแบบการก่อสร้างของตัวบ้าน ราคาของที่ดินดั้งเดิม เพราะบางครั้ง บ้านเดี่ยวที่ต่างจังหวัด หรือแถบชานเมือง อาจมีราคาถูกกว่าบ้านแฝด หรือทาวน์เฮ้าส์ก็ได้!

นอกเหนือจากประเภทของบ้านแล้ว แบบบ้านควรตอบสนองการอยู่อาศัยที่ครบถ้วน และควรพิจารณาจาก จำนวนคนในครอบครัว, อายุ, เพศ, วัย นอกจากนั้นแล้วคงต้องพิจารณาถึงเรื่อง พื้นที่จอดรถ, ครัว, พื้นที่ซักล้าง เพราะหากต้องไปต่อเติมทีหลัง นอกจากต้องเสียเงินเพิ่มเติมแล้ว อาจเจอปัญหาทรุดร้าวตามมาได้

เช่น ครอบครัวใหญ่ คนเยอะ ต้องการพื้นที่ในการทำกิจกรรมร่วมกันมากๆ คุณอาจจะเหมาะกับบ้านเดี่ยวมากกว่า เพราะบ้านแฝดพื้นที่อาจไม่พอเพียงเท่าที่ควร ส่วนทาวเฮ้าส์ที่ถึงแม้จะมีพื้นที่จากชั้นต่างๆ แต่ก็ติดในเรื่องของบันได ทำให้ผู้สูงอายุในบ้านเดินเหินกันไม่สะดวก เป็นต้น

 

เตรียม (เงิน) ให้พร้อม ก่อนซื้อบ้าน

แน่นอนว่าการจะซื้อบ้าน หรือสร้างบ้าน สิ่งที่คุณควรมีก็คือ เงิน เงิน เงิน นั่นเอง! ซึ่งก่อนซื้อบ้าน ให้คุณพิจารณาเรื่อง เงินเก็บ, รายได้ และค่าใช้จ่าย ให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะโดยทั่วไปแล้ว ธนาคารจะให้กู้ประมาณ 80% ของราคาบ้าน

ดังนั้น คุณจึงควรมีเงินเก็บประมาณ 20% ของราคาบ้าน (เพื่อไว้ใช้เป็นเงินดาวน์บ้าน) หรืออย่างน้อยให้พิจารณาว่าเบื้องต้นคุณสามารถผ่อนดาวน์ได้แน่ๆ ก่อน แต่ก็ใช่ว่าจะชัวร์เสมอไป เพราะเดี๋ยวนี้หลายโครงการให้ดาวน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ธนาคารปล่อยกู้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ก็ต้องเช็กรายละเอียดกันให้ดีๆ

การผ่อนบ้านนั้น นอกเนหือจากมีเงินนเก็บไว้ผ่อนดาวน์แล้ว ควรมีเงินผ่อนบ้านสำรองล่วงหน้า 1-2 เดือน ด้วย
การผ่อนบ้านนั้น นอกเหนือจากมีเงินนเก็บไว้ผ่อนดาวน์แล้ว ควรมีเงินผ่อนบ้านสำรองล่วงหน้า 1-2 เดือน ด้วย

นอกจากนี้ เมื่อต้องการจะขอสินเชื่อ คุณควรทำการติดต่อกับสถาบันการเงินที่ต้องการยื่นเรื่องเพื่อของสินเชื่อบ้านไว้ล่วงหน้า  เนื่องจากในเอกสารสัญญาซื้อขาย อาจระบุระยะเวลาการชำระเงิน งวดแรกภายใน 1 – 2 เดือน ทำให้ก่อนทำสัญญาซื้อขาย คุณควรติดต่อเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงตระเตรียมรายละเอียดเอกสารต่างๆ ที่แต่ละสถาบันการเงินต้องการให้แนบไปพร้อมกับแบบฟอร์มคำขอให้ดี เพราะจะส่งผลให้การติดต่อกับสถาบันการเงินเป็นไปอย่างราบรื่น และรวดเร็ว

และเมื่อเอกสารทุกอย่างพร้อมแล้ว คุณควรรีบยื่นเรื่องเพื่อขอสินเชื่อกับทางสถาบันการเงินในทันที โดยระยะเวลาในการพิจารณาการขอสินเชื่อบ้านจะอยู่ที่ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของสถาบันแต่ละแห่ง เพราะฉะนั้น คุณควรเผื่อเวลา สอบถามระยะเวลาที่พิจารณาไว้ด้วยล่ะ

 

สร้างเสร็จแล้วค่อยซื้อ หรือซื้อที่ดินแล้วสร้างเอง แบบไหนดีกว่ากัน ?

เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะต้องซื้อบ้าน อาจจะยังมีหลายคนที่ยังลังเลใจกันอยู่ไม่น้อยว่า จะซื้อบ้านนี้ ควรเป็นบ้านสำเร็จ หรือที่ดินเปล่าแล้วมาสร้างเอง แบบไหนจะดีกว่ากันนะ? ต้องบอกว่าทั้งสองแบบนั้น ล้วนมีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งคู่ โดยมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้

บ้านสำเร็จ หรือบ้านที่สร้างเสร็จก่อนขาย

  • ข้อดี คือ เรารู้ว่า ภายในบ้านจะได้อะไรบ้าง เห็นวิวอะไร วางผังอย่างไร พื้นที่ส่วนกลางเป็นอย่างไร เรียกได้ว่า ได้เห็นของจริงทุกอย่าง รวมไปถึงสภาพแวดล้อมตัวบ้าน และเพื่อนบ้านอีกด้วย โดยจุดเด่นของบ้านสำเร็จคือไม่มีความเสี่ยง หรือความเสี่ยงน้อยมากๆ
  • ข้อเสีย คือ สร้างสำเร็จ มักจะแพงกว่า พื้นที่บางส่วนอาจจะไม่ถูกใจเท่าที่ควรต้องมีการรีโนเวตซึ่งเสียเงินเพิ่มเติม มีพื้นที่ มียูนิต ให้เลือกน้อยกว่านั้นเอง
จะซื้อสำเร็จ หรือสร้างเอง ล้วนมีข้อดี ข้อเสีย ที่แตกต่างกัน
จะซื้อสำเร็จ หรือสร้างเอง ล้วนมีข้อดี ข้อเสีย ที่แตกต่างกัน

บ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ หรือบ้านที่สร้างเองจากที่ดินเปล่า

  • ข้อดี คุณสามารถกำหนดสเป็คบ้านทั้งหมดได้เอง ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางผังห้อง การเลือกทำเลมุม การจัดพื้นที่ต่างๆ รอบตัวบ้าน รวมไปถึงดีไซน์ต่างๆ ซึ่งสามารถปรับใช้ได้กับปริมาณจำนวนสมาชิกในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ถ้าวางแผนดีๆ นอกจากจะได้บ้านที่มีราคาถูกแล้ว ยังได้บ้านที่ถูกใจอย่างแท้จริง
  • ข้อเสีย คือ หากคุณกำหนดงบประมาณไม่ดี การสร้างเองอาจทำให้งบประมาณบานปลาย สร้างไม่คุ้มกับที่เสียไป หรือเสี่ยงกับผู้รับเหมาก่อสร้างที่อาจจะใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ดี หรืออาจหนีงานรับเหมาไปได้ ความเสี่ยงค่อนข้างสูง

 

ท่องให้ขึ้นใจ กฏเหล็กการซื้อบ้าน

สุดท้ายนี้ เราก็มี 3 กฏเหล็กดีๆ มาเป็นแนวทางในการซื้อบ้านกัน!

การซื้อบ้าน ต้องไม่ตามกระแส แต่ควรไปเน้นบ้านที่ตอบโจทย์ของคุณได้มากที่สุด
  • อย่าตามกระแส
  • ใช้เวลาเลือกให้ได้มากที่สุด หาข้อมูลให้เพียงพอ ทั้งทำเล ตัวบ้าน ผู้ประกอบการ และสัญญาต่างๆ ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ
  • อย่าซื้ออะไรที่เกินงบประมาณ เพราะคุณต้องมีภาระผ่อนไปอีก 20 – 30 ปี บ้านเป็นสินค้าที่ราคาค่อนข้างสูง ฉะนั้นคิดก่อนซื้อให้มาก ถ้าไม่มั่นใจก็ปรึกษาเอเจนซี่ ธนาคาร หรือสถาบันการเงิน เป็นอันดีที่สุด

แล้วบ้านในฝันของคุณ จะไม่ใช่ฝันกลวงๆ ในอากาศอีกต่อไป!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon