ซื้ออยู่ดีกว่าเช่าคอนโด…ชัวร์หรือมั่วนิ่ม พิสูจน์ที่นี่

posted: 2 years ago
ซื้ออยู่ดีกว่าเช่าคอนโด…ชัวร์หรือมั่วนิ่ม พิสูจน์ที่นี่

comments

หลายๆ คนพอทำงานกันได้สักพักมักรู้สึกกันว่า ‘การเดินทาง’ กลายเป็นปัญหาสำคัญในการดำเนินชีวิตพอสมควร เพราะลองคิดดูว่าในแต่ละวันเราต้องทำงานตั้งแต่ประมาณ 8.30-17.30 น. โดยเฉลี่ย 1 วันก็ประมาณ 8-9 ชั่วโมงในแต่ละวัน แต่พอเรารวม ‘เวลาเดินทาง’ เข้าไปแล้ว กลับเยอะกว่าที่คิด อดคิดไม่ได้ว่า จริงๆ แล้วเราควรจะนับมันเป็นเวลาทำงานด้วยเช่นกัน เพราะลองคิดว่าดูว่าถ้าเราไม่ต้องไปทำงานเราก็ไม่ต้องเดินทาง…จริงมั้ย

เช่าคอนโด
Credit : http://propholic.com/

ดังนั้นพอรวมเวลาเดินทางเข้าไปประมาณ 1 ชั่วโมงสำหรับขาไปและ 1 ชั่วโมง สำหรับขากลับ พอรวมเวลาทำงานเข้าจริงๆ แล้วเราต้องทำงานมากถึง 11-12 ชั่วโมงต่อวัน!! ซึ่งกินเวลาเข้าไปมากกว่าครึ่งหนึ่งในแต่ละวันเลยทีเดียว ทำให้หลายๆ คนเริ่มมีความคิดว่าหรือว่าเราจะซื้อคอนโดใกล้ที่ทำงานหรือว่าติด BTS หรือ MRT สักห้อง จะได้ช่วยลดระยะเวลาเดินทางให้เราไม่ต้องเหนื่อยจากการเดินทาง และแน่นอนว่ามนุษย์เงินเดือนแบบเราๆ จะซื้อคอนโดสักห้องหนึ่ง ส่วนใหญ่ก็ต้องใช้บริการของธนาคาร เพราะถ้ารอจนเก็บ ‘เงินสด’ ครบแล้วไปซื้อก็ไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่ถึงซื้อได้

แต่จริงๆ แล้วยังมีทางเลือกอีกทางหนึ่งก็คือการ ‘เช่า’ แต่ความคิดหรือแนวคิดที่เราอาจจะเคยได้ยินมาว่า ซื้อเลยดีกว่าถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์เพราะได้ ‘สินทรัพย์’ ได้ความเป็นเจ้าของ สุดท้ายพอเราผ่อนเสร็จเราก็ได้บ้านมาเลย แต่ถ้าเราเช่าเป็นรายจ่ายที่จ่ายทิ้งทุกปี ซึ่งแนวคิดนี้ถือว่าเป็นแนวคิดที่ถูกส่งต่อกันมาอย่างผิดๆ และที่สำคัญในความเป็นจริงแล้วนั้น ‘เช่า’ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเช่นกัน

งั้นเรามาลองคำนวณกันดูก่อนว่าถ้าเราต้องการกู้ซื้อคอนโดสักหลังหนึ่งเราจะต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่ สมมติในกรณีนี้ไม่มีโปรโมชั่นดอกเบี้ยเพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณ โดยทั่วไปสมมติให้คอนโดราคา 3,000,000 บาทแล้วเราต้องการกู้เต็มจำนวน โดยที่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 6% ต่อปี และผ่อนเป็นระยะเวลา 30 ปี เราจะต้องผ่อนเดือนล่ะ 17,987 บาทต่อเดือนไปตลอด 30 ปีก็จะหมดภาระกับธนาคาร

เช่าคอนโด

เราลองมาดูตัวเลขตัวนี้กัน ดอกเบี้ยปีล่ะ 6% แปลว่าเดือนละ 0.5% (6%/12เดือน) 0.5% ของเงิน 3,000,000 บาทที่กู้มาเท่ากับ 15,000 บาทนั้นหมายความว่าเรามีรายจ่ายที่เป็นดอกเบี้ยซึ่งเป็นเงินจ่ายทิ้งเช่นกันเดือนละ 15,000 บาท และเงินอีก 2,987 บาทจะเข้าไปหักเงินต้นที่ติดค้่างไว้กับธนาคาร แล้วพอในงวดต่อๆ ไปก็จะถูกคิดดอกเบี้ยลดลงจากเงินต้นที่เราจ่ายชำระไป แต่ในช่วงแรกที่เราผ่อน 1-5 ปีต้องยอมรับว่าเงินทีผ่อนธนาคารไปมากกว่า 75% จะเป็นรายจ่ายในส่วนของดอกเบี้ยทั้งนั้น

ถ้าแต่เราไปเช่าคอนโดที่ราคาห้องละประมาณ 3,000,000 บาท ราคาปล่อยอยู่เช่าอยู่ประมาณ 16,000 – 18,000 บาท ซึ่งถ้าเราหาดีดีบางครั้งอาจจะได้ต่ำกว่านั้นก็เป็นได้ จะเห็นได้ว่าถ้าเราซื้อคอนโดอยู่ต้องมีดอกเบี้ยจ่ายทิ้งเดือนละ 15,000 บาทแต่ถ้าเช่าอยู่จะมีค่าเช่าจ่ายทิ้งเดือนละประมาณ 16,000 บาทซึ่งแทบไม่ต่างกันเท่าไหร่ แล้วถ้าเราเป็นเจ้าของห้องยังต้องมีค่าประกันภัยรวมไปถึงค่าส่วนกลางคอนโด ทำให้สุทธิออกมาแล้วอาจจะไม่ต่างกันเลยก็เป็นได้

เช่าคอนโด

แล้วข้อดีของการเช่าอสังหาริมทรัพย์ยังมีอีกเยอะเลย เช่น ถ้าเราซื้อคอนโดใกล้ที่ทำงานแล้วเราเกิดย้ายงานขึ้นมา เราก็ต้องขายคอนโดเพื่อไปซื้อที่อื่น ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ก็ขึ้นชื่อว่า ‘สภาพคล่อง’ แย่มากๆ อยู่แล้วอาจจะซื้อขายไม่ได้ทันทีอย่างทีตั้งใจก็อาจจะมีปัญหาได้เช่นกัน  แล้วไหนจะค่าบำรุงรักษาห้องที่ต้องคอยบำรุงห้องอย่างต่อเนื่องอีก แต่ถ้าเราเช่าหน้าที่การบำรุงรักษาเป็นหน้าที่ของเจ้่าของห้อง

แต่เรื่องของการซื้อก็มีประโยชน์ที่เช่าให้ไม่ได้เหมือนกันเช่น ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ หรือแม้แต่ราคาคอนโดที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นก็สามารถทำให้เราได้กำไร แต่อย่าลืมว่าการที่สินทรัพย์มีแนวโน้มขึ้นแน่นอนว่าก็สามารถขาดทุนได้เช่นกัน เพราะสุดท้ายแล้วเราก็ต้องลองมานั่งคำนวณอย่างละเอียดเป็นกรณีๆ ไป แล้วลองนำมาเปรียบเทียบกันดู ทั้งข้อดีและข้อเสียต่างๆ เพราะไม่ว่าจะซื้อหรือเช่า ก็ไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุด มีแต่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับเราเท่านั้นเอง


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon