ดอกเบี้ยขาขึ้นแบบนี้ เราจะลงทุนอะได้บ้าง

posted: 1 year ago
1,156 views
ดอกเบี้ยขาขึ้นแบบนี้ เราจะลงทุนอะได้บ้าง

comments

ช่วงนี้ต้องยอมรับจริงๆ ว่าถ้าใครอ่านข่าวหรือบทวิเคราะห์ต่างๆ สิ่งที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจตอนนี้ก็คือเรื่อง “การขึ้นของดอกเบี้ยนโยบาย” โดยเฉพาะการขึ้นดอกเบี้ยจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา เพราะช่วงปลายปีที่ผ่านประธานเฟด (Fed) นางเจเน็ต เยลเลน ได้ออกมาประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และยังบอกอีกว่าในปี 2017 นี้น่าจะมีการปรับขึ้นของดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2-3 ครั้ง เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาปรับตัวดีขึ้นทั้งอัตราการว่างงาน รวมไปถึงค่าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการบริโภคก็ออกมาดีเช่นกัน



ทีนี้เราให้สถานะนักลงทุนเราจะจัดหรือปรับพอร์ตที่มีอยู่ของเราได้อย่างไรบ้าง เพราะขึ้นชื่อว่าการลงทุนแน่นอนว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายแบบนี้ย่อมมีการลงทุนได้รับผลประโยชน์ ดังนี้

1. ตราสารหนี้แบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate)

Businessman is flying on paper airplane and looking forward

ตราสารหนี้ถ้าอัตราดอกเบี้ยอยู่แนวโน้มขึ้น เราสามารถลดความเสี่ยงได้จากการลงทุนในตราสารหนี้แบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัวแทนเพราะว่า ถ้าเราลงทุนในตราสารหนี้แบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ทั่วไป (Fixed Rate) เวลาที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับตัวขึ้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ การ Mark To Market ที่จะทำให้ “ราคา” ของตราสารหนี้แบบทั่วไปปรับตัวลดลง ก็จะทำให้เราขาดทุนส่วนราคา (Capital Loss) แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อยๆ แบบเรา อาจจะเข้าถึงตราสารหนี้โดยตรงได้ค่อนข้างยากพอสมควรเพราะอาจจะต้องใช้เงินหลายแสน บางตราสารหนี้อาจจะใช้เป็นหลักล้าน

ดังนั้นทางออกสำหรับนักลงทุนรายย่อยก็คือ สามารถเลือกลงทุนใน “กองทุนรวมตราสารหนี้” ได้ แต่มี 2 อย่างที่เราต้องไปดูเพิ่มถ้าเราอยากลงทุนในกองทุนรวม อย่างแรกก็คือต้องเลือกกองทุนที่มี ระยะเวลาหรือ Duration ที่สั้นๆ จะดีกว่าเพราะจะได้รับผลกระทบจากการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยที่น้อย และให้ไปดูว่ากองทุนรวมนั้นลงทุนอะไรบ้าง ถ้าลงทุนในตราสารหนี้แบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในสัดส่วนที่เยอะหน่อยก็ถือว่าเป็นกองทุนที่น่าสนใจเช่นกัน

2. หุ้นกลุ่มการเงินทั้งหลาย (Financial Sector)

Businessman blowing air into dollar shape balloon

 

สำหรับนักลงทุนในหุ้น อาจจะต้องใช้ฝีมือกันสักเล็กน้อย เพราะใช้ช่วงดอกเบี้ยขาลงจะทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารมี Margin ที่น้อยลง เพราะรายได้หลักของธนาคารจะมาจากรับฝากเงินจากเราเนี่ยแหละ และนำเงินไปปล่อยกู้ให้กับบุคคลอื่นๆ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยธนาคารจะกินส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยปล่อยกู้และฝากเงินนั่นเอง แต่ถ้าเป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจะทำให้ธนาคารมีกำไรมากขึ้น เพราะต้นทุนที่ปรับขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นน้อยกว่า กำไรที่ปล่อยกู้ได้นั่นเอง (ลองนึกถึงตราสารหนี้ที่มีอยู่สั้นและยาว โดยการรับฝากเงินเหมือนตราสารหนี้ระยะสั้นและการปล่อยกู้เหมือนตราสารหนี้ระยะยาว)



แต่ที่กล่าวไปในไปช่วงต้นว่าถ้าอยากลงทุนในหุ้นอาจจะต้องใช้ฝีมือกันสักเล็กน้อย เพราะว่าการวิเคราะห์การลงทุนในหุ้นมีความอ่อนไหวค่อนข้างมากและมีปัจจัยกระทบค่อนข้างเยอะ ถ้าเราลองมองในอีกมุมหนึ่ง การขึ้นอัตราดอกเบี้ยสิ่งที่ผู้กู้เงินจากธนาคารจะเจอก็คือ ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น เพราะโดยทั่วไปการปล่อยกู้จากธนาคารจะปล่อยกู้เป็นแบบลอยตัวทั้งนั้น แล้วที่นี้ถ้าเกิดธุรกิจที่มากู้ธนาคารสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก การเจอต้นทุนการเงินที่สูงขึ้นอาจจะทำให้หนี้ก้อนนั้นกลายเป็นหนี้สูญ (NPL) ได้เลยทันที ดังนั้นเราควรจับตาเรื่อง NPL ของแต่ละธนาคารให้ดีด้วยว่าธนาคารไหนสถานะการเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ามี NPL น้อยก็ถือว่าเป็นโอกาสเช่นกัน

ทั้งหมดนี้อย่าลืมวิเคราะห์ลึกลงไปถึง “งบการเงิน” ของบริษัทที่เราจะลงทุนด้วยเพราะทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทนั้นๆ เสมอ ถ้ายังมีความสามารถในการทำกำไรได้เรื่อยๆ ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้หรือตราสารทุนก็น่าลงทุนทั้งนั้นสำหรับบริษัทนั้น


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon