‘ดาร์กัฟส์’ เมืองแห่งความตาย ปริศนาลึกลับในประเทศรัสเซีย

posted: 1 year ago
5,510 views
‘ดาร์กัฟส์’ เมืองแห่งความตาย ปริศนาลึกลับในประเทศรัสเซีย

comments

พูดถึงเมืองแห่งความตาย ใครๆ ก็คงไม่อยากจะย่างกรายเฉียดเข้าไปใกล้ แต่สำหรับเมือง ‘ดาร์กัฟส์’ (Dargavs) ซึ่งได้ฉายาว่า เมืองแห่งความตาย ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ในเขต Prigorodny ของสาธารณรัฐนอร์ทออสซีเชีย-อาลาเนีย ประเทศรัสเซีย กลับเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแบบแปลกใหม่สำหรับเหล่านักเดินทางที่ต้องการไปสัมผัสบรรยากาศวังเวงอันเงียบเชียบให้ได้สักครั้ง Rabbit Daily จะพาคุณไปทำความรู้จักเมืองแห่งความตายแห่งนี้ให้มากยิ่งขึ้น ตามมาเล๊ย !



ดาร์กัฟส์ เมืองแห่งความตาย (14)


‘ดาร์กัฟส์’ เมืองโบราณเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบเหงาๆ บนเนินเขาห่างไกล การจะเดินทางเข้าไปถึงได้นั้นจะต้องขับรถยนต์ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวที่ตัดผ่านภูเขาเป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง เมื่อคุณไปถึงเมืองดาร์กัฟส์ คุณจะได้สัมผัสกับความวังเวงและเงียบเหงาสุดจะบรรยาย เพราะเมืองแห่งนี้กระทำความหว่องอย่างเดียวดาย ปราศจากสาธารณูปโภคและเครื่องอำนวยความสะดวกทุกชนิด เพราะฉะนั้นคงไม่ใช่ไอเดียที่บรรเจิดนักหากคุณเดินทางมาเยือนสถานที่แห่งนี้ในยามค่ำคืน !

ดาร์กัฟส์ เมืองแห่งความตาย (7)


ดาร์กัฟส์ เมืองแห่งความตาย (12)


ดาร์กัฟส์ เมืองแห่งความตาย (2)


เมื่อทอดสายตาไปเบื้องหน้า คุณจะเห็นอาคารสีขาวเก่าๆ ที่สร้างมาจากดินเหนียวและมุงกระเบื้องแบบโบราณเกือบ 100 หลัง มีทั้งที่ยังอยู่ในภาพสมบูรณ์และทรุดโทรม ตั้งเรียงรายอย่างไม่เป็นระเบียบอยู่บนเนินเขา โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาขนาดใหญ่และมีหมอกสีขาวจางๆ ปกคลุม ยิ่งสร้างบรรยากาศให้เมืองแห่งนี้ดูหดหู่เข้าไปอีก



Dead town Dargavs in North Ossetia


ชาวบ้านท้องถิ่นเรียกขานเมืองแห่งนี้ว่า ‘เมืองแห่งความตาย’ (City of The Dead) เพราะในอดีตเชื่อว่าไม่ว่าใครเดินทางเข้ามายังดินแดนแห่งนี้แล้ว จะไม่มีใครได้กลับออกมาอีกเลย ส่วนสาเหตุนั้นก็ยังเป็นปริศนาอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้ก็ยังมีเรื่องเล่าลึกลับที่แตกต่างกันออกไปอีกมากมาย


ดาร์กัฟส์ เมืองแห่งความตาย (13)


☠☠☠

A post shared by Миша (@mikhailtsuker) on


ส่วนไฮไลต์เด็ดที่ทำให้นักท่องเที่ยวต้องเกร็งไปตามๆ กันก็คือ ในอาคารสีขาวเก่าๆ บางหลังมีโครงกระดูกมนุษย์ ข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งเศษเหรียญอยู่ด้วย ซึ่งไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าโครงกระดูกเหล่านี้มาจากไหน และเหรียญที่เห็นวางอยู่รอบๆ โครงกระดูกเป็นของใคร ? นอกจากนี้ยังมีหอคอยสูงประมาณ 2-4 เมตรตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากอาคารสีขาวอีกด้วย ซึ่งก็ยังคงเป็นปริศนาว่าหอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นมาเนื่องด้วยจุดประสงค์ใด

ดาร์กัฟส์ เมืองแห่งความตาย (4)


จากการประเมินหลักฐานทางโบราณคดีเชื่อว่าเมืองดาร์กัฟส์มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี หรือเริ่มมีผู้คนมาตั้งรกรากตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 14 แต่อาจจะเกิดโรคระบาด ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพละทิ้งเมือง และฝังร่างผู้เสียชีวิตไว้ที่นี่ เชื่อว่าชาวออสเซเตีย (Ossetian) ซึ่งเป็นชนเผ่าเชื้อสายอิหร่านโบราณที่อาศัยอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส


ดาร์กัฟส์ เมืองแห่งความตาย (9)


อย่างที่บอกไปแล้วว่าอาคารสีขาวบางหลังมีโครงกระดูกมนุษย์อยู่ด้วย ทั้งนี้มีโครงกระดูกที่วางอยู่บนโครงไม้ที่มีลักษณะคล้ายเรือ สร้างความงุนงงชวนสงสัยว่าบนภูเขาห่างไกลแบบนี้ จะมีเรืออยู่ได้อย่างไร แต่ชาวบ้านท้องถิ่นเชื่อว่าการที่สร้างเรือไว้สำหรับรองรับศพหรือโครงกระดูกนั้น เป็นคติความเชื่อเก่าแก่ที่ว่าเรือจะเป็นพาหนะที่สามารถส่งผู้เสียชีวิตให้ล่องแม่น้ำไปยังสวรรค์ในโลกหลังความตายได้นั่นเอง ส่วนเศษเหรียญที่กระจัดกระจายอยู่ใกล้กับโครงกระดูกนั้นคาดว่าชาวออสเซเตียจะโยนเหรียญลงไปให้โดนหินที่วางอยู่ด้านในเพื่อส่งวิญญาณผู้ตาย


City of the dead: a necropolis near the village of Dargavs.


ในปัจจุบันแม้ปริศนาของดาร์กัฟส์ เมืองแห่งความตายแห่งนี้จะเริ่มเป็นที่รู้จัก แต่นักท่องเที่ยวก็ยังไม่พลุกพล่าน เนื่องจากเส้นทางที่ลำบาก ถนนแคบๆ ที่ตัดผ่านหุบเขา แถมบรรยากาศของดาร์กัฟส์ก็ยังเงียบวังเวง ร้างผู้คน แต่สำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบความท้าทายและต้องการเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ก็คงไม่อยากพลาดสถานที่แบบนี้อย่างแน่นอน !

ลองชมคลิปวิดิโอด้านล่างนี้แล้วคุณจะได้เห็นภาพของถนนหนทางที่มุ่งตรงสู่ดาร์กัฟส์ พร้อมทั้งบรรยากาศสุดหว่องของเมืองแห่งความตาย


ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่ายังมีสถานที่แปลกๆ ที่มีชื่อเสียงขนาดนี้อยู่บนแผนที่โลกด้วย ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าในอนาคตเมืองดาร์กัฟส์แห่งนี้จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมได้หรือไม่ เรียกได้ว่าเป็น Unseen Russia จริงๆ เลยนะเนี่ย

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบเรื่องราวของการเดินทางท่องเที่ยว ยังสามารถติดตามอ่าน ความงามที่ซ่อนเร้นแห่ง ‘เชชเนีย’ สาธารณรัฐที่เบ่งบานหลังยุติสงคราม และ ห้ามพลาด ! 10 จุดชมดอกซากุระสุดโรแมนติกใน เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้เลย บทความหน้า Rabbit Daily จะพาไปเที่ยวที่ไหนอีกนั้นอย่าลืมติดตามกันนะ


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon