สำรวจตัวเองกันเถอะ! อาชีพแบบนี้ เงินเดือนเท่านี้ ควรจ่ายเบี้ยประกันเท่าไหร่ดีจึงจะเหมาะสม

posted: 1 year ago
สำรวจตัวเองกันเถอะ! อาชีพแบบนี้ เงินเดือนเท่านี้ ควรจ่ายเบี้ยประกันเท่าไหร่ดีจึงจะเหมาะสม

comments

และในที่สุด เราก็ได้เริ่มต้นปี 2017 กันอย่างเป็นทางการแล้ว! แน่นอนว่าหลายคนคงจะมีเป้าหมายดีๆ หรือความตั้งใจใหม่ๆ ไว้อยู่บ้าง และสำหรับคนที่มองไกล หาหลักประกันมั่นคงรองรับในอนาคต ไม่เพียงแค่อสังหาริมทรัพย์ หรือเงินเกษียณเท่านั้น แต่ประกันชีวิตดีๆ ที่เหมาะสมกับคุณสักกรมธรรม์ก็คงจะดีไม่น้อย

แต่! การจะทำประกันนั้น ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันเพื่อการออมเงิน หรือประกันประเภทอื่นๆ นั้น นอกจากสิทธ์ในการคุ้มครอง ผลตอบแทนแล้ว คุณก็ควรจะคำนึงถึงเบี้ยประกันต้องจ่ายเป็นประจำอีกด้วย ว่าแต่แล้วเราจะรู้กันได้อย่างไรนะ ว่าเบี้ยประกันประมาณไหน ถึงจะเหมาะสมกับคุณ แถมยังไม่เบียดเบียนรายจ่ายอื่นๆ ในชีวิตประจำวันอีกด้วย


เริ่มต้นสำรวจไลฟ์สไตล์ชีวิตของตัวเอง

ขั้นต้นก่อนการทำประกันนั้น สิ่งแรกที่คุณควรสำรวจก็คือตัวคุณเอง เพราะประกันแต่ละชนิด ล้วนให้การคุ้มครอง หรือให้ผลตอบแทนที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันตัวประกันต่างๆ เองก็ได้เปิดประกันหลากหลายรูปแบบมากขึ้น คุ้มครองได้ตรงใจ เจาะจง มากกว่าเดิม ว่าแต่มีอะไรบ้างนะ ที่จะช่วยเราสำรวจ เพื่อหาประกันได้ตรงใจมากขึ้น ?

 

  • ปกติใช้ชีวิตยังไง ?

เช่น คุณอาจจะเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยว ชอบผจญภัย ประกันชีวิต ที่ให้ความคุ้มครองเรื่องอุบัติเหตุก็ไม่เสียหาย หรือถ้าคุณเป็นคนชอบเก็บออมเงิน ไม่ชอบเจอความเสี่ยง อาจจะมีลูกหลานที่ไม่อยากให้เขาลำบากในอนาคต ประกันชีวิตประเภทออมเงินยามเกษียณ หรือประกันชีวิตทั่วไป ก็ดูเข้าท่า

ส่วนใคร ถ้าไม่มั่นใจในเรื่องสุขภาพในอนาคต ก็ลองทำประกันสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ตอนยังไม่มีโรคภัย ก็น่าสนใจไปอีกแบบ

  • รายจ่ายต่อเดือนก็สำคัญ

รายจ่าย หรือเงินเดือน ในแต่ละเดือนนั้น ล้วนส่งผลต่อปัจจัยการเลือกประกัน เพราะการเลือกเบี้ยประกันที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณไม่ต้องจ่ายอย่างลำบาก จากประกันที่จะช่วยเหลือคุณ ก็อาจจะกลายเป็นภาระแทนได้

happy students thumbs up together

  • เป้าหมายหลักในการทำประกันคืออะไร

การทำประกันควรมีเป้าหมายที่แน่นอน เช่น อยากเก็บเงินก้อนไว้ใช้เกษียณ หรืออยากทำประกันไว้เผื่อตอนสุขภาพไม่ดี อยากเก็บเงินก้อนไว้เป็นมรดกให้ครอบครัว เป็นต้น เพราะการมีเป้าหมาย จะช่วยให้คุณเลือกประกันได้ดี ตรงใจ ไม่ทำเรื่อยเปื่อย ทำซ้ำ จนเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

  • ไม่ต้องฝืนทำประกันเยอะๆ เพื่อลดภาษี

แน่นอนว่า การเสียภาษีเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนควรตื่นตัว และแน่นอนว่าหลายคนก็จะรู้ว่า ประกันนั้น เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่นอกจากจะคุ้มครองคุณได้แล้ว ยังช่วยลดหย่อนภาษีอีกด้วย แต่การทำประกันที่มากเกินไป แถมทำซ้ำๆ กันโดยมีเป้าหมายคุ้มครองที่ไม่หลากหลาย แทนที่จะช่วยลดหย่อนภาษี นับๆ ไป นับๆ มาแล้ว ก็อาจจะมากกว่าตัวภาษีที่เราต้องการจะลดหย่อนก็ได้นะ!

happy senior couple hiking on the mountain

เบี้ยประกัน จ่ายแค่ไหนไม่เดือดร้อน ?

การจะทำประกันนั้น เราต้องคำนึงถึงเสมอว่า เราต้องจ่ายเบี้ยประกันทุกรายเดือน หรืออาจจะรายปี ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของบริษัทประกัน ซึ่งหากเราขาดการส่งเบี้ยประกันอย่างต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลให้กรมธรรม์ หรือประกันที่เราทำ ได้ผลตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้ รวมถึงได้ผลตอบแทนไม่เต็มที่อีกด้วย

ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น การเลือกประกันที่มีเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับเงินเดือน ไม่จ่ายมากไป หรือน้อยเกินไป จึงจะดีที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณสามารถบังคับตัวเองจ่ายเบี้ยประกันได้ตามกำหนดแล้ว ยังลดการต้องจ่ายเบี้ยประกันมากไป ทำให้เบียดเบียนรายจ่ายในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

ซึ่งเบี้ยประกันที่เหมาะสม ควรจ่ายเบี้ยประกันประมาณ 10 – 15% ของรายได้ต่อปี แต่ถ้าใครที่มีภาระหนี้สินค่อนข้างเยอะ ก็สามารถปรับลดเปอร์เซนต์การทำประกันชีวิตลงได้ โดยเราสามารถหารายได้ต่อปี และเบี้ยประกันที่สามารถจ่ายได้โดยไม่เดือดร้อนได้ ดังนี้

Young business woman drinking coffee and looking

สมมติว่า คุณมีรายได้ เดือนละ 15,000 บาท x 12 เดือน = รายได้ตกปีละ 180,000 บาท

แสดงว่า ถ้าคุณอยากทำประกัน และจ่ายเบี้ยประกันประมาณ  15% จะสามารถเฉลี่ยเบี้ยประกันรายปี ที่เหมาะกับคุณได้ 27,000 บาท

หรือเฉลี่ยต้องจ่ายค่าประกันเดือนละไม่เกิน 2,250 บาท จึงจะไม่ขาดสภาพคล่องทางการเงินนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า การทำประกันนั้น สามารถปรับลดได้ตามรายจ่ายภาระหนี้สินได้ โดยให้ค่าเบี้ยต่อปีต่ำกว่า 10% ก็ไม่เสียหาย อย่าให้การจ่ายเบี้ยประกันที่จะช่วยคุณในบั้นปลายชีวิตนั้น ทำให้ปัจจุบันของคุณลำบากมากจนเกินไป นอกจากว่าใครมีเงินเก็บออมเหลือมากๆ การทำประกันก็อาจเพิ่มมาให้เกินเป็น 15% – 20 % ขึ้นไปก็ย่อมได้เช่นกัน

แล้วทุนประกัน ต้องเลือกแบบไหน ถึงจะดี ?

จริงอยู่ที่เราสามารถสอบถามตัวแทนที่ต้องการทำประกันได้ว่า ทุนประกันแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ แต่เราก็ควรคิด และเลือกมูลค่าทุนประกันชีวิตไว้ในใจเสียก่อน ว่าอยากได้ทุนเท่าไหร่ จึงจะดี ?  ซึ่งเราขอบอกได้เลยว่า ทุนประกันส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 3-5 เท่าของรายได้ต่อปี ถึงจะเหมาะสม

ตัวอย่าง

พิจารณาจำนวนปีที่ต้องการเตรียมความคุ้มครองให้ครอบครัว หรือคนที่คุณรัก กรณีไม่แน่ใจให้ใช้ระยะเวลา 5 ปี อาจคำนวณจากระดับเบื้องต้นก็จะได้  

รายได้ต่อปี 180,000 บาท  x จำนวนปีที่อยากคุ้มครอง 5 ปี = ต้องมีเงินเตรียมไว้ให้ครอบครัวมากถึง  900,000 บาท

ดังนั้น จึงควรทำประกันด้วยทุนประกันไม่ต่ำกว่า 540,000 บาท (3 เท่า ของรายได้ต่อปี) และไม่เกิน 900,000 บาท (5 เท่า ของรายได้ต่อปี)

เพราะถ้าคุณซื้อกรมธรรม์ด้วยทุนประกัน 900,000 บาท แล้วเสียชีวิตลง ครอบครัวของคุณ หรือคนที่คุณรัก จะได้รับเงิน 900,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้ตั้งหลัก และยังมีเงินใช้จ่าย คอยช่วยเหลือครอบครัวเหมือนคุณยังอยู่ได้มากถึง 5 ปี ทีเดียวเชียว

Chinese couple giving daughter a ride on shoulder in a park

แต่ถ้าคุณกังวลเกี่ยวกับเรื่องของหนี้สิน อยากให้ประกันเป็นตัวช่วยเก็บออมเงินไว้ช่วยเรื่องใช้จ่ายยามเกษียณ ก็อาจจะลองคำนวนคร่าวๆ หาทุนประกันด้วยการคำนวนหนี้สินที่ยังเหลืออยู่ก็ได้  

เช่น

คุณมีภาระหนี้สิน 2,000,000 บาท และตอนนี้ มีเงินออม 500,000 บาท  จากนั้น สูตรคำนวณคือ

ภาระหนี้สินทั้งหมด 2,900,000 – เงินฝากธนาคารและเงินออมอื่นๆ 500,000 = วงเงินซื้อประกันของครอบครัว 2,400,000 บาท

สรุปคือ วงเงินสำหรับซื้อประกันเพื่อสร้างหลักประกันของครอบครัว คือ 2,400,000 บาท นั่นเอง

 

Asian businesswoman writing notes on notepad

นอกจากนี้ เบี้ยประกันชีวิตกับการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคล โดยผู้เอาประกันชีวิตสามารถนำมาหักภาษีรายได้บุคคลได้ไม่เกิน 100,000 บาท แต่กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองอื่นเพิ่มเติม ค่าเบี้ยประกันส่วนควบนั้นไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้

สรุปแล้ว เจ้าค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายในแต่ละปีนั้น ต้องขึ้นกับวงเงินทุนประกัน หรือวงเงินคุ้มครองที่ต้องการ  ซึ่งถ้าเราเลือกวงเงินคุ้มครองสูงๆ ค่าเบี้ยประกันชีวิตก็จะสูงตามไปด้วย

รวมไปถึงประกันชีวิตทุกวันนี้มีหลายแบบ เพื่อหลายเป้าหมายต่างๆ กันไป มีทั้งเพื่อออมเงินระยะยาว ทั้งเพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลในอนาคตที่ไม่แน่นอน ทั้งเพื่อลูก เพื่อคู่ชีวิต หรือพ่อแม่ ยามที่เราไม่อยู่แล้ว  และอีกเป้าหมายยอดฮิตคือเพื่อช่วยลดหย่อนภาษี  ซึ่งหลายๆ กรมธรรม์ในปัจจุบัน ก็รองรับหลายๆ เป้าหมายเหล่านี้ไปพร้อมๆ กันเลยก็มี

ลองเลือกประกันให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ ทั้งวงเงิน เบี้ยประกันการใช้จ่าย แล้วคุณจะรู้ได้เลยว่า ประกันต่างๆ นั้น ไม่ได้น่ารำคาญ หรือไร้ประโยชน์อย่างที่คุณเคยอคติเลย!

Mature Vietnamese woman

แต่อย่างที่เราบอก ทุนประกันนี้ต้องไม่มากเกินไป เพราะอาจเกินความสามารถในการชำระค่าเบี้ยในแต่ละปีได้ เพราะการทำประกันชีวิต จริงอยู่ที่ช่วยให้เรามีเงินก้อนไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ไม่ว่าเราจะเกษียณ เกิดอุบัติเหตุ หรือเสียชีวิต แต่เราก็ต้องมีวินัยในเรื่องเงินสูงกว่าการฝากเงิน

เพราะถ้าชำระเงินค่าเบี้ยประกันไม่ตรง หรือพลาดการชำระเงินค่าเบี้ยเพียงครั้งเดียว อาจจะต้องเสียทั้งประวัติ เสียทั้งดอกเบี้ยในการจ่ายล่าช้าอีกด้วย และถ้ามีเหตุให้จ่ายไม่ทันจริงๆ ก็สามารถปรึกษากับตัวแทน หรือที่บริษัทประกันโดยตรงก็ได้ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ไว้


ดังนั้นหากเงินเกิดช็อต อย่าลังเลที่จะปรึกษากับตัวแทนคุณด้วยละ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon