ตลาดการค้า “เพชรโลก” บูม ส่งออกไทยเร่งจับจังหวะกระตุ้นยอดขาย

posted: 10 months ago
ตลาดการค้า “เพชรโลก” บูม ส่งออกไทยเร่งจับจังหวะกระตุ้นยอดขาย

comments

ปัจจุบันการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับยังเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างมูลค่าสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ แม้ว่าจะเป็นรองจากการส่งออกสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ก็ตาม แต่มูลค่าสามารถสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจไทยแต่ละปีมากกว่า 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งช่วยให้แรงงานไทยมีรายได้กว่า 700,000 คนทั่วประเทศ ส่งผลให้รัฐบาลไทยมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าเพื่อยกระดับศักยภาพ โดยมุ่งหวังให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง (Hub) การค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลกภายใน 5 ปี หรือในปี 2564 โดยผ่านมาตรการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำการค้าและพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการผลิต ด้านการออกแบบ ด้านการเจียระไน และด้านการตลาด



โดยที่ผ่านมาภาครัฐได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ส่งเสริมให้แสวงหาพันธมิตรด้านแหล่งวัตถุดิบ การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า การยกระดับฝีมือแรงงาน และมาตรการส่งเสริมด้านการตลาดที่เชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว และมั่นใจว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้สำเร็จ

นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการจัดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (Bangkok Gems & Jewelry Fair) ครั้งที่ 60 ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งมีบุคคลที่มีชื่อเสียง ผู้แทนองค์กรการค้า ผู้แทนองค์กรวิชาการ นักลงทุน ผู้ประกอบการด้านอัญมณีและเครื่องประดับจาก 42 ประเทศทั่วโลก กว่า 300-400 ราย ที่ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

สำหรับอัญมณีที่มีความโดดเด่นและเป็นที่น่าสนใจของประเทศไทยมีอยู่ด้วยกันหลายจังหวัดแตกต่างกันออกไป เช่น จังหวัดแพร่และจังหวัดตากจุดเด่นคือ เครื่องประดับเงินและพลอยสี ส่วนจังหวัดสุโขทัยจะเป็นเครื่องประดับทองและเงิน ขณะที่จังหวัดกาญจนบุรีจะเป็นเครื่องประดับทองและนิล จังหวัดสุรินทร์เครื่องประดับเงิน จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด และจังหวัดมหาสารคามจะเป็นพลอยสี และที่ภาคใต้จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดสตูล เครื่องประดับที่โดดเด่นจะมาจากไข่มุก

ทั้งนี้ ในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) ของปี 2560 ไทยมีการส่งออกเพชรไปยังตลาดโลก มีมูลค่าเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ลดลง 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า มีตลาดนำเข้าหลักของไทย ได้แก่ อันดับ 1 ฮ่องกง (ร้อยละ 44) 2.เบลเยียม (ร้อยละ 18) 3.อินเดีย (ร้อยละ 11) 4.อิสราเอล (ร้อยละ 6.9) 5.UAE (ร้อยละ 5.5)

และหากมองในภาพรวมสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) ของปี 2560 ไทยมีการส่งออกสินค้าดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า มีตลาดนำเข้าหลักของไทย ได้แก่ อันดับ 1 สวิตเซอร์แลนด์(ร้อยละ 28) 2.ฮ่องกง(ร้อยละ 20) 3.สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 9) 4.กัมพูชา(ร้อยละ 5.4) 5.สิงคโปร์(ร้อยละ 5) โดยเยอรมนีนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับจากไทย ในลำดับที่ 6(ร้อยละ 4.8) มีมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน รายงานว่า บริษัทให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ Bain&Company ได้ประเมินว่าแนวโน้มตลาดการค้าเพชรในปี 2561 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2560 เพราะตลาดเครื่องประดับเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐฯ จะกลับมาขยายตัวดีขึ้น หลังจากอ่อนตัวต่อเนื่องมาหลายปีจากปัญหาเศรษฐกิจ และจีน ซึ่งเป็นลูกค้าสำคัญของตลาดเพชรโลก จะเริ่มกลับมาบริโภคอีกครั้ง หลังนโยบายต่อต้านคอร์รับชั่นของรัฐบาลจีนได้ชะลอการซื้อขายเพชรในประเทศไประยะหนึ่ง ขณะที่กลุ่มเจ้าของเหมืองก็ยืนยันว่าธุรกิจเริ่มกลับมาดีขึ้น หลังจากเทขายเพชรค้างสต๊อกออกมาก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าปีนี้จะสามารถขุดเพชรได้สูงถึง 134 ล้านกะรัต

ทั้งนี้ ในปี 2561 กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายเพชรรายสำคัญของโลก เช่น De Beers และ Tiffany ได้มีการวางแผนจะลงทุนด้านการประชาสัมพันธ์สูงถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 50% ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมปริมาณการลงทุนด้านการประชาสัมพันธ์ของกลุ่มค้าปลีก โดยเป้าหมายการประชาสัมพันธ์เพื่อที่จะชักจูงให้ผู้บริโภคใช้เพชรจากธรรมชาติต่อไป แทนที่จะใช้เพชรที่ถูกผลิตขึ้นในห้องแล็ป ทำให้แนวโน้มการค้าเพชรน่าจะกลับมาคึกคักได้



“จากแนวโน้มข้างต้น ทำให้ประเมินได้ว่า ราคาเพชรและเครื่องประดับ High-end ที่ใช้เพชรเป็นส่วนประกอบจะมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น เพราะผู้จำหน่ายชั้นนำจำนวนหนึ่งเริ่มหันมาลงทุนด้านประชาสัมพันธ์กันมากขึ้น จึงถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยจะใช้เทรนด์นี้ให้เป็นประโยชน์ และหาทางลอยตามน้ำไปด้วย หรืออาจจะลงทุนประชาสัมพันธ์เป็นพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายสินค้า”


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon