วิถีลดขยะ สไตล์แดนปลาดิบ กับ นวัตกรรม ตะเกียบกินได้!

posted: 1 year ago
1,856 views
วิถีลดขยะ สไตล์แดนปลาดิบ กับ นวัตกรรม ตะเกียบกินได้!

comments

เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นอกเหนือจากปัญหาโลกร้อนที่ทั่วโลกต้องเผชิญแล้ว ปัญหาขยะที่เพิ่มมากขึ้น ในแต่ละประเทศ ก็นับเป็นอีกหนึ่งปัญหา ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมไม่น้อยเลยทีเดียว

และแน่นอนว่า เจ้าไอเดียอย่างประเทศญี่ปุ่นเอง ก็มีนวัตกรรมดีๆ ที่ช่วยลดขยะได้แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม และนี่ก็คือ ตะเกียบกินได้ ที่เขาว่ากันว่าสร้างขึ้นมาเพื่อลดปริมาณขยะนั่นเอง!


นี่คืออีกหนึ่งไอเดียสุดสร้างสรรค์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กับ ตะเกียบกินได้ ! ซึ่งเป็นผลงานของบริษัท Marushige Confectionery (มารูชิเกะ คอนเฟกชันนารี) ในเมืองนาโกยา จากญี่ปุ่น ได้ร่วมมือกับทางสมาคมอนุรักษ์และส่งเสริมบทบาทของต้นกก พร้อมกับเกษตรกรผู้ปลูกกกในเขตพื้นที่เมืองยัทสึชิโระ จังหวัดคุมาโมโตะ มาช่วยด้วยอีกแรง และพัฒนาจนได้ตะเกียบแบบใหม่ซึ่งทำมาจาก หญ้าอิกุสะ พืชพื้นบ้านของจังหวัดคุมาโมโตะ ซึ่งเดิมนั้นถูกนำมาผลิตทำเสื่อทาทามินั่นเอง


ec-5


ec-8


ec-3


โดยตะเกียบดังกล่าว มีคอนเซ็ปต์ว่า นอกจากใช้คีบอาหารแล้ว ยังสามารถรับประทานได้เหมือนแท่งกูลิโกะเลยอีกด้วย  ทั้งนี้ แนวคิดของการทำ ‘ตะเกียบกินได้’ เกิดขึ้นเนื่องจาก มุมมองที่ว่าตะเกียบในท้องตลาดปัจจุบันที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล หรือตะเกียบประเภทใช้แล้วทิ้ง ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว



ดังนั้น ตะเกียบกินได้ จึงเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่รณรงค์ให้คนญี่ปุ่นหันมาให้ความร่วมมือกันรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ปลูกฝังประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น และประชาสัมพันธ์สินค้าโอท็อปของจังหวัดคุมาโมโตะไปในตัวด้วย


ec-9


โดยการผลิตตะเกียบกินได้นั้น ทำมาจากหญ้าอิกุสะ ซึ่งเป็นพืชตระกูลกกชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการทอเสื่อทาทามิ ซึ่งการทำเจ้าตะเกียบกินได้นี้ จะวัใช้ตถุดิบสำคัญอย่างหญ้าอิกุสะ ที่ปลูกด้วยกรรมวิธีแบบออร์แกนิค นำมาบด แล้วนำไปอบขึ้นรูปจนกลายเป็นตะเกียบกินได้อย่างที่เราเห็น


ec-2


แน่นอนว่า ตะเกียบหนึ่งคู่ ไม่ใช่แค่กินได้เก๋ๆ เท่านั้น แต่ในตะเกียบกินได้หนึ่งคู่จะมีปริมาณเส้นใยอาหารเท่ากับสลัด 1 จาน อีกทั้งหากคุณได้ลองชิมแล้ว จะได้สัมผัสถึงความกรุบกรอบราวกับได้ทานขนมอีกด้วย



และนอกจากเหตุผลนอกเหนือจากลดปริมาณขยะ และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแล้ว ยังมีแนวคิดส่งเสริมการใช้หญ้าชนิดดังกล่าว เพราะปัจจุบัน ความต้องการหญ้าอิกุสะในท้องตลาดลดน้อยลงทุกๆ ปี เนื่องจากชาวญี่ปุ่นหันมาใช้เสื่อนำเข้า หรือวัสดุสร้างบ้านแบบอื่น แทนนั่นเอง


ec-6


ซึ่งมีสถิติจากหน่วยงานด้านการอนุรักษ์หญ้าอิกุสะและเสื่อทาทามิแห่งจังหวัดคุมาโมโตะ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีความต้องการผลิตเสื่อทาทามิน้อยลง เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างต่างๆ นั้น นิยมใช้การออกแบบที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้มีการใช้หญ้าอิกุสะ ลดน้อยลงไปถึง 95% ในช่วง 40 ปีหลัง


igusa2


สำหรับตะเกียบกินได้นี้ จะมีให้บริการที่ร้านอาหารในกรุงโตเกียว ถึง 2 ร้าน ด้วยกัน

  • ร้าน Casa Afeliz Ginza ที่ GINZA GCube ชั้น 8 โดยจะเปิดในเวลา 06:00-02:00 น. (วันจันทร์-วันเสาร์) และ 18:00-23:00 น. (วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ)
  • ร้าน Umato ที่สถานี Shimbashi บริเวณอาคารพลาซ่าชั้น 1 ซึ่งจะเปิดเป็นเวลา 00:00 – 05:00 น. (ปิดวันอาทิตย์)


ฟังดูก็สมกับการเป็นเจ้าไอเดียอย่างญี่ปุ่นจริงๆ ซึ่งทั้งสองร้านนี้อยู่ในโตเกียว ใครที่ผ่านไปแถวนั้นก็ไปลองชิมรสชาติเจ้าตะเกียบนี้ได้นะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon